UN ติดตามสถานการณ์สู้รบในรัฐยะไข่อย่างใกล้ชิด

สำนักข่าว Mizzima รายงานเมื่อ 26 พ.ค.67 อ้างแถลงของนาย Nicholas Koumjian หัวหน้ากลไกสืบสวนอิสระแห่งสหประชาชาติประเด็นเมียนมาเมื่อ 23 พ.ค.67 ว่า หน่วยงานได้ติดตามสถานการณ์สู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับกองทัพอาระกันที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์ในเมืองบูทิด่องที่ส่งผลให้พลเรือนหลายพันคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวโรฮีนจาต้องพลัดถิ่น โดยเปิดช่องทางรับข้อมูลข่าวสารผ่านทางเว็บไซต์เกี่ยวกับอาชญากรรมร้ายแรงที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ทั่วเมียนมา ทั้งนี้ กลไกสืบสวนอิสระประเด็นเมียนมา จัดตั้งขึ้นโดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเมื่อปี 2561 เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์หลักฐานอาชญากรรมที่ร้ายแรง รวมถึงการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นในเมียนมาตั้งแต่ปี 2554 มีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกด้านความยุติธรรม และจัดเก็บหลักฐานที่เกิดขึ้น เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด

สหรัฐฯ ผลักดันให้กลุ่ม G7 พิจารณานำทรัพย์สินของรัสเซียที่อายัดมาใช้ฟื้นฟูยูเครน

สำนักข่าว Bloomberg รายงานเมื่อ 25 พ.ค.67 กรณีกลุ่ม G7 เตรียมพิจารณาแผนการนำทรัพย์สินของรัสเซียที่ถูกอายัดมาใช้ฟื้นฟูยูเครน ในการประชุมผู้นำ G7 ระหว่าง 13-15 มิ.ย.67 ที่อิตาลี โดยคาดว่าจะหารือเกี่ยวกับจำนวนทรัพย์สินและเงินกู้ แนวทางจัดการและกลไกกระจายทรัพย์สิน ตลอดจนแนวทางรับมือความเสี่ยงในการบริหารทรัพย์สินที่ถูกอายัด หากรัสเซียยอมรับที่จะจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามให้กับยูเครน ท่าทีดังกล่าวสะท้อนถึงความสำเร็จของสหรัฐฯ ในการผลักดันให้พันธมิตรเพิ่มการช่วยเหลือยูเครน โดยใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินกองทุนธนาคารกลางรัสเซียประมาณ 280,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ภายใต้ประเทศในยุโรป และคาดว่าจะสามารถสนับสนุนยูเครนได้กว่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ผู้นำยูเครนเรียกร้องให้ผู้นำสหรัฐฯ และจีน เข้าร่วมการประชุม Global Peace Summit ที่สวิตเซอร์แลนด์

  ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เรียกร้องผ่านคลิปวิดีโอที่เผยแพร่เมื่อ 26 พ.ค.67 ต้องการให้ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน เข้าร่วมการประชุมสุดยอดสันติภาพโลก (Global Peace Summit) ซึ่งจะจัดขึ้นครั้งแรกในสวิตเซอร์แลนด์ระหว่าง 15-16 มิ.ย.67 เพื่อให้ผู้นำทั้งสองประเทศแสดงความเป็นผู้นำในการผลักดันสันติภาพให้เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ มีผู้นำ 80 ประเทศตอบรับการเข้าร่วม แต่สหรัฐฯ ยังไม่เปิดเผยชื่อและตำแหน่งของผู้แทนที่จะส่งเข้าร่วมการประชุม ส่วนประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ไม่ได้รับการเชิญให้เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว

หน่วยข่าวสหรัฐฯ และพันธมิตรประเมินว่ารัสเซียจะเพิ่มการปฏิบัติการก่อวินาศกรรมในยุโรป

  สำนักข่าว nytimes รายงานเมื่อ 26 พ.ค.67 ว่า นางเอฟริล เฮนส์ ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ (DNI) เตรียมหยิบยกประเด็นการปฏิบัติการก่อวินาศกรรมของรัสเซียเป็นประเด็นสำคัญในการประชุมเนโตใน มิ.ย.67 หลังหน่วยข่าวสหรัฐฯ และพันธมิตร ประเมินว่า หน่วยข่าวกรองทางทหารของรัสเซีย (GRU) จะเพิ่มปฏิบัติการก่อวินาศกรรมในยุโรป เพื่อกระตุ้นให้เกิดความหวาดกลัวในสังคม และกดดันไม่ให้รัฐบาลประเทศในยุโรปส่งอาวุธหรือให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ยูเครน ทั้งนี้ สหรัฐฯ และพันธมิตร ระบุว่า GRU ใช้การชักชวนประชาชนในพื้นที่ให้ปฏิบัติการ และอ้างว่าเป็นการปฏิบัติการจากกลุ่มต่อต้านนโยบายสนับสนุนยูเครน เพื่อให้ตรวจสอบได้ยาก พร้อมทั้งอ้างความเชื่อมโยงกับเหตุลอบวางเพลิงสถานที่ในห้วงที่ผ่านมา เช่น คลังสินค้าในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โรงงานสีในเมือง Wroclaw โปแลนด์ อาคารบ้านเรือนประชาชนในลัตเวีย และห้างสรรพสินค้าอิเกียในลิทัวเนีย รวมทั้งความพยายามในการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ สอดคล้องกับผู้นำประเทศในยุโรปและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเนโต ที่แจ้งเตือนการเฝ้าระวังภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากการปฏิบัติการ shadow war ของรัสเซีย

แนวโน้มเด็กหายมีจำนวนมากขึ้น

มูลนิธิกระจกเงาแจ้งเตือนภัย “เด็กหาย” ซึ่งพบมากขึ้นในช่วงเปิดภาคเรียน และรายงานข้อมูลที่บ่งชี้ว่าจำนวนเด็กหายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี อ้างอิงจากสถิติเมื่อปี 2563 อยู่ที่จำนวน 222 คน และเมื่อปี 2566 เพิ่มเป็น 298 คน ขณะที่ช่วง 4 เดือนแรกของปี 2567 มีรายงานเด็กหายแล้ว 134 คน ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 11 – 15 ปี หรือช่วงแรกของวัยรุ่นที่ตัดสินใจออกจากบ้าน เพราะปัญหาครอบครัว หรือหลงเชื่อบุคคลภายนอกจนไม่ยอมกลับบ้าน รองลงมาคือ กลุ่มเด็กที่บกพร่องทางสติปัญญาที่พลัดหลงกับครอบครัว

การละเมิดทางเพศต่อเยาวชนทางออนไลน์มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น

ข้อมูลจากสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (UNODC) และผลการศึกษาของมูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก พบสถิติการละเมิดทางเพศต่อเยาวชนทางออนไลน์ ในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ห้วงปี 2562 – 2565 เพิ่มขึ้น โดยประเทศไทยมีรายงานพบกรณีการละเมิดสูงถึง 2 ล้านครั้ง (เฉพาะปี 2565 มีจำนวน 525,000 ครั้ง) ขณะที่ฟิลิปปินส์มีรายงาน 8 ล้านครั้ง และเวียดนาม 3 ล้านครั้ง โดยรูปแบบการละเมิดทางเพศเยาวชนทางออนไลน์

คนไทยถูกหลอกทางออนไลน์คิดเป็นความเสียหายกว่าสี่หมื่นล้านบาท

คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับ สสส. รายงานผลสำรวจภัยคุกคามทางออนไลน์ พบข้อมูลในปี 2566 มีคนไทยกว่า 36 ล้านคน เคยถูกหลอกลวงทางออนไลน์ หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 55 ของจำนวนประชากรทั้งหมด และในจำนวนดังกล่าวตกเป็นผู้เสียหายกว่าครึ่งหนึ่ง ส่วนใหญ่ถูกหลอกจากการซื้อสินค้าออนไลน์และหลอกให้ลงทุน รองลงมาคือ การหลอกรับสมัครงาน ให้ทำงานออนไลน์ หลอกว่ามีพัสดุตกค้าง หลอกเป็นคนรู้จักโดยปลอมหรือแฮกบัญชีหรือลวงว่าคนรู้จักกำลังมีปัญหา หลอกให้กู้หรือใช้แอปพลิเคชันเงินกู้ผิดกฎหมาย หลอกเรียกเก็บเงินหรืออ้างว่าค้างจ่ายค่าบริการต่าง ๆ หลอกให้รักออนไลน์ เป็นต้น

เกาหลีใต้พบความเคลื่อนไหวในการเตรียมส่งดาวเทียมทางทหารครั้งใหม่ของเกาหลีเหนือ

  สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 24 พ.ค.67 ว่า กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ตรวจจับความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนือในการเตรียมส่งดาวเทียมทางทหารขึ้นสู่วงโคจรโลกครั้งใหม่ในพื้นที่ Tongchang-ri จ.พย็องอันเหนือ หลังจากเกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียมลาดตระเวน (Reconnaissance Satellite) ดวงแรกของประเทศเมื่อ พ.ย.66 และตั้งเป้าหมายส่งเพิ่มอีก 3 ดวงภายในปี 2567 โดยเกาหลีใต้พบว่า มีการเข้า-ออกพื้นที่ของบุคคล ยานพาหนะ และอุปกรณ์ในพื้นที่เพิ่มขึ้นในห้วงที่ผ่านมา รวมถึงอุปกรณ์สำหรับประเมินเส้นทางเคลื่อนที่ของจรวดนำส่งดาวเทียม ทั้งนี้ หน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้และสหรัฐฯ อยู่ระหว่างติดตามความเคลื่อนไหวดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ขณะที่ด้านกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ก็เตรียมความพร้อมสกัดกั้นจรวดของเกาหลีเหนือหากรุกล้ำน่านฟ้าของเกาหลีใต้ คาดว่า การส่งดาวเทียมครั้งใหม่ของเกาหลีเหนืออาจสอดรับกับห้วงการจัดประชุมสุดยอดเกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่นใน 27 พ.ค.67 เพื่อแสดงนัยทางการเมืองระหว่างประเทศของเกาหลีเหนือ

ญี่ปุ่นคว่ำบาตรองค์กรของรัสเซียที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดซื้ออาวุธจากเกาหลีเหนือ

  สำนักข่าว Kyodo รายงานอ้างถ้อยแถลงนายฮายาชิ โยชิมาสะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นในการแถลงข่าวเมื่อ 24 พ.ค.67 ว่า ญี่ปุ่นประณามการขนส่งอาวุธจากเกาหลีเหนือไปยังรัสเซียอย่างรุนแรง ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดฉันทามติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ นอกจากนี้ ญี่ปุ่นตัดสินใจคว่ำบาตรองค์กรของรัสเซียเพิ่มเติม 9 แห่ง และบริษัทของไซปรัส 2 แห่ง เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้ออาวุธจากเกาหลีเหนือ ทั้งนี้ ญี่ปุ่นได้ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย รวมถึงบุคคลและองค์กรที่สนับสนุนรัสเซียในการรุกรานยูเครน ซึ่งเป็นมาตรการตามแนวทางของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (G7) โดยเมื่อ ก.พ.67 ผู้นำกลุ่ม G7 ออกแถลงการณ์ร่วมประณามการขนส่งขีปนาวุธแบบทิ้งตัว (ballistic missile) จากเกาหลีเหนือไปยังรัสเซีย พร้อมเรียกร้องให้เกาหลีเหนือและรัสเซียยุติการกระทำดังกล่าวในทันที

ผู้นำรัสเซียลงนามกฤษฎีกาอนุญาตให้ยึดทรัพย์สินของสหรัฐฯ ในรัสเซียเพื่อชดเชยความเสียหายจากสหรัฐฯ

  ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ลงนามกฤษฎีกาเมื่อ 23 พ.ค.67 ว่าด้วยขั้นตอนการชดเชยความเสียหายต่อรัสเซียจากการกระทำที่ไม่เป็นมิตรของสหรัฐฯ ที่ระบุให้รัฐบาลหรือธนาคารกลางของรัสเซียมีสิทธิ์ยื่นคำร้องต่อศาลกรณีถูกยึดทรัพย์อย่างไม่เป็นธรรมในสหรัฐฯ หากศาลรับคำร้องจะส่งต่อไปยังคณะกรรมธิการควบคุมทรัพย์สินของต่างชาติ และจัดทำรายการการทรัพย์สินของพลเมืองหรือบริษัทสหรัฐฯ ที่มีอยู่จริงในรัสเซีย เพื่อยึดทรัพย์ชดเชยความเสียหายตามสัดส่วนการถูกยึดทรัพย์ในสหรัฐฯ โดยผู้นำรัสเซียสั่งการให้รัฐบาลเตรียมกรอบกฎหมายสำหรับกลไกดังกล่าวภายใน 4 เดือน และส่งให้รัฐสภาพิจารณา ทั้งนี้ รัสเซียถูกอายัดทรัพย์สินในต่างประเทศมูลค่า 260,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากเริ่มปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครนเมื่อ 24 ก.พ.65