EU ผลักดันโครงการกำแพงโดรนเพื่อรับมือรัสเซีย

สนข.Euronews รายงานเมื่อ 24 ก.ย.68 ว่า สหภาพยุโรป (EU) จะเร่งเดินหน้าโครงการกำแพงโดรนตามแนวชายแดนด้านตะวันออกของประเทศสมาชิกเพื่อป้องกันการรุกล้ำน่านฟ้า หลังรัสเซียถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โดรนปรากฏเหนือสนามบินโคเปนเฮเกน ในเดนมาร์ก จนทำให้ต้องปิดทำการเกือบ 4 ชั่วโมง และก่อนหน้านี้ยังมีการละเมิดน่านฟ้าในโปแลนด์ โรมาเนีย และเอสโตเนีย โดยคณะกรรมาธิการยุโรปย้ำว่า กำแพงโดรนจะมุ่งเน้นทั้งการตรวจจับและการตอบโต้ และอาจใช้งบประมาณจากกองทุนกู้ยืมด้านกลาโหมมูลค่า 150,000 ล้านยูโร ทั้งนี้ ปัจจุบันมี 7 ประเทศยุโรปตะวันออก ได้แก่ เอสโตเนีย ลัตเวีย ฟินแลนด์ ลิทัวเนีย โปแลนด์ โรมาเนีย บัลแกเรีย รวมถึงยูเครน และล่าสุดเดนมาร์ก เข้าร่วมโครงการดังกล่าว

ผู้นำเมียนมาจะเข้าร่วมงาน World Atomic Week Forum 2025 ที่รัสเซีย

นสพ. The Global New Light of Myanmar และ Mizzima รายงานเมื่อ 24 ก.ย.68 ว่า พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ รักษาการประธานาธิบดี ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงและสันติภาพแห่งรัฐ (SSPC) และ ผบ.ทสส.เมียนมา จะเดินทางเยือนรัสเซีย ระหว่าง 25-28 ก.ย.68 ตามคำเชิญของนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เพื่อเข้าร่วมงาน World Atomic Week Forum 2025 หารือกับประธานาธิบดีปูติน ในประเด็นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง การทหาร พลังงาน และเทคโนโลยี

นรม.แคนาดาระบุว่าเตรียมพบหารือกับประธานาธิบดีจีนในเวลาที่เหมาะสม

นรม.มาร์ค คาร์นีย์ของแคนาดากล่าวให้สัมภาษณ์เมื่อ  23  ก.ย. 68  หลังการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ   ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ  ว่าแคนาดามีโอกาสจะขยายความร่วมมือด้านการค้า พลังงานและเกษตรกรรมกับจีน  โดยจะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในเวลาที่เหมาะสมภายในปี 2568 เพื่อหารือถึงการเพิ่มความร่วมมือในประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติม หลังจากที่ตนสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีจีนเกี่ยวกับมาตรการขึ้นภาษีเหล็กของสหรัฐฯ  และการเตรียมเยือนจีนของนางอานิตา อานัน รมว.กต.แคนาดาในเร็ว ๆ นี้

ประธานาธิบดีทรัมป์เข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 80

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 80 เมื่อ 23 ก.ย.68   สาระสำคัญ คือ (1) การกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2  ทำให้สหรัฐฯ กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง ทั้งทางเศรษฐกิจ ทางการทหาร และพรมแดน  (2) วิจารณ์บทบาทของสหประชาชาติในการรักษาสันติภาพทั่วโลกที่สหรัฐฯ มีบทบาทนำมากกว่า พร้อมย้ำความเห็นต่างในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและไม่สนับสนุนการรับผู้อพยพย้ายถิ่นฐาน (3) ผลักดันให้เกิดสันติภาพในตะวันออกกลางโดยเฉพาะอย่างยิ่งความขัดแย้งอิสราเอล – กลุ่มฮะมาส และสงครามรัสเซีย – ยูเครนที่จีนและอินเดีย รวมถึงบางประเทศในยุโรปยังซื้อน้ำมันรัสเซีย และ (4) ผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนระหว่างประเทศว่าด้วยการบังคับใช้อนุสัญญาห้ามใช้อาวุธชีวภาพ ด้วยการใช้ระบบการตรวจสอบ พิสูจน์ทราบและยืนยันด้วยปัญญาประดิษฐ์  ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้หารือกับผู้นำและผู้แทนที่มาร่วมประชุมฯ รวมถึงการหารือกับประเทศมุสลิม ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ อียิปต์ จอร์แดน ตุรกี อินโดนีเซีย และปากีสถาน เพื่อหาแนวทางสันติภาพในฉนวนกาซา

รัฐบาลมาเลเซียกดดัน Facebook ให้จัดการเนื้อหาหลอกลวงออนไลน์

สนข.แห่งชาติมาเลเซีย (เบอร์นามา) รายงานเมื่อ 23 ก.ย.68 ว่า นายฟาห์มี ฟัดซิล รมว.การสื่อสารและดิจิทัลมาเลเซีย วิจารณ์ บ.Meta ผู้ให้บริการเฟซบุ๊กว่าไม่สามารถจัดการเนื้อหาผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น โพสต์เกี่ยวกับการพนัน และการหลอกลวงออนไลน์ แม้จะได้รับคำร้องให้ลบข้อมูล จำนวน 168,774 คำขอ หรือคิดเป็นร้อยละ 59 ของการร้องเรียน รวมถึงตั้งแต่ปี 2566-ส.ค.68  มีคดีหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 248 ล้านริงกิต (ประมาณ 1,880 ล้านบาท)  จึงขอเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเนื้อหา รวมถึงพัฒนาระบบยืนยันอายุและตัวบุคคลผ่านบัตรประชาชนระบบ MyKad หรือ MyDigital ID เพื่อปกป้องผู้ใช้งานที่เป็นเยาวชน และลดความเสี่ยงจากเนื้อหาที่เป็นอันตราย หาก บ.Meta ยังไม่ให้ความร่วมมือ รัฐบาลจะดำเนินการทางกฎหมายหรือออกมาตรการควบคุมเพิ่มเติม เพื่อให้ บ.Meta รับผิดชอบต่อบทบาทในการลดอาชญากรรมออนไลน์

รัสเซียเสนอขยายเวลาสนธิสัญญาจำกัดอาวุธนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ

สนข.รอยเตอร์รายงานเมื่อ 22 ก.ย.68 ว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซียเสนอให้ขยายระยะเวลาของสนธิสัญญาจำกัดอาวุธนิวเคลียร์หรือ New Start กับสหรัฐฯโดยสมัครใจออกไปอีก 1 ปี  ขณะที่ โฆษกประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวถึงข้อเสนอของรัสเซียในเชิงบวก พร้อมทั้งเสริมว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเป็นผู้พิจารณาข้อเสนอดังกล่าวด้วยตัวเอง ทั้งนี้  New Start เป็นข้อตกลงที่กำหนดให้แต่ละฝ่ายจำกัดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ ขีปนาวุธข้ามทวีป ขีปนาวุธที่ยิงจากเรือดำน้ำ และเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ติดอาวุธนิวเคลียร์ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2554 เคยได้รับการต่ออายุเป็นเวลา 5 ปี เมื่อปี 2564 ในสมัยอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ และจะสิ้นสุดลงใน ก.พ.69

จีนอาจสร้างเกาะเทียมเพื่อขยายสิทธิครอบครองสันดอนสการ์โบโรห์ในทะเลจีนใต้

นสพ.South China Morning Post รายงานเมื่อ 22 ก.ย.68 อ้างนาย Wu Shicun นักวิจัยประจำสถาบันทะเลจีนใต้ศึกษาแห่งชาติของจีน (National Institute for South China Sea Studies) ว่า จีนอาจพิจารณาสร้างเกาะเทียมที่สันดอนสการ์โบโรห์ (จีนเรียกเกาะหวงเหยียน) ในทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนมีข้อพิพาทกับฟิลิปปินส์ หลังจีนประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติระดับชาติ เพื่อขยายสิทธิครอบครองพื้นที่ และเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมน่านน้ำรอบเกาะ แม้อาจต้องเผชิญหน้ากับฟิลิปปินส์มากขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ เกาะหวงเหยียนอยู่ห่างจากมณฑลไห่หนานของจีนไปทาง ตอ.ต. ประมาณ 890 กม. มีพื้นที่ 35.2367 ตร.กม.

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกผันผวนจากความตึงเครียดในยุโรปและตะวันออกกลาง

สนข.Reuters รายงานเมื่อ 22 ก.ย.68 ว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ตลาดลอนดอน ปรับเพิ่ม 28 เซนต์ อยู่ที่ 66.96 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ที่ตลาดนิวยอร์ก เพิ่มขึ้น 20 เซนต์ อยู่ที่ 62.88 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในยุโรปและตะวันออกกลางห้วง ก.ย.68 เช่น การที่รัสเซียละเมิดน่านฟ้าประเทศสมาชิก NATO หลายประเทศ เช่น โปแลนด์ และเอสโตเนีย ขณะที่ยูเครนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียเพิ่มขึ้น รวมทั้งกรณีประเทศตะวันตก ได้แก่ สหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลีย และโปรตุเกส ประกาศรับรองความเป็นรัฐของปาเลสไตน์ เมื่อ 21 ก.ย.68 จะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้อิสราเอลตอบโต้รุนแรงมากขึ้น อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ประเมินว่าในระยะยาวมีแนวโน้มที่ราคาน้ำมันดิบจะลดลง เนื่องจาก อุปทานน้ำมันดิบโลกยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากการเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+…

โครงการ Gold Card ของสหรัฐฯ ให้เศรษฐีต่างชาติมีสิทธิพำนักถาวรในสหรัฐฯ

เว็บไซต์ Forbes รายงานเมื่อ 21 ก.ย.68 ว่า สหรัฐฯ ประกาศดึงดูดเศรษฐีต่างชาติให้ย้ายถิ่นพำนักมาสหรัฐฯ มากขึ้น ภายใต้คำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในโครงการ “Gold Card”  แบ่งเป็น 1) จ่ายเงิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แลกกับสิทธิพำนักถาวรในสหรัฐฯ  หรือ “Trump Gold Card”  และ 2) ภาคธุรกิจที่จ่าย 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อพนักงานหนึ่งคน จะได้สิทธิพำนักถาวรในสหรัฐให้กับพนักงาน (ไม่ระบุจำนวนพนักงาน) หรือ “Trump Corporate Gold Card”  โดยจะเปิดโอกาสให้โอนสิทธิพำนักจากพนักงานคนหนึ่งไปให้อีกคนหนึ่งได้ โดยมีค่าธรรมเนียมการโอนและต้องผ่านการตรวจสอบของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ กับทั้งต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีประมาณ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ  โครงการดังกล่าว จะนำมาใช้แทนการตรวจลงตราประเภท EB-1 หรือ EB-2 ซึ่งสงวนไว้สำหรับบุคคลที่มีความสามารถพิเศษหรือมีวุฒิวิชาชีพขั้นสูง  นอกจากนี้ สหรัฐฯ มีแผนจะออกบัตร“Trump Platinum Card” มูลค่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ซึ่งผู้ถือบัตรดังกล่าว สามารถพำนักในสหรัฐฯ…

เงินบาทแข็งค่ากระทบด้านการท่องเที่ยวและส่งออกของไทย

สนข.Reuters ของสหราชอาณาจักร ระบุว่า สกุลเงินบาทที่แข็งค่าที่สุดในรอบ 4 ปี เป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของรัฐบาลใหม่ของไทย เนื่องจากเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาวะชะลอตัว ท่ามกลางความเสี่ยงอื่น ๆ เช่น มาตรการภาษีของสหรัฐฯ กำลังซื้อที่อยู่ในระดับต่ำ และปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง  นักเศรษฐศาสตร์และภาคเอกชนประเมินว่า เงินบาทที่แข็งค่าทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก และเกิดขึ้นในห้วงที่นักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ระหว่างตัดสินใจเลือกสถานที่ท่องเที่ยวในฤดูไฮซีซัน ซึ่งอาจทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเลือกเดินทางไปเยือนประเทศอื่น อย่างไรก็ดี ภาคเอกชนไม่ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงการทำงานของ ธปท. และต้องการให้ทำงานเพื่อทางออกที่ดีร่วมกัน