นรม.มาเลเซียหารือทางโทรศัพท์กับ นรม.ไทยและกัมพูชา

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อ 13 ธ.ค.68 ภายหลังการหารือทางโทรศัพท์กับ นรม.อนุทิน ชาญวีรกูล ของไทย และ นรม.ฮุน มาเนต ของกัมพูชา ย้ำความกังวลของมาเลเซียต่อสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศใช้ความยับยั้งชั่งใจขั้นสูงสุด ยุติการเป็นปรปักษ์ทุกรูปแบบ และงดเว้นการดำเนินกิจกรรมทางทหาร เฉพาะอย่างยิ่งการใช้กำลังและการเคลื่อนกำลังพล ซึ่งมีผลตั้งแต่ 13 ธ.ค.68 เวลา 22.00 น. ตามเวลาไทย นรม.อันวาร์ ยังเรียกร้องให้มีการส่งทีมสังเกตการณ์อาเซียน (AOT) นำโดย ผบ.ทสส.มาเลเซีย ไปประจำการในพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ภาคพื้นดิน ควบคู่กับการติดตามสถานการณ์ผ่านดาวเทียม ซึ่งได้รีบการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ โดยจะนำเสนอผลจากการสังเกตการณ์ของทีม AOT ต่อที่ประชุม รมว.กต.อาเซียน ใน 16 ธ.ค.68

ประธานาธิบดีทรัมป์โทรศัพท์หารือ นรม.ไทย-กัมพูชา ประเด็นความขัดแย้งรอบใหม่

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยแพร่ข้อความผ่าน Truth social เมื่อ 13 ธ.ค.68 ว่า ได้โทรศัพท์หารือกับ นรม.อนุทิน ชาญวีรกูล ของไทยและนายฮุน มาเนต นรม.กัมพูชา ในประเด็นความขัดแย้งรอบใหม่บริเวณชายแดน  ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะหยุดยิงในเย็นวันเดียวกันนี้  และจะกลับไปยึดแนวทางตามข้อตกลงสันติภาพที่สหรัฐฯ ผลักดัน ด้วยความช่วยเหลือจากมาเลเซีย ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังระบุถึง “เหตุระเบิด (Roadside bomb)” ที่ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ว่าเป็นอุบัติเหตุ  พร้อมกับกล่าวว่าการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับไทยและกัมพูชาจะดำเนินไปตามปกติจากการที่ทั้งสองประเทศพร้อมที่จะเข้าสู่หนทางสันติ และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำงานร่วมกับผู้นำไทยและกัมพูชา

FDI ไม่สามารถดึงไทยออกจากปัญหาเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำ

Nikkei Asia ของญี่ปุ่นเผยแพร่บทวิเคราะห์เกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำ แม้ได้รับความนิยมสำหรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยเฉพาะจีนที่เข้ามาลงทุนในภาคยานยนต์ไฟฟ้า แต่ปัญหาเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวต่ำ เป็นผลจากปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ประชากรวัยแรงงานที่ลดลงอย่างรวดเร็ว หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง โครงการโครงสร้างพื้นฐานล่าช้า การขาดแคลนแรงงานทักษะ รวมถึงข้อจำกัดด้านศักยภาพในการรองรับ FDI ซึ่งไทยต้องแก้ไขด้วยการเพิ่มต้นทุน ทั้งทางกายภาพและในดิจิทัล ยกระดับคุณภาพแรงงาน ส่งเสริมนวัตกรรม และมุ่งเป้าหมาย FDI อย่างมีกลยุทธ์มากขึ้น ทั้งนี้ ความท้าทายของไทยอาจอยู่ที่เจตจำนงทางการเมืองและความมั่นคงที่จำเป็นต่อการผลักดันการปฏิรูปให้สำเร็จ

คนรุ่นใหม่ในไทยและเวียดนามแต่งงานน้อยลง

CNA ของสิงคโปร์เผยแพร่บทความเรื่องการเปลี่ยนแปลงของการแต่งงานในไทยและเวียดนาม โดยอ้างข้อมูลว่าคนไทย 1 ใน 4 คนยังคงเป็นโสด และครึ่งหนึ่งของประชากรในกรุงเทพฯ ยังไม่แต่งงาน ขณะที่ในเวียดนามอายุเฉลี่ยในการแต่งงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น ซึ่งทั่วทั้งเอเชียกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงในลักษณะเดียวกัน คนหนุ่มสาวจำนวนมากไม่ได้มองการแต่งงานเป็นเหตุการณ์สำคัญในชีวิต โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z  มีมุมมองเปิดกว้างมากขึ้นเกี่ยวกับบทบาททางเพศและโครงสร้างครอบครัว หลายคนยังเห็นว่าการแต่งงานและการมีลูกเป็นภาระทางการเงิน  และบางส่วนมีปัญหาเรื่องการหาคนที่เหมาะสม ในขณะที่ความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัดได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

UNESCO เรียกร้องปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมจากเหตุปะทะกัมพูชา-ไทย

องค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 10 ธ.ค.68 กังวลอย่างยิ่งต่อความตึงเครียดครั้งใหม่ระหว่างกัมพูชากับไทย ซึ่งรวมถึงบริเวณรอบปราสาทพระวิหาร ที่เป็นมรดกโลกของ พร้อมกับเรียกร้องให้ทุกฝ่ายปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมในทุกรูปแบบของภูมิภาคนี้ อย่างเร่งด่วน และเตือนให้ตระหนักถึงพันธกรณีและคำมั่นที่จะเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ ได้แก่ 1) อนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ.1954 ซึ่งกำหนดให้โบราณสถานต้องได้รับการคุ้มครองจากเหตุขัดแย้งทางอาวุธ และห้ามโจมตีหรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย และ 2) อนุสัญญามรดกโลก ค.ศ.1972 ว่าด้วยการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของโลก อีกทั้ง UNESCO จะยังคงติดตามสถานการณ์ต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่ามีการคุ้มครองอย่างเหมาะสม

เลขาธิการอาเซียนต้อนรับ นรม.ติมอร์-เลสเต เยือนอาเซียน

เว็บไซต์สำนักเลขาธิการอาเซียน รายงานว่า นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน พบหารือนายซานานา กุสเมา นรม. ติมอร์-เลสเต ที่เยือนสำนักเลขาธิการอาเซียนกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย อย่างเป็นทางการ เมื่อ 11 ธ.ค.68 โดยการหารือระดับสูงระหว่างเลขาธิการอาเซียน  นรม.ติมอร์-เลสเต และคณะผู้แทนถาวรประจำอาเซียน (Committee of Permanent Representatives to ASEAN-CPR) เน้นย้ำบทบาทและความมุ่งมั่นของติมอร์-เลสเต ในการบูรณาการและสร้างประชาคมอาเซียน รวมทั้งการดำเนินงานต่าง ๆ ของอาเซียน เฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการตามวิสัยทัศน์อาเซียน 2045 ขณะที่เลขาธิการอาเซียนยืนยันการสนับสนุนของสำนักเลขาธิการอาเซียนต่อการบูรณาการติมอร์-เลสเต เข้าสู่อาเซียน

จีนเผยแพร่เอกสารนโยบายต่อภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน

สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 10 ธ.ค.68 ว่า จีนเผยแพร่เอกสารนโยบายต่อภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน (Latin America and the Caribbean-LAC) ฉบับที่ 3 โดยจีนพร้อมร่วมมือกับภูมิภาคดังกล่าวเพื่อส่งเสริมโครงการ 5 ด้านเกี่ยวกับความสามัคคี การพัฒนา อารยธรรม สันติภาพ และการเชื่อมโยงระหว่างประชาชน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาและการฟื้นฟู และสนับสนุนการสร้างประชาคมจีน-LAC ที่มีอนาคตร่วมกัน ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นว่าจีนให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์กับ LAC และมุ่งมั่นที่จะแสวงหาการพัฒนาร่วมกัน อีกทั้งจะเป็นแนวทางสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับ LAC ในยุคใหม่ ก่อนหน้านี้ จีนเผยแพร่เอกสารนโยบายต่อ LAC ฉบับแรกเมื่อ พ.ย.51 และฉบับที่ 2 เมื่อ พ.ย.59

G7 เรียกร้องทั่วโลกเสริมเสถียรภาพการผลิตและหาแร่ธาตุสำคัญ

สนข. Anadolu รายงานอ้างการแถลงของกลุ่ม G7 ในการประชุมทางไกล เมื่อ 8 ธ.ค.68 เรียกร้องทั่วโลกเร่งเสริมสร้างเสถียรภาพการผลิตและจัดหาแร่ธาตุสำคัญอย่างมีความรับผิดชอบ รวมถึงร่วมทบทวนความคืบหน้าของแผนปฏิบัติการแร่ธาตุสำคัญของ G7 ที่เน้นมาตรฐานด้านความโปร่งใส มีความหลากหลาย มั่นคง และยั่งยืน พร้อมแสดงความกังวลต่อการใช้มาตรการที่ไม่เป็นไปตามกลไกตลาด เช่น การควบคุมการส่งออก ที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก

สอท.สหรัฐฯ ประจำประเทศไทยแจ้งเตือนความปลอดภัยจากกรณีไทย-กัมพูชา

สอท.สหรัฐฯ ประจำประเทศไทยณ กรุงเทพฯ เผยแพร่ประกาศผ่านทางเว็บไซต์เมื่อ 8 ธ.ค.68 ว่า  สหรัฐฯ ได้ติดตามสถานการณ์การสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา  พบว่าทวีความรุนแรงมากขึ้น และใช้อาวุธตอบโต้กัน ส่งผลให้สถานการณ์มีความอ่อนไหว และเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา จึงเตือนให้ชาวอเมริกัน หลีกเลี่ยงการเดินทางในระยะ 50 กม. จากชายแดนไทย-กัมพูชา และว่าสหรัฐฯ มีศักยภาพจำกัดในการให้การช่วยเหลือในสภาวะฉุกเฉินในพื้นที่ดังกล่าว  ชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่หรือเดินทางใกล้พื้นที่ได้รับผลกระทบ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานความมั่นคงของไทย ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังคงกำหนดให้สถานะความปลอดภัยในการเดินทางมาไทยอยู่ในระดับ 2 (level 2 – Exercise increased caution) เช่นเดิม

จีนเตรียมปรับปรุงการให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ

สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 8 ธ.ค.68 อ้างนายซุน เยหลี่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจีนว่า จีนจะปรับปรุงการให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น ภายในระยะเวลา 5 ปี  เช่น การให้วีซ่า การขอคืนภาษี การให้บริการที่พัก และการคมนาคมภายในประเทศ อีกทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวคุณภาพสูง และจะจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ