ประธานาธิบดีฟิลปปินส์ หารือผู้นำไทย กัมพูชา แคนาดา ญี่ปุ่น และ EU นอกรอบการประชุมสุดยอดอาเซียน

ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ได้พบนอกรอบการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 47 กับผู้นำของกัมพูชา ไทย แคนาดา ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป (EU) เมื่อ 26 ต.ค.68  ซึ่งต่างแสดงท่าทีสนับสนุนต่อการที่ฟิลิปปินส์จะเป็นประธานอาเซียนในปี 2569 โดยระหว่างการพบหารือกับ นรม.ฮุน มาเนต ของกัมพูชา  ได้แสดงความยินดีกับความคืบหน้าในการแก้ไขข้อขัดแย้งไทย-กัมพูชา รวมทั้งสนับสนุนแนวทางแก้ปัญหาอย่างสันติ ขณะที่การพบหารือกับ นรม.อนุทิน ชาญวีรกูล  ทั้งสองฝ่ายได้ส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตร ท่องเที่ยว การค้าและการลงทุน รวมทั้งแสดงความเสียใจต่อประชาชนชาวไทย กรณีการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ส่วนการพบกับ นรม.มาร์ค คาร์นีย์ ของแคนาดา มีการขยายความร่วมมือด้านพลังงาน การค้าและการลงทุน และได้ส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้ากับ EU  ระหว่างการพบหารือกับ นาย Antonio Costa ประธานคณะมนตรียุโรป ประธานาธิบดีมาร์กอสจูเนียร์ยังได้หารือทวิภาคีเป็นครั้งแรกกับ นรม.ทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.คนใหม่ของญี่ปุ่น ซึ่งมีการเน้นย้ำความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศที่สำคัญ โดยเฉพาะการบังคับใช้ข้อตกลงต่างตอบแทนทางทหาร   ระหว่างกัน รวมถึงความร่วมมือไตรภาคีฟิลิปปินส์-สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น

กัมพูชาเรียกร้องความช่วยเหลือทำความสะอาดสารเคมีที่อ้างว่าไทยใช้ในการสู้รบ

Khmers Times รายงานกรณีหน่วยงานห้ามอาวุธเคมี นิวเคลียร์ ชีวภาพ และรังสีของกัมพูชา (NACW) เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศสนับสนุนเงินทุนในการทำลายสารอันตรายจากการปะทะชายแดนกัมพูชา-ไทย โดยอ้างว่าไทยยอมรับว่ามีการใช้สารเคมี รวมถึงกระสุนฟอสฟอรัสขาวในระหว่างการสู้รบ ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลอย่างร้ายแรงจากหน่วยงานด้านมนุษยธรรมและสิ่งแวดล้อม  พล.อ. Phorn Nara เลขาธิการ NACW ระบุว่า ได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญไปเก็บตัวอย่างจากพื้นที่ต้องสงสัยว่ามีการปนเปื้อนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบมีสารเคมีมากกว่า 70 ชนิด ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในระยะกลางและระยะยาวต่อผู้คน สัตว์ และระบบนิเวศ ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและงบประมาณในการจัดการ โดยเรียกร้องให้พันธมิตรด้านการพัฒนาพิจารณานำเรื่องการทำความสะอาดสารเคมีและการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ในโครงการด้านมนุษยธรรมและการฟื้นฟูที่มีอยู่

อสังหาริมทรัพย์ไทยบางส่วนยังเติบโตได้แม้เผชิญความท้าทายหลายด้าน

SCMP เผยแพร่บทความของนาย Nicholas Spiro หุ้นส่วนบริษัท Lauressa Advisory ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ในสหราชอาณาจักร เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ไทยที่บางภาคส่วนสามารถเติบโตได้ท่ามกลางวิกฤตหลายด้านที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ทั้งมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออก จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงเนื่องจากกังวลด้านความปลอดภัย เงินบาทแข็งค่ากระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว เหตุการณ์อาคารถล่มจากแผ่นดินไหวในเมียนมา ตลอดจนความไม่แน่นอนทางการเมืองและนโยบาย รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง ซึ่งเป็นบททดสอบที่รุนแรงสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่ขณะเดียวกันได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของตลาด โดยในภาคธุรกิจสำนักงาน เหตุการณ์แผ่นดินไหวส่งผลให้เกิดแนวโน้มการย้ายไปยังอาคารที่มีคุณภาพ และยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างอาคารใหม่ ในภาคธุรกิจโรงแรม ความแข็งแกร่งของตลาดนักท่องเที่ยวจากเอเชียใต้ช่วยชดเชยตลาดนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้อัตราค่าห้องพักรายวันและอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้น และไทยยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพของโครงการอสังหาริมทรัพย์กลุ่ม Branded Residence โดยไทยมีจำนวนยูนิตที่เปิดตัวและพร้อมขายมากที่สุดในกลุ่มตลาดชั้นนำในเอเชีย

ไทยเสี่ยงเผชิญผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ในเมียนมาเพิ่มขึ้น

Mongabay ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธที่ไม่ได้รับการควบคุมในเมียนมากำลังส่งผลกระทบอย่างมากต่อประเทศในเอเชีย ตอ.ต. โดยเฉพาะภาคเหนือของไทย ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาคการเกษตร การประมง และการท่องเที่ยว รวมประมาณ 1,300 ล้านบาท โดยข้อมูลใหม่จากดาวเทียมพบว่ามีเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในเมียนมา 513 แห่ง กระจายอยู่ตามลุ่มน้ำสาขาของแม่น้ำโขง แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำอิรวดี ซึ่งเฉพาะปี 2568 มีเหมืองแร่ใหม่ 40 แห่ง มากกว่าที่เคยประเมินไว้ และสะท้อนว่าความเสี่ยงของมลพิษทางน้ำข้ามพรมแดนอาจสูงกว่าที่ประเมินไว้มากด้วย โดยนักวิจัยจากศูนย์วิจัย Stimson Center ของสหรัฐฯ เตือนว่าจำเป็นต้องมีการทดสอบการปนเปื้อนในแม่น้ำเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน พร้อมเรียกร้องให้ประเทศอื่นตรวจสอบแหล่งน้ำของตนเอง รวมถึงกัมพูชาและเวียดนาม เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่สารพิษจากการทำเหมืองจะไหลลงสู่แม่น้ำมากกว่าที่มีการรายงานก่อนหน้านี้

นักวิเคราะห์ประเมินเงินบาทปลายปี 2568 แข็งค่าน้อย

ผลสำรวจนักวิเคราะห์ของ Bloomberg คาดการณ์ว่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นประมาณร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ภายในสิ้นปี 2568 ซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของค่าเฉลี่ยการแข็งค่าของเงินบาทในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจัยมาจากการท่องเที่ยวและการส่งออกที่ซบเซา นอกจากนี้ ธปท.อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างน้อย 1 ครั้ง ภายใน 6 เดือนข้างหน้า โดยหาก ธปท.มีท่าทีผ่อนคลายนโยบายทางการเงินมากขึ้น และรัฐบาลมีการเก็บภาษีการค้าทองคำ อาจทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงไปถึงระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แต่เงินบาทอาจแข็งค่าขึ้น หากเศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัว ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีนคลี่คลาย และราคาทองคำยังคงสูงใกล้ระดับสถิติ เงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นไปถึง 31.3 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ภายในสิ้นปี 2568

สหรัฐฯ ลงนามข้อตกลงการค้ากับไทย กัมพูชา และมาเลเซีย

ประธานาธิบดีโดนัลด์  ทรัมป์ ของสหรัฐ ซึ่งเยือนมาเลเซียเมื่อ 26 ต.ค.68  เพื่อร่วมการประชุมผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 47 และเป็นสักขีพยานในการลงนามในปฏิญญาแนวทางสันติภาพไทย-กัมพูชา  ได้ลงนามข้อตกลงการกระจายห่วงโซ่อุปทานแร่สำคัญกับไทย มาเลเซีย   รวมทั้งข้อตกลงทางการค้าที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากไทย มาเลเซีย และกัมพูชาที่ร้อยละ 19  โดยไทยตกลงจะขจัดอุปสรรคด้านภาษีให้กับสินค้าสหรัฐฯ กว่าร้อยละ 99 ของรายการสินค้าส่งออกของสหรัฐฯ ซึ่งครอบคลุมทั้งสินค้าอุตสาหกรรม อาหาร และผลผลิตทางการเกษตร

อาเซียน-ติมอร์-เลสเต ลงนามกฎบัตรอาเซียนและสนธิสัญญา SEANWFZ

อาเซียนจัดพิธีลงนามกฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter) และสนธิสัญญาว่าด้วยเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEANWFZ) ของติมอร์-เลสเต ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เมื่อ 25 ต.ค.68 สะท้อนก้าวสำคัญทางประวัติศาสตร์ของติมอร์-เลสเตในการเข้าเป็นประเทศสมาชิกลำดับที่ 11 ของอาเซียน ทั้งนี้ ผู้นำอาเซียนจะจัดพิธีลงนามปฏิญญาว่าด้วยการรับติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน (Declaration on the Admission of Timor-Leste into ASEAN) อย่างเป็นทางการ ใน 26 ต.ค.68

MSS จีนเตือนให้ระวังสายลับต่างชาติจารกรรมข้อมูลบุคคลจากการซื้อของออนไลน์

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 24 ต.ค.68 อ้างประกาศกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐ (Ministry of State Security-MSS) จีน  แจ้งเตือนประชาชนให้ระวังถูกสายลับต่างชาติจารกรรมข้อมูลบุคคลจากการซื้อของออนไลน์ เช่น ข้อมูลสถานที่จัดส่งสินค้า ข้อมูลการซื้อสินค้า ความถี่ รวมถึงเครือข่ายสังคมของผู้ใช้บริการร้านค้าในระบบออนไลน์ ซึ่งสามารถใช้เป็นช่องทางการจารกรรม แทรกซึม รวมถึงการโจมตีทางไซเบอร์ นอกจากนี้ ระบบจ่ายเงินแบบจดจำใบหน้าก็เป็นเป้าหมายของการถูกจารกรรมข้อมูลได้เช่นกัน  MSS เรียกร้องให้ประชาชนเพิ่มความตระหนักรู้ และระมัดระวังหากถูกร้านค้าออนไลน์ขอข้อมูลที่ไม่สมเหตุผล และให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนเร่งกำหนดมาตรการป้องกันทางเทคนิคตรวจสอบความปลอดภัยข้อมูล

อาเซียน-สหรัฐฯ จะหารือด้านอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

สนข.แห่งชาติมาเลเซีย รายงานเมื่อ 25 ต.ค.68 อ้างนาง Mastura Ahmad Mustafa รองปลัดฝ่ายการค้า กระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซีย ว่า การหารือระหว่างผู้นำอาเซียนกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง จะเป็นโอกาสให้อาเซียนแสดงบทบาทในฐานะภูมิภาคที่มีความเป็นกลางและเปิดกว้าง  หากเกิดความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ  อาเซียนยังสามารถเป็นแหล่งจัดหาวัตถุดิบและสินค้าให้สหรัฐฯ ได้ ทั้งนี้ อาเซียนจะเน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในภูมิภาค ซึ่งมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก รวมถึงการเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญที่จำเป็นต่อการผลิตเซมิคอนดักเตอร์

สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 พร้อมเปิดใช้งาน

นสพ.เวียงจันทน์ไทมส์ ภาคภาษาลาว รายงานอ้างถ้อยแถลงของนายไลทอง พมมะวง หัวหน้าโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 5 ว่า การก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (จ.บึงกาฬ-แขวงบอลิคำไซ) แล้วเสร็จ มีกำหนดเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการใน 25 ธ.ค.68 ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมการทดลองระบบให้บริการและฝึกอบรมบุคคลากรประจำจุดผ่านแดน และเมื่อเปิดใช้งาน สะพานมิตรภาพแห่งที่ 5 จะเป็นประตูเศรษฐกิจเชื่อมต่อการคมนาคมขนส่งจากไทย ผ่านลาว ไปยังเวียดนาม ด้วยระยะทางเพียง 150 กม. ซึ่งจะส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในภูมิภาค ทั้งนี้ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 มีความยาว 1,350 เมตร (ลาว 535 เมตร/ไทย 815 เมตร) กว้าง 17.40 เมตร มี 2 ช่องทางการจราจร