ชาวไทยในเกาหลีใต้ติดอันดับกลุ่มชาวต่างชาติที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี

Korea JoongAng Daily รายงานอ้างข้อมูลจากหน่วยงานป้องกันและควบคุมโรคของเกาหลีใต้ซึ่งพบว่า เกาหลีใต้มีผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบบีตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน ประมาณ 3,600 ราย เป็นคนเกาหลีใต้ประมาณ 3,300 ราย และชาวต่างชาติประมาณ 300 ราย คิดเป็นร้อยละ 7-9 ต่อปี ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน เวียดนาม และไทย ตามลำดับ และเป็นกลุ่มแรงงานในภาคการผลิต (ร้อยละ 20.4) ทั้งนี้ ทางการเกาหลีใต้เริ่มเก็บข้อมูลและวิเคราะห์สถานการณ์โรคไวรัสตับอักเสบบีในกลุ่มชาวต่างชาติเป็นครั้งแรก เนื่องจากเกาหลีใต้มีประชากรชาวต่างชาติมากขึ้น ส่วนใหญ่มาจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโรคสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อวงจรการระบาดของเกาหลีใต้โดยรวม

สหรัฐฯ ยกเว้นการจัดเก็บภาษีตอบโต้การนำเข้าสินค้าเกษตร

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งผู้บริหารเมื่อ 14 พ.ย.68 ยกเว้นการจัดเก็บภาษีตอบโต้  (reciprocal tariffs) กับสินค้าเกษตรที่นำเข้าหลายรายการ อาทิ เนื้อสัตว์ ชาเขียว กาแฟ กล้วย มะเขือเทศ ส้ม สับปะรด เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และโกโก้  จากเดิมที่จะเรียกเก็บในอัตราพื้นฐานที่ร้อยละ 10 กับทุกประเทศ โดยจะมีผลตั้งแต่ 130001 พ.ย.68  กับทั้งระบุว่าการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ เป็นไปตามคำแนะนำจาก จนท. ประกอบกับสถานะการเจรจากับประเทศคู่ค้า รวมถึงความต้องการภายในประเทศ และขีดความสามารถทางการผลิตในประเทศ  ขณะที่สภาหอการค้าสหรัฐฯ ยินต่อการตัดสินใจดังกล่าว เพราะจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของชาวอเมริกัน จากการที่ราคาสินค้าแพงขึ้นทั้งในภาคธุรกิจและครัวเรือนเนื่องจากการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่ม

จีนแจ้งเตือนพลเมืองให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น

กต.จีน ประกาศแจ้งเตือนพลเมืองจีนเมื่อ 14 พ.ย.68 ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น สืบเนื่องจากนางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น กล่าวต่อรัฐสภาญี่ปุ่นเมื่อ 7 พ.ย.68 ว่า ญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงหากจีนโจมตีไต้หวัน เพราะเป็นสถานการณ์ที่คุกคามต่อความอยู่รอดของญี่ปุ่น โดย กต.จีนระบุว่า ความเห็นในเชิงยั่วยุดังกล่าวทำลายบรรยากาศการแลกเปลี่ยนในระดับประชาชนอย่างรุนแรง  ขณะเดียวกันยังขอให้ชาวจีนที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นติดตามสถานการณ์เกี่ยวกับกฎหมายและคำสั่งต่าง ๆ และเพิ่มความระมัดระวังเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม เนื่องจากญี่ปุ่นมีความปลอดภัยลดลงในปี 2568 ทั้งนี้ ชาวจีนเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยในห้วง ม.ค.-ก.ย.68 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปญี่ปุ่นประมาณ 31.65 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นชาวจีนประมาณ 7.49 ล้านคน

นรม.มาเลเซียหารือกับ นรม.กัมพูชา และประธานาธิบดีสหรัฐฯ

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อ 14 พ.ย.68 หลังการหารือทางโทรศัพท์กับ นรม.กัมพูชา โดย นรม.อันวาร์ แสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งที่กัมพูชาเลือกเส้นทางสันติภาพและให้ความสำคัญกับกระบวนการเจรจาเพื่อแก้ไขความขัดแย้งไทย-กัมพูชา และมาเลเซียจะยังคงมีบทบาทในฐานะผู้อำนวยความสะดวกที่เป็นธรรมและมีความรับผิดชอบ เพื่อช่วยเหลือมิตรทั้งสองประเทศให้บรรลุทางออกที่ยั่งยืน และมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค นอกจากนี้ นรม.อันวาร์ ยังหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โดยชี้แจงว่า ไทยและกัมพูชายังคงเลือกใช้แนวทางการทูตและการเจรจาในการแก้ไขปัญหา พร้อมย้ำว่าทั้งสองประเทศได้ถอนกำลังทหารออกจากชายแดนแล้ว มาเลเซียสนับสนุนบทบาทเชิงรุกของประธานาธิบดีทรัมป์

คกก.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยมีมติขายในช่วงกลางวัน

 Bloomberg รายงานกรณีที่ประชุม คกก.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยมีมติอนุญาตให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในเวลา 14.00 – 17.00 น. และประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในอีก 6 เดือน ทั้งนี้ คกก.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เร่งทบทวนมาตรการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงกลางวันหลังจากเผชิญกับกระแสวิจารณ์จากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและสถานบันเทิงที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ ปัจจุบันไทยกำลังพยายามฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่อยู่ในภาวะชะลอตัวและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนลดลงตั้งแต่ปี 2568

สหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการ Southern Spear ต่อเวเนซุเอลา

นายปีเตอร์ เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ ประกาศผ่าน X13 พ.ย.68  ว่า กห.สหรัฐฯ  เริ่มปฏิบัติการ Southern Spear ต่อเวเนซุเอลา  โดยหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจจะดำเนินการร่วมกับกองบัญชาการภาคใต้ (U.S. Southern Command – SOUTHCOM) เพื่อปกป้องสหรัฐฯ และปราบปรามผู้ก่อการร้ายค้ายาเสพติดในซีกโลกตะวันตก  ทั้งนี้ สหรัฐฯ ประกาศใช้ปฏิบัติการ Southern Spear ในพื้นที่ดังกล่าวดังกล่าวตั้งแต่ ม.ค.68 ซึ่งเป็นการทดสอบยุทโธปกรณ์ที่ใช้ระบบหุ่นยนต์ที่สามารถปฏิบัติงานได้ด้วยตนเองในสถานการณ์จริงร่วมกับยานพาหนะไร้คนขับในการลาดตะเวนชายฝั่งเพื่อตรวจจับกลุ่มค้ายาเสพติด

สนข.เบอร์นามาแก้ไขเนื้อหาข่าวว่า AOT ยืนยันทุ่นระเบิดที่ห้วยตามาเรียมาวางใหม่

สนข.แห่งชาติมาเลเซีย (เบอร์นามา) รายงานเมื่อ 14 พ.ย.68 เวลา 09.26 น. ตามเวลาไทย ขอแก้ไขเนื้อหาข่าวที่รายงานเมื่อ 13 พ.ย.68 อ้างถึงบทสัมภาษณ์ของ ดาโต๊ะ ซรี อูตามา ฮาจิ โมฮามัด บิน ฮาซัน รมว.กต.มาเลเซีย กรณีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ยืนยันทุ่นระเบิดที่ทหารไทยเหยียบไม่ใช่ทุ่นระเบิดที่วางใหม่ นั้น สนข.เบอร์นามา ระบุว่า เกิดจากความผิดพลาดในการแปลจากภาษามาเลเซียเป็นภาษาอังกฤษ โดยข้อความที่ถูกต้องคือ AOT ยืนยันว่าเป็นทุ่นระเบิดที่วางใหม่

สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีบริษัทในไทยที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์เมียนมา

เว็บไซต์ของ OCCRP องค์กรสื่อมวลชนต่อต้านคอร์รัปชัน รายงานกรณี กค.สหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีคว่ำบาตรกองทัพกะเหรี่ยงเพื่อประชาธิปไตย (DKBA) รวมถึงชาวไทยและบริษัทไทย 2 แห่ง เนื่องจากร่วมมือกับ DKBA ในการทำงานสนับสนุนแก๊งสแกมเมอร์ในเมียนมา ด้าน The Irrawaddy ของเมียนมา นำเสนอบทความเกี่ยวกับข่าวการคว่ำบาตรดังกล่าวในลักษณะว่า พ.อ. ซอชิตตู่ ผบ.กองกำลังพิทักษ์ชายแดนเมียนมา (BGF) อาจเป็นเป้าหมายในการปราบปรามต่อจากนายเฉอ จื้อเจียง และ DKBA เมื่อพิจารณาจากความใกล้ชิดของ พ.อ. ซอชิตตู่กับนายเฉอ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 14 พ.ย.68 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่าง 13-17 พ.ย.68 โดยประธานาธิบดีสีกล่าวถึง การเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่เสด็จฯ เยือนจีนนับตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต สะท้อนถึงการให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน ขณะเดียวกัน ได้แสดงความเสียใจต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยราชวงศ์ไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับจีนมายาวนาน และมีพระมหากรุณาธิคุณในการส่งเสริมมิตรภาพระหว่างสองประเทศ

เมียนมาขอใช้เส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือ ย่างกุ้ง–เกาะสอง–ระนอง

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 13 พ.ย.68 ว่า รัฐบาลเมียนมาขอให้ใช้เส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือในเส้นทาง ย่างกุ้ง–เกาะสอง–ระนอง เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าระหว่างเมียนมากับไทย แทนการใช้ด่านพรมแดนเมียวดีในรัฐกะเหรี่ยงที่ปิดทำการ รวมถึงได้มีการออกใบอนุญาตนำเข้าและดำเนินการค้าชายแดนผ่านด่านท่าขี้เหล็กในรัฐฉานเข้าสู่ จ.เชียงราย ของไทย เพื่อให้การนำเข้า–ส่งออกของทั้งสองประเทศดำเนินต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เมียนมากำลังดำเนินการจัดตั้งเส้นทางการค้าใหม่เพื่อเสริมความต่อเนื่องของการค้าชายแดน โดยเฉพาะในเส้นทางเมียนมา–จีน ซึ่งยังคงเผชิญข้อจำกัดจากการปิดทำการของด่านชินชเวฮอ ลเวเจ และมูเซ ในรัฐฉาน จึงมีแผนเปิดเส้นทางใหม่เพื่อไม่ให้กิจกรรมทางการค้าหยุดชะงัก แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดของเส้นทางขนส่งสินค้าใหม่สำหรับการเชื่อมต่อเข้าสู่จีน