ฟิลิปปินส์ระบุจีนไม่ควรกังวลที่ฟิลิปปินส์ให้สหรัฐฯ ขยายการเข้าถึงฐานทัพ

สำนักข่าว Inquirer รายงานเมื่อ 10 เม.ย.66 ว่า ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ระบุว่า จีนไม่ควรกังวลกรณีฟิลิปปินส์อนุญาตให้กองทัพสหรัฐฯ เข้าถึงฐานทัพเพิ่มเติม หากไม่ได้มีแผนโจมตีต่อฟิลิปปินส์  พร้อมย้ำว่าการอนุญาตดังกล่าว ซึ่งอยู่ภายใต้ข้อตกลงการขยายความร่วมมือด้านการทหาร (Enhanced Defense Cooperation Agreement – EDCA) จะใช้สำหรับการปฎิบัติการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเมื่อเกิดภัยพิบัติ และเสริมสร้างความสามารถด้านการป้องกันประเทศเท่านั้น โดยไม่อนุญาตให้ประเทศใดใช้ฐานทัพเพื่อการโจมตี ทั้งนี้ ฐานทัพใหม่ 3 แห่ง ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะลูซอน ได้แก่ 1) ฐานทัพเรือ Camilo Osias 2) สนามบิน Lal-lo Airport และ 3) ค่าย Melchor dela Cruz ส่วนอีก 1 แห่ง ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะปาลาวัน คือ เกาะ Balabac

เกาหลีใต้กำลังตรวจสอบกรณี CIA ดักฟังทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 10 เม.ย.66 อ้างแหล่งข่าวในทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ว่า ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้อยู่ระหว่างประสานกับสหรัฐฯ หลังจากปรากฏข่าวสารเผยแพร่โดย The New York Times และ The Washington Post อ้างอิงเอกสารลับของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ว่า สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (Central Intelligence Agency-CIA) ดักฟังห้องประชุมทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ระหว่างการพิจารณาสนับสนุนอาวุธให้ยูเครน เมื่อต้น มี.ค.66 โดยทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ยังไม่ได้รับการยืนยันข้อเท็จจริง และอาจขอให้สหรัฐฯ พิจารณามาตรการที่เหมาะสมต่อสถานการณ์ดังกล่าวบนพื้นฐานของความไว้วางใจของความเป็นพันธมิตร พร้อมเตือนผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าวที่ต้องการบิดเบือนข้อมูลเพื่อสร้างความขัดแย้งระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ก่อนการประชุมสุดยอดเกาหลีใต้-สหรัฐฯ ที่สหรัฐฯ ใน 26 เม.ย.66 นอกจากนี้เจ้าที่ทำเนียบประธานาธิบดีย้ำว่า สถานที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างดี รวมถึงการรักษาความปลอดภัยระหว่างย้ายทำเนียบประธานาธิบดีจากช็องวาแดไปยังอาคารกระทรวงกลาโหมในเขตยงซัน กลางกรุงโซล เมื่อปี 2565

จีนกระชับความร่วมมือกับฝรั่งเศสและสหภาพยุโรปในทุกด้าน

สำนักข่าวโกลบอลไทม์ รายงานเมื่อ 7 เม.ย. 66 ว่า การหารือไตรภาคีระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส และนางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ที่เยือนจีน เมื่อ 6 เม.ย.66 ประสบผลสำเร็จด้วยดี โดยจีนย้ำถึงความร่วมมือกันและความเป็นหุ้นส่วนในทุกด้านระหว่างจีน-ยุโรป กับทั้งเรียกร้องให้ทั้งสามฝ่ายร่วมมือกันและมีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในการส่งเสริมการเจรจาอย่างสันติเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งรัสเซีย – ยูเครน สนับสนุนให้ทุกฝ่ายสามารถกำหนดนโยบายต่างประเทศอย่างอิสระ เพื่อการมีผลประโยชน์ร่วมกัน ผลักดันระบบหลายขั้วอำนาจ การสร้างสันติภาพโลก และผลักดันการขยายตัวด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องร่วมกัน ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นการหารือดังกล่าวผู้นำจีนและฝรั่งเศสได้ลงนามเพิ่มความร่วมมือกันในด้านสินค้าเกษตร วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การบิน การพัฒนาการใช้พลังงานนิวเคลียร์ด้านพลเรือน การพัฒนาอย่างยั่งยืนและด้านวัฒนธรรม

กองทัพจีนประกาศซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันระหว่าง 8-10 เม.ย.66

กองบัญชาการยุทธบริเวณภาคตะวันออกของกองทัพจีน ประกาศเมื่อ 8 เม.ย.66 ว่า กองทัพจะทำการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวัน ครอบคลุมการฝึกจู่โจมกองลาดตระเวนและการซ้อมรบร่วมในช่องแคบไต้หวัน รวมทั้งน่านน้ำและน่านฟ้าทางเหนือ ใต้ และตะวันออกของเกาะไต้หวัน ระหว่าง 8-10 เม.ย.66 นอกจากนี้คณะกรรมการความปลอดภัยทางทะเลของจีนประกาศในวันเดียวกัน แจ้งเตือนบริเวณนอกชายฝั่งผิงถังในมณฑลฝูเจี้ยนของจีน (ห่างจากเกาะไต้หวัน 130 กิโลเมตร) ว่า ใน 10 เม.ย.66 จะมีการใช้กระสุนจริงในการซ้อมรบบริเวณดังกล่าว รวมทั้งการใช้กระสุนจริงใน 15 ,17 และ 20 เม.ย.66 บริเวณนอกชายฝั่งฝูโจว ห่างจากเขตผิงถังทางตอนเหนือ 90 กิโลเมตร ทั้งนี้ การซ้อมรบดังกล่าวของจีน เป็นการตอบโต้ต่อกรณีประธานาธิบดีไช่ อิงเหวินของไต้หวัน พบปะกับนายเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เมื่อ 5 เม.ย.66 ระหว่างการเดินทางกลับจากการเยือนกัวเตมาลาและเบลีซ และแวะเปลี่ยนเครื่องบินที่สหรัฐฯ

รัฐบาลตอลิบันต้องการพัฒนาความสัมพันธ์กับรัสเซีย

เว็บไซต์ช่องข่าว Ariana News ของอัฟกานิสถาน รายงานเมื่อ 6 เม.ย.66 อ้างคำกล่าวของนาย Amir Khan Muttaqi รัฐมนตรีต่างประเทศอัฟกานิสถาน ในระหว่างการหารือกับนาย Dmitry Zhirnov เอกอัครราชทูตรัสเซีย/คาบูล ว่า รัฐบาลตอลิบันต้องการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับรัฐบาลรัสเซีย หลังจากสถานการณ์ความมั่นคงในอัฟกานิสถานเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น ไม่มีภัยคุกคามร้ายแรงที่ต้องกังวล ขณะที่นาย Zhirnov ระบุว่า รัฐบาลรัสเซียต้องการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลตอลิบัน โดยพร้อมจะแลกเปลี่ยนการเดินทางของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในอนาคต ทั้งนี้ การหารือระหว่าง 2 ฝ่ายเกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่รัสเซียหลายคนแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในอัฟกานิสถานที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในเอเชียกลาง

จนท.ระดับสูงของ กต.เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่น พบหารือประเด็นเกาหลีเหนือ

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 7 เม.ย.66 ว่า นายคิม ค็อน ผู้แทนพิเศษของเกาหลีใต้ด้านความมั่นคงและสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี นายซุง คิม ผู้แทนพิเศษด้านนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ และเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ/จาการ์ตา และนายฟุนาโกชิ ทาเคฮิโระ อธิบดีกรมเอเชียและภาคพื้นมหาสมุทร กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น พบหารือ 3 ฝ่าย ประเด็นเกาหลีเหนือที่กรุงโซล เกาหลีใต้ โดยทั้ง 3 ฝ่าย ออกแถลงการณ์ร่วมเป็นครั้งแรกในสมัยการบริหารของประธานาธิบดียุน ซ็อก-ย็อล ของเกาหลีใต้ (ตั้งแต่ พ.ค.65) เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศเร่งปฏิบัติตามข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) ในการเนรเทศแรงงานชาวเกาหลีเหนือกลับประเทศ ทั้งนี้ เนื่องจากประเทศทั้งสามห่วงกังวลว่า ชาวเกาหลีเหนือที่ทำงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (IT) ในต่างประเทศ จะอำพรางตัวตนเพื่อส่งเงินสนับสนุนโครงการพัฒนาอาวุธของเกาหลีเหนือ โดยทั้งสามฝ่ายประณามเกาหลีเหนือที่ยังคงพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งขัดต่อข้อมติของ UNSC  นอกจากนี้เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่น จะเร่งส่งเสริมความเป็นพันธมิตร 3 ฝ่าย ร่วมยับยั้งโครงการพัฒนาขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ และมุ่งปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ

แคนาดาส่งกองบินลาดตระเวนไปญี่ปุ่นเพื่อสนับสนุนมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ

นางอานิตา อานัน รัฐมนตรีกลาโหมแคนาดาแถลงเมื่อ 6 เม.ย. 66 ว่าแคนาดาส่งกองบินลาดตระเวน CP-140 Aurora ไปญี่ปุ่นเพื่อสนับสนุนมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือของสหประชาชาติ (United Nations-UN) โดยกองบินดังกล่าวมีภารกิจลาดตระเวน และตรวจสอบกิจกรรมที่ละเมิดมาตรการคว่ำบาตร เช่น การลักลอบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้า ทั้งนี้ เกาหลีเหนือเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจาก UN ตั้งแต่ปี 2549

จีนออกมาตรการคว่ำบาตรไต้หวันและสหรัฐฯ ตอบโต้กรณีผู้นำไต้หวันพบปะกับประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ

โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของจีนแถลงเมื่อ 7 เม.ย.66 ว่า จีนออกมาตรการคว่ำบาตรนาง Hsiao Bi-khim ผู้แทนไต้หวันประจำสหรัฐฯ (ผู้มีบทบาทหลักในการพบหารือระหว่างประธานาธิบดีไช่ อิงเหวินของไต้หวันกับผู้นำระดับสูงของสหรัฐฯ) และสมาชิกในครอบครัว โดยห้ามเดินทางเข้าจีน ฮ่องกง และมาเก๊า รวมทั้งบริษัทหรือนักลงทุนที่เกี่ยวข้องกับนาง Hsiao ห้ามร่วมมือกับองค์กรหรือบุคคลในจีน นอกจากนี้ จีนยังใช้มาตรการคว่ำบาตรสถาบันการศึกษาของสหรัฐฯ 2 แห่ง ได้แก่ สถาบัน Hudson ที่มอบรางวัล Global leadership ให้กับประธานาธิบดีไช่เมื่อ 30 มี.ค.66 และห้องสมุดประธานาธิบดีโรนัล เรแกน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ประธานาธิบดีไช่ พบหารือกับนายเควิน แมคคารธีร์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เมื่อ 5 เม.ย.66 โดยห้ามการแลกเปลี่ยนความร่วมมือและกิจกรรมระหว่างสถาบันทั้ง2แห่งกับบุคคลและสถาบันในจีน ฮ่องกง และมาเก๊า รวมทั้งคณะผู้บริหารของสถาบัน 2 แห่งถูกระงับการออกวีซ่า เดินทางเข้าจีน นอกจากนี้การเคลื่อนย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินหรืออสังหาริมทรัพย์ใดๆ ของทั้ง 2 สถาบันในจีน ฮ่องกง และมาเก๊ายังถูกระงับอีกด้วย

ไต้หวันเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์

สำนักข่าว Radio Taiwan International รายงานอ้างนางหวาง เหม่ยฮัว รัฐมนตรีเศรษฐการไต้หวัน เมื่อ 4 เม.ย.66 ว่า ทางการไต้หวันกำลังเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะการออกแบบแผงวงจรรวม (IC) โดยจะดำเนิน 2 มาตรการได้แก่ 1) ขยายการรับสมัครบุคลากรจากต่างประเทศ และ 2) เร่งสร้างบุคลากรในไต้หวัน โดยจะร่วมมือกันระหว่างภาครัฐกับเอกชนทั้งภาควิชาการและการผลิต เพื่อเปิดสถาบันเซมิคอนดักเตอร์ และยกเลิกระเบียบการว่าจ้างบุคลากรจากต่างประเทศที่ต้องมีประสบการณ์อย่างน้อย 2 ปี นอกจากนี้ ทางการไต้หวันได้จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศ เพื่อรับบุคลากรจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียวใต้ ทั้งในรูปแบบการทำงานโดยตรง และศึกษาต่อในไต้หวัน โดยจัดที่สิงคโปร์เป็นประเทศแรกระหว่าง 27-31 มี.ค.66 รวมทั้งเตรียมจะจัดที่ฟิลิปปินส์ในปลาย พ.ค.-มิ.ย.66 และที่เวียดนามและอินโดนีเซียใน ก.ย.66

นรม.เวียดนาม ลาว และกัมพูชา หารือการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันอย่างใกล้ชิด

สำนักข่าว Vietnam Plus รายงานเมื่อ 5 เม.ย.66 ว่า นายฮุน เซน นายกรัฐมนตรี(นรม.)กัมพูชา นายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นรม.เวียดนาม และนายสอนไซ สีพันดอน นรม.ลาว หารือนอกรอบการประชุมสุดยอดคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission-MRC) ครั้งที่ 4 ณ นครหลวงเวียงจันทน์ ลาว ในวันเดียวกัน โดยผู้นำทั้งสามได้บรรยายสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในแต่ละประเทศ และพิจารณาบันทึกความร่วมมือด้านต่าง ๆ รวมถึงประเด็นระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศที่มีข้อห่วงกังวลร่วมกัน ซึ่งทั้งสามฝ่ายเห็นพ้องให้ประสานงาน และจัดประชุมระดับผู้นำอย่างเนื่อง เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันอย่างใกล้ชิด การอำนวยความสะดวกในความร่วมมือด้านการลงทุน การค้าและธุรกิจระหว่างองค์กร การส่งเสริมการค้าชายแดน การแบ่งปันประสบการณ์ด้านการร่างกฎหมายและเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงการสร้างประชาคมอาเซียนเพื่อการพัฒนาที่เท่าเทียมและยั่งยืน ทั้งนี้ ทั้งสามฝ่ายยินดีที่จะจัดการประชุมสุดยอดสภาแห่งชาติกัมพูชา-ลาว-เวียดนาม ครั้งแรก ณ นครหลวงเวียงจันทน์ในปี 2566 และการประชุมสุดยอดกัมพูชา-ลาว-เวียดนาม ครั้งที่ 12 ที่กัมพูชา ส่วน นรม.เวียดนามและกัมพูชายืนยันจะสนับสนุนลาวเป็นประธานอาเซียนในปี 2567