เกาหลีเหนือขู่ตอบโต้การฝึกร่วมทางอากาศระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 1 พ.ย.65 อ้าง สำนักข่าว KCNA ของเกาหลีเหนือว่า โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือประณามการฝึกร่วมทางอากาศระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการฝึกซ้อมเพื่อการสงครามและมีเป้าหมายโจมตีจุดยุทธศาสตร์ของเกาหลีเหนือ โดยเกาหลีเหนือพร้อมดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อปกป้องอธิปไตย ความมั่นคงของประชาชน และบูรณภาพแห่งดินแดน รวมถึงการยกระดับมาตรการตอบโต้สหรัฐฯ หากยังคงดำเนินการยั่วยุ ด้านกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ระบุในวันเดียวกันว่า การพัฒนาโครงการขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือส่งผลให้คาบสมุทรเกาหลีตึงเครียด และเรียกร้องให้เกาหลีเหนือยุติการยั่วยุทางทหาร นอกจากนี้ เกาหลีใต้เรียกร้องให้เกาหลีเหนือรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมภายใต้แผน Audacious Initiative ของเกาหลีใต้ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองเกาหลี ทั้งนี้ เกาหลีใต้กับสหรัฐฯ มีกำหนดฝึกร่วมทางอากาศขนาดใหญ่ครั้งแรกในรอบ 5 ปี ภายใต้รหัสการฝึก Vigilant Storm ระหว่าง 31 ต.ค.65 – 4 พ.ย.65 โดยมีอากาศยานเข้าร่วมการฝึกมากกว่า 240 เครื่อง อาทิ เครื่องบินรบ และเครื่องบินลำเลียง ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือประท้วงการฝึกร่วมระหว่างพันธมิตร ซึ่งมีเจตนารุกรานเกาหลีเหนือ ขณะที่เกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ระบุว่า การฝึกร่วมมีเป้าหมายเพื่อป้องกันประเทศ

สหรัฐฯ และเกาหลีใต้จะฝึกร่วมทางอากาศใน 31 ต.ค.- 4 พ.ย.65

กองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ (INDOPACOM) เปิดเผยเมื่อ 31 ต.ค.65 ว่า สหรัฐฯ และเกาหลีใต้จะฝึกร่วมทางอากาศภายใต้รหัส Vigilant Storm ระหว่าง 31 ต.ค.-4 พ.ย.65 เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการรบและการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง โดยจะปฏิบัติภารกิจทางอากาศที่สำคัญ เช่น การสนับสนุนทางอากาศอย่างใกล้ชิด การตอบโต้ทางอากาศเชิงรับ และปฏิบัติการทางอากาศกรณีฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่กองกำลังสนับสนุนภาคพื้นดินจะฝึกปฏิบัติการป้องกันฐาน (base defense) และการเอาตัวรอดจากการถูกโจมตี  โดยมีเครื่องบินรบ 240 ลำและบุคลากรหลายพันคน จากกองทัพอากาศเกาหลีใต้และสหรัฐฯ รวมทั้งนาวิกโยธิน กองทัพเรือ และกองทัพบกสหรัฐฯ เข้าร่วมการฝึกดังกล่าว   Credit ภาพ : aljazeera

สื่อญี่ปุ่นอ้างว่า พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ มุ่งหวังเป็นประธานาธิบดีเมียนมา

หนังสือพิมพ์ Nikkei Asia ของญี่ปุ่น รายงานเมื่อ 31 ต.ค.65 อ้างแหล่งข่าวระดับสูงในกองทัพเมียนมา ว่า พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (State Administration Council-SAC) ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและนายกรัฐมนตรีเมียนมา มุ่งหวังขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมา หลังการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2566 เพราะแม้ว่ายังไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่เริ่มมีสัญญาณที่ชัดเจนถึงการผลักดันให้จุดมุ่งหมายดังกล่าวสำเร็จ อาทิ การแต่งตั้งบุคคลใกล้ชิด (อูขิ่นยี อดีต ผู้บัญชาการตำรวจ) ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อความเป็นปึกแผ่นและการพัฒนาแห่งสหภาพ (Union Solidarity and Development Party-USDP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายกองทัพ และส่งนายทหารเข้าไปครองตำแหน่งระดับสูงภายในพรรค เพื่อกระชับฐานอำนาจและเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง ที่มุ่งให้พรรค USDP ครองเสียงข้างมากของฝ่ายพลเรือนในรัฐสภา (ร้อยละ 75) เพื่อรวมกับคะแนนเสียงจากฝ่ายกองทัพอีกร้อยละ 25 โดยมีนัยสำคัญคือ การรับประกันผลการลงมติรับรองบุคคลขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมา ขณะเดียวกัน พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ยังมุ่งบั่นทอนความเข้มแข็งของฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองคือ พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (National League for Democracy – NLD)…

ชาวอินเดียมากกว่า 130 รายเสียชีวิตจากเหตุสะพานแขวนในรัฐคุชราตถล่ม

สำนักข่าว The Times of India รายงานเมื่อ 31 ต.ค.65 ว่า หน่วยกู้ภัยของอินเดีย รวมถึง ทหาร และทีมตอบสนองภัยพิบัติระดับชาติ เร่งค้นหาผู้สูญหายจากเหตุสะพานแขวนข้ามแม่น้ำ Machchhu ในเมือง Morbi รัฐคุชราต ถล่มเมื่อ 30 ต.ค.65 (เวลาท้องถิ่นประมาณ 18.40 น.) ในเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 132 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะที่นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ ของอินเดีย แสดงความเสียใจต่อเหตุโศกนาฏกรรมครั้งนี้ และประกาศให้เงินชดเชยเยียวยาแก่ผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ สะพานแขวนดังกล่าวมีอายุเกือบ 100 ปี (สมัยศตวรรษที่ 19) เป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญ เพิ่งเสร็จสิ้นการบูรณะและเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะเกิดเหตุมีประชาชนมากกว่า 400 คนบนสะพานดังกล่าว   Credit ภาพ : CNN

กห.ญี่ปุ่นจะเพิ่มกำลังพลด้านการป้องกันภัยทางไซเบอร์

สำนักข่าว The Japan Times รายงานเมื่อ 30 ต.ค.65 ว่า กห.ญี่ปุ่น จะเพิ่มกำลังพลด้านการป้องกันภัยทางไซเบอร์เป็น 890 นาย ภายในปีงบประมาณ 2565 และ 4,000-5,000 นาย ภายในปีงบประมาณ 2570 เพื่อยกระดับขีดความสามารถของญี่ปุ่นในการรับมือกับการขยายแสนยานุภาพด้านสงครามไซเบอร์ของต่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งจีน ก่อนหน้านี้ กห.ญี่ปุ่นจัดตั้งหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางไซเบอร์ (Cyber Defense Command) ในกองกำลังป้องกันตนเอง (Self-Defense Forces-SDF) เมื่อ มี.ค.65 โดยมีกำลังพล 540 นาย

เหตุระเบิดรถยนต์ 2 ครั้งซ้อนที่กรุงโมกาดิชูของโซมาเลีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 100 ราย

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 31 ต.ค.65 อ้างถ้อยแถลงของประธานาธิบดี Hassan Sheikh Mohamud ของโซมาเลีย ว่า เหตุระเบิดรถยนต์ 2 ครั้งซ้อนใกล้กระทรวงศึกษาธิการ ในกรุงโมกาดิชูของโซมาเลีย เมื่อ 29 ต.ค.65  ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 100 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 300 ราย โดยกลุ่ม al-Shabaab ประกาศอ้างตัวเป็นผู้ก่อเหตุระเบิดครั้งนี้ และระบุว่ากระทรวงศึกษาธิการโซมาเลียเป็นจุดศูนย์กลางของสงครามทางความคิด เนื่องจากรัฐบาลเป็นผู้เผยแพร่หลักสูตรที่มีพื้นฐานจากศาสนาคริสต์ให้แก่เยาวชนในโซมาเลีย ทั้งนี้ เหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้นับเป็นเหตุระเบิดที่ร้ายแรงที่สุดในกรุงโมกาดิชู หลังจากเหตุระเบิดเมื่อ ต.ค.60 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 500 คน   Credit ภาพ : reuters

รัสเซียเสร็จสิ้นการระดมกำลังพลสำรองเพื่อส่งไปยังพื้นที่สู้รบในยูเครน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 28 ต.ค.65 ว่า สถานีโทรทัศน์ของรัสเซียได้เผยแพร่ภาพการประชุมระหว่าง พล.อ.เซียร์เกย์ ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย กับประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน โดย พล.อ.ชอยกูระบุว่า รัสเซียได้เสร็จสิ้นการระดมกำลังพลสำรองจำนวน 300,000 นาย เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครนแล้ว และยังไม่มีแผนจะระดมกำลังพลเพิ่ม โดยในจำนวนนี้มี 82,000 นายที่ถูกส่งไปยังพื้นที่สู้รบแล้ว ส่วนที่เหลือยังอยู่ระหว่างการฝึกอบรม ด้านประธานาธิบดีปูตินกล่าวขอบคุณกำลังพลสำรองที่อุทิศตนเพื่อปกป้องประเทศ อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน แถลงตอบโต้ในวันเดียวกันว่า รัสเซียน่าจะเรียกระดมกำลังพลเพิ่มในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากกำลังพลของรัสเซียในปัจจุบันไม่มีความพร้อมทั้งการเตรียมตัวและอาวุธยุทโธปกรณ์ แต่กลับถูกผู้บังคับบัญชาใช้ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างโหดร้าย อนึ่ง รัสเซียประกาศเรียกระดมกำลังพลสำรองเมื่อ 21 ก.ย.65   Credit ภาพ : pptvhd36.com

ผู้นำเกาหลีใต้ประกาศการไว้ทุกข์ระดับชาติเหตุผู้เสียชีวิตจำนวนมากในอีแทว็อน

สำนักข่าวยอนฮับรายงานเมื่อ 30 ต.ค.65 ว่า เกิดเหตุการณ์ผู้คนจำนวนมากเบียดกันแน่นและเหยียบกัน (Stampede) ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดของเกาหลีใต้เมื่อคืน 29 ต.ค.65 ในเขตอีแทว็อน ย่านสถานบันเทิงกลางคืนที่มีชื่อเสียง ซึ่งมีการจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลฮาโลวีนที่มีผู้เข้าร่วมงานหลายหมื่นคน  โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณตรอกที่มีลักษณะเป็นทางลาดลงใกล้โรงแรม Hamilton ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 151 ราย (ชาวต่างชาติ 19 ราย เป็นชาวอิหร่าน อุซเบกิสถาน จีน และนอร์เวย์) บาดเจ็บ 82 ราย (บาดเจ็บสาหัส 19 ราย) ผู้เห็นเหตุการณ์ให้ข้อมูลว่า คนที่อยู่ข้างหน้าล้มลง ทำให้คนที่อยู่ข้างหลังล้มตาม ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รับแจ้งเกี่ยวกับผู้ป่วยที่หายใจลำบากครั้งแรกเมื่อเวลาประมาณ 22.15 น. นอกจากนี้ มีข่าวลือในที่เกิดเหตุว่า ฝูงชนไปยังสถานที่ดังกล่าว เพราะมีบุคคลที่มีชื่อเสียงเดินทางมาหรือเพื่อรับขนมผสมยาเสพติดที่มีการแจกจ่ายในคลับต่าง ๆ อย่างไรก็ดี ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ ด้านประธานาธิบดียุน ซ็อก-ย็อล ของเกาหลีใต้ ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นโศกนาฏกรรมและภัยพิบัติที่ไม่ควรเกิดขึ้น พร้อมประกาศการไว้ทุกข์ระดับชาติและสั่งลดธงลง ผู้นำเกาหลีใต้ยังเป็นประธานในการประชุมฉุกเฉินสองครั้งติดต่อกัน พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการปฐมพยาบาลและดูแลผู้บาดเจ็บอย่างรวดเร็ว และให้สอบสวนสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียด   Credit ภาพ…

สื่อมวลชนเมียนมาเสนอข่าวการจับกุมกลุ่มต่อต้าน SAC ในไทยเชื่อมโยงกับ APEC

สนข. The Irrawaddy รายงานเมื่อ 27 ต.ค.65 ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นรม. สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงของไทยเข้มงวดมาตรการ รปภ. ห้วงการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม APEC ใน พ.ย.65 เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่สงบที่คาดไม่ถึง หรือเหตุการณ์ที่จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ โดยเน้นสถานการณ์ตึงเครียดในพื้นที่ทั่วโลกที่สำคัญ 3 กรณี คือ สงครามรัสเซีย-ยูเครน ความขัดแย้งในไต้หวัน และสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมา ซึ่งในกรณีเมียนมา The Irrawaddy ได้รายงานพาดพิงว่า ทางการไทยจับกุมกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา (SAC) ในไทย และส่งกลับประเทศตามการร้องขอจากฝ่ายเมียนมาหลายครั้ง โดยเฉพาะแกนนำคนสำคัญ และหยิบยกกรณี น.ส.ฮาน เล ผู้เข้าประกวด Miss Grand International Myanmar 2020 ซึ่งถูกห้ามไม่ให้เข้าไทยหลังจากเดินทางไปต่ออายุวีซ่าที่เวียดนาม เมื่อ ก.ย.65 ทำให้ต้องลี้ภัยไปประเทศที่สาม นอกจากนี้ ปัจจุบันยังมีกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมาที่ต้องหลบภัยอยู่ในไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน ทั้งแกนนำนักเคลื่อนไหว นักการเมือง สื่อมวลชน อดีตรัฐมนตรี และนักธุรกิจ…

ผู้นำสหรัฐฯ จะเยือนเอเชียเพื่อเข้าร่วมการประชุมสำคัญในห้วง พ.ย.65

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 28 ต.ค.65 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน และรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส จะเยือนเอเชีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมต่าง ๆ ใน พ.ย.65 โดยประธานาธิบดีไบเดนจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-อาเซียน และการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ที่กรุงพนมเปญ กัมพูชา ใน 12-13 พ.ย.65 จากนั้นจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอด G20 ที่บาหลี อินโดนีเซีย ใน 13-16 พ.ย.65