นายกรัฐมนตรีอินเดียหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีรัสเซียเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน

กระทรวงการต่างประเทศของอินเดีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 2 มี.ค.65 ว่า นายนเรนทรา โมดิ นายกรัฐมนตรีของอินเดีย หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน และการอพยพพลเมืองอินเดียออกจากพื้นที่ที่มีการปะทะอย่างปลอดภัย เฉพาะอย่างยิ่ง เมือง Kharkiv ทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน ซึ่งมีนักศึกษาอินเดียติดค้างอยู่จำนวนมาก ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีอินเดียหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีปูตินเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครนแล้ว 1 ครั้ง เมื่อ 24 ก.พ.65

อาเซียนออกแถลงการณ์ฉบับที่สองเรียกร้องการหยุดยิงในยูเครน

สำนักเลขาธิการอาเซียน เผยแพร่แถลงการณ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียน เพื่อเรียกร้องการหยุดยิงในยูเครน เมื่อ 3 มี.ค.65 ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียนห่วงกังวลอย่างมากต่อสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นและทำให้เงื่อนไขด้านมนุษยธรรมเลวร้ายลงในยูเครน จึงเรียกร้องให้มีการหยุดยิงโดยทันที เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจรจาแก้ไขวิกฤตในปัจจุบัน ซึ่งจะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนในยูเครน นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำแถลงการณ์อาเซียนเมื่อ 26 ก.พ.65 และแสดงความพร้อมของอาเซียนที่จะอำนวยความสะดวกในทุกวิธีที่เป็นไปได้ในการเจรจาสันติภาพระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

สหราชอาณาจักรยกระดับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย

กระทรวงการต่างประเทศ สหราชอาณาจักร ออกแถลงการณ์เมื่อ 1 มี.ค.65 ประกาศมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียเพิ่มเติม อาทิ ห้ามเรือรัสเซียเข้าเทียบท่าของสหราชอาณาจักร และคว่ำบาตรสถาบันการเงินสำคัญ เช่น ธนาคารกลางรัสเซีย และกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อนายทหารระดับสูงของเบลารุส อาทิ เสนาธิการทหารบก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาและผลิตยุทโธปกรณ์ในกองทัพเบลารุส เพื่อตอบโต้ที่เบลารุสพยายามให้ความช่วยเหลือด้านการทหารแก่รัสเซียในการโจมตียูเครน

สหภาพยุโรปจะยกระดับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย

รัฐสภายุโรป (European Parliament-EP) มีมติเมื่อ 1 มี.ค.65 สนับสนุนให้สหภาพยุโรป (European Union-EU) ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียที่รุนแรงและเข้มงวดขึ้น ด้วยคะแนน 637 เสียง จากทั้งหมด 705 เสียง เพื่อตอบโต้กรณีรัสเซียใช้กำลังทหารรุกรานยูเครน ซึ่งขัดต่อหลักกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง

จีนเริ่มอพยพพลเมืองออกจากยูเครน

สถานเอกอัครราชทูตจีน ณ กรุงเคียฟ ยูเครน ออกแถลงการณ์เมื่อ 28 ก.พ.65 ว่า อพยพพลเมืองชุดแรกออกจากยูเครนแล้วจำนวน 600 คน ในจำนวนนี้เป็นนักศึกษา 400 คน จากเมืองโอเดสซา และอีก 200 คน จากกรุงเคียฟ ซึ่งเดินทางข้ามพรมแดนไปยังมอลโดวาด้วยขบวนรถบัสภายใต้การคุ้มกันของตำรวจท้องถิ่น และเตรียมอพยพพลเมืองชุดที่ 2 อีก 1,000 คน ไปยังโปแลนด์และสโลวาเกียใน 1 มี.ค.65

อินเดียอพยพพลเมืองออกจากยูเครนแล้วมากกว่า 1,000 คน

สำนักประชาสัมพันธ์ (Press Information Bureau-PIB) ของอินเดีย รายงานเมื่อ 28 ก.พ.65 ว่า อพยพพลเมืองออกจากยูเครนผ่านชายแดนประเทศรอบยูเครน และเดินทางถึงอินเดียแล้ว 1,156 คน ผ่านเที่ยวบิน 5 เที่ยวบิน หลังรัสเซียปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน (ข้อมูลเมื่อ 28 ก.พ.65 เวลา 12.00 น.)

อินเดียจะส่งผู้แทนพิเศษไปประเทศที่มีชายแดนติดกับยูเครน

กระทรวงการต่างประเทศของอินเดีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 28 ก.พ.65 ว่า นายนเรนทรา โมดิ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลอินเดีย เพื่อติดตามความคืบหน้าการอพยพพลเมืองอินเดียออกจากยูเครน ภายใต้ปฏิบัติการคงคา (Operation Ganga) ครั้งที่ 2 ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้ส่งรัฐมนตรี 4 คน ไปโปแลนด์ โรมาเนีย สโลวาเกีย และฮังการี ตามลำดับ ดังนี้ 1) พล.อ. Vijay Kumar Singh รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการบินพลเรือน และกระทรวงการขนส่งทางบกและทางหลวง 2) นาย Jyotiraditya M. Scindia รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการบินพลเรือน 3) นาย Kiren Rijiju รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกฎหมายและยุติธรรม และ 4) นาย Hardeep Singh Puri รัฐมนตรีว่าการกระทรวงปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ กระทรวงการเคหะและกิจการเมือง โดยจะเดินทางไปในฐานะผู้แทนพิเศษของนายกรัฐมนตรีอินเดีย เพื่อดูแลการอพยพพลเมืองอินเดียออกจากยูเครน นอกจากนี้ อินเดียจะเริ่มจัดส่งสิ่งของเพื่อให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมตามแนวชายแดนยูเครนใน 1…

กกต.เมียนมาขู่ยุบพรรค NLD และพรรค SNLD

สำนักข่าวอิระวดี รายงานเมื่อ 24 ก.พ.65 ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของเมียนมา ส่งหนังสือเตือนพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (National League for Democracy-NLD) ของอองซานซูจี ซึ่งชนะการเลือกตั้งทั่วไป (เมื่อ 8 พ.ย.63) และพรรค Shan Nationalities League for Democracy (SNLD) ในรัฐฉาน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองชนกลุ่มน้อยที่ได้ที่นั่งมากที่สุด เพื่อให้ทั้งสองพรรคปฏิบัติตามคำสั่งของ กกต.เมียนมา ที่ให้ยื่นแสดงบัญชีการเงินเพื่อการตรวจสอบภายใน 9 มี.ค.65 มิเช่นนั้นอาจสั่งยุบพรรค NLD และพรรค SNLD เพราะถือเป็นการละเมิดกฎหมายการจดทะเบียนพรรคการเมืองของเมียนมา มาตรา 24 (c) (d) และ (e) ซึ่งมีโทษตั้งแต่ระงับการดำเนินการ 3 ปี ให้ยุติการดำเนินการ และยุบพรรคตามลำดับ หลังจาก กกต.เมียนมาเคยขอให้พรรค NLD และ SNLD รวมถึงพรรคการเมืองอื่น ๆ…

นายกรัฐมนตรีมาเลเซียออกแถลงการณ์ประเด็นเมียนมาระหว่างเยือนกัมพูชา

สำนักข่าวแห่งชาติมาเลเซีย (เบอร์นามา) รายงานเมื่อ 24 ก.พ.65 อ้างแถลงการณ์ของดาโต๊ะ ซรี อิสมาอิล ซาบรี ยากบ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ระหว่างการเยือนกัมพูชา เมื่อ 23-24 ก.พ.65 ในประเด็นเมียนมา ระบุว่า มาเลเซียต้องการเห็นเมียนมากลับสู่ภาวะปกติตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน และทุกฝ่ายควรทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิผลและครอบคลุม อย่างไรก็ดี ความรับผิดชอบหลักอยู่ที่รัฐบาลเมียนมาเอง เพราะเมียนมาเป็นส่วนหนึ่งในฉันทามติดังกล่าว นอกจากนี้ มาเลเซียต้องการเห็นพัฒนาการเชิงบวกในประเด็นชาวโรฮีนจาอพยพ โดยเห็นว่า กระบวนการส่งกลับชาวโรฮีนจาไปยังเมียนมาอย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรีเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการ เนื่องจากที่ผ่านมา มาเลเซียต้องรับภาระดูแลชาวโรฮีนจาที่อพยพเข้ามาอาศัยในมาเลเซีย ทั้งนี้ มาเลเซียยังคงสนับสนุนบทบาทกัมพูชาในฐานะประธานอาเซียน รวมถึงบทบาทของผู้แทนพิเศษกัมพูชาในประเด็นเมียนมา

อาเซียนและสหราชอาณาจักรกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้นำไปสู่การปฏิบัติ

เว็บไซต์ asean.org รายงานเมื่อ 23 ก.พ.65 ว่าในวันเดียวกัน ดาโต๊ะ ปาดูกา ลิม จ็อก ฮอย เลขาธิการอาเซียน พบหารือกับนาง Anne-Marie Trevelyan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศ ของสหราชอาณาจักร เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เฉพาะอย่างยิ่ง กรอบการฟื้นฟูที่ครอบคลุมของอาเซียน (ASEAN Comprehensive Recovery Framework-ACRF) ความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรมดิจิทัล และความเป็นแกนกลางของอาเซียนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก พร้อมทั้งผลักดันปฏิญญาที่เห็นชอบร่วมกันให้นำไปสู่การปฏิบัติ ควบคู่กับแสวงหาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในสาขาอื่น ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ที่จะจัดทำความตกลงการค้าเสรีหรือความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน นอกจากนี้ อาเซียนเชิญชวนสหราชอาณาจักรลงทุนในอาเซียนเพิ่มขึ้นจากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค(Regional Comprehensive Economic Partnership –  RCEP) ซึ่งจะเป็นปัจจัยส่งเสริมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว