ญี่ปุ่นเตรียมเจรจาประเด็นภาษีตอบโต้กับสหรัฐฯ ครั้งที่ 7

สนข. Kyodo News รายงานเมื่อ 26 มิ.ย.68 ว่า นายอากาซาวะ เรียวเซ รมว.รับผิดชอบด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้นำการเจรจาฝ่ายญี่ปุ่นต่อภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ มีกำหนดเดินทางไปกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ เมื่อวันเดียวกัน เพื่อเจรจาเกี่ยวกับภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ กับ รมว.กค. และรมว.พณ. ของสหรัฐฯ โดยจะเป็นการเจรจาระดับรัฐมนตรีรอบที่เจ็ด นับแต่การเริ่มเจรจา เมื่อ เม.ย.68 ทั้งนี้ นายอากาซาวะ ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางว่า ตนยังคงหวังว่าจะสามารถโน้มน้าวให้สหรัฐฯ ทบทวนภาษีดังกล่าว เฉพาะอย่างยิ่งภาษีนำเข้ารถยนต์ ที่สหรัฐฯ เรียกเก็บเพิ่มเติมในอัตราร้อยละ 25 ซึ่งญี่ปุ่นไม่สามารถยอมรับได้

สหรัฐฯ เตรียมยกเลิกสถานะผู้ขอลี้ภัย เพื่อดำเนินการขับออกนอกประเทศ

สนข. CNN รายงานเมื่อ 25 มิ.ย.68 ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมยกเลิกสถานะผู้ขอลี้ภัยของผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย ซึ่งจะส่งผลให้สามารถขับออกนอกประเทศได้ทุกกรณีด้วยการใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง ทั้งทางแพ่งและทางอาญา เพื่อเป็นการรักษากฎหมายและความมั่นคงของสหรัฐฯ ซึ่งข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติ (United States Citizenship and Immigration Services-USCIS) ภายใต้กระทรวงความมั่นคงภายในสหรัฐฯ (Department of Homeland Security-DHS) ระบุจำนวนผู้ขอสถานะเป็นผู้ลี้ภัย สูงถึง 1.45 ล้านคน และร้อยละ 25 ของผู้ขอสถานะเป็นผู้ลี้ภัย เป็นผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย

CIA ยืนยันการโจมตีของสหรัฐฯ สร้างความเสียหายรุนแรงต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

นายจอห์น แรทคลิฟฟ์ ผอ.สนง.ข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA)  ยืนยันเมื่อ 25 มิ.ย.68 ว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ เมื่อ 22 มิ.ย.68 และใช้เวลาอีกหลายปีในการฟื้นคืนศักยภาพด้านนิวเคลียร์ ขณะที่กรณีสื่อต่าง ๆ เผยแพร่รายงานของหน่วยข่าวกรองทหารสหรัฐฯ (Defense Intelligence Agency-DIA) ที่ประเมินความเสียหายของโครงการนิวเคลียร์อิหร่านที่ระดับปานกลาง-รุนแรง และกระทบต่อศักยภาพด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านเพียงไม่กี่เดือน เมื่อ 24 มิ.ย.68 นั้น เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้นหลังปฏิบัติการ 24 ชั่วโมง และได้มีการปรับแก้ข้อมูลดังกล่าวให้เป็นปัจจุบันแล้ว

รัสเซียสนับสนุนให้คงการเจรจาโดยตรงกับยูเครนครั้งที่ 3

สนข. Tass รายงานเมื่อ 26 มิ.ย.68 อ้างถ้อยแถลงของนาย Sergey Naryshkin ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองต่างประเทศรัสเซีย (the Russian Foreign Intelligence Service-SVR) ว่า รัสเซียเห็นถึงความสำคัญของการเจรจาโดยตรงระหว่างรัสเซีย-ยูเครน แม้ยังไม่มีความคืบหน้าที่สำคัญ แต่การเจรจามีส่วนช่วยแก้ไขประเด็นขัดแย้ง รวมถึงข้อห่วงกังวลด้านมนุษยธรรม อย่างไรก็ดี นาย Naryshkin อ้างว่าประเทศในยุโรปยังพยายามแทรกแซงการเจรจาระหว่างรัสเซีย-ยูเครน โดยพยายามเปลี่ยนแปลงความต้องการและจุดยืนของรัสเซียในการเจรจา

ไต้หวันจัดการฝึกฮั่นกวงในปี 2568

นายเวลลิงตัน คู รมว.กห.ไต้หวัน กล่าวถึงการซ้อมรบฮั่นกวงที่จะจัดขึ้นระหว่าง 9-18 ก.ค.68 (นานกว่าการฝึกทุกครั้งที่จัดเพียง 5 วัน) ว่า จะมุ่งการรับมือกลยุทธ์ gray-zone ของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (People’s Liberation Army-PLA) ที่มีระดับความรุนแรงปานกลาง-สูง โดยจำลองสถานการณ์กรณี PLA ยกพลขึ้นบกและยิงโจมตีไต้หวัน จำลองการสู้รบเพื่อตอบโต้การรุกคืบของ PLA โดยจะใช้อาวุธที่ได้รับมาใหม่ในการฝึกซ้อม ประกอบด้วย ระบบยิงขีปนาวุธหลายลำกล้อง (HIMARS) จากสหรัฐฯ ระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Land Sword II ที่ไต้หวันพัฒนาเอง และโดรนประเภทต่าง ๆ ทั้งนี้ การฝึกฮั่นกวงจะจัดขึ้นคู่ขนานกับการซ้อมด้านความพร้อมรับมือในเขตเมือง (Urban Resilience Exercises) เน้นปฏิบัติการช่วยเหลือในภาวะสงคราม และตรวจสอบการสื่อสารระหว่างพลเรือนกับทหาร

ประธานาธิบดีจีนจะไม่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ BRICS ปี 2568

นสพ. South China Morning Post รายงานเมื่อ 24 มิ.ย.68 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะไม่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ BRICS ปี 2568 ที่เมืองริโอเดจาเนโร บราซิล ระหว่าง 6-7 ก.ค.68 โดยคาดว่าจะส่ง นรม.หลี่ เฉียง ไปแทน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีจีนไม่เข้าร่วม เนื่องจากประธานาธิบดีสีมีกำหนดการอื่นทับซ้อนกับการประชุมสุดยอดผู้นำ BRICS แต่แหล่งข่าวชาวจีนที่มีส่วนร่วมในการเตรียมการเข้าร่วมประชุมให้เหตุผลว่า เนื่องจากประธานาธิบดีสีได้พบกับประธานาธิบดี Luiz Inacio Lula da Silva ของบราซิล ถึง 2 ครั้งภายในไม่ถึง 1 ปี ด้านโฆษก กต.จีน ย้ำถึงการสนับสนุนของจีนต่อบทบาทของบราซิลในฐานะประธานกลุ่ม BRICS ในปี 2568 และจะแถลงให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เข้าร่วมการประชุมจากฝ่ายจีนในเวลาที่เหมาะสม ขณะที่ทางการบราซิลแสดงความผิดหวังต่อกรณีการไม่เข้าร่วมประชุมของประธานาธิบดีจีน 

เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford ของสหรัฐฯ ไปประจำการในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

  สนข. AP รายงานเมื่อ 25 มิ.ย.68 ว่า เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ USS Gerald R. Ford ของสหรัฐฯ ออกจากฐานทัพเรือในเมืองนอร์ฟอล์ก รัฐเวอร์จิเนีย พร้อมกับกองเรือสนับสนุน เพื่อประจำการในหน่วยบัญชาการทหารสหรัฐภาคยุโรป (U.S. European Command – EUCOM) ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตามกำหนดการปกติ  ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาธนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อ 21 มิ.ย.68 ทั้งนี้ ปัจจุบัน สหรัฐฯ ประจำการกองเรือบรรทุกเครื่องบิน 3 กองเรือในภูมิภาคตะวันออกกลาง และภูมิภาคใกล้เคียง ทั้งหมดถึง 3 กองเรือ ได้แก่ USS Carl Vinson  USS Nimitz และ USS Gerald R. Ford ซึ่งเป็นรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์รุ่นใหม่ล่าสุดของ ทร.สหรัฐฯ

รัสเซียเชื่อว่ายูเครนและมอลโดวาร่วมมือกันปฎิบัติการลับในรัสเซีย

สนข.Tass รายงานเมื่อ 25 มิ.ย.68 ว่า หน่วยต่อต้านข่าวกรองรัสเซีย (Federal Security Service of the Russian Federation-FSB) อ้างว่าสามารถจับกุมเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของมอลโดวา 2 ราย ที่กรุงมอสโก พร้อมเอกสารระบุตัวตนปลอม ผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่า โดยเดินทางเข้ารัสเซียตั้งแต่ พ.ค.68 และกำลังปฎิบัติการลับเพื่อบ่อนทำลายความมั่นคงของรัสเซีย  นอกจากนี้ FSB เชื่อว่า มอลโดวาเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติการลับในรัสเซียอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 หลังความขัดแย้งยูเครน-รัสเซีย  

สอท.จีน/แคนาดา ปฏิเสธคำกล่าวหาของแคนาดาว่ากลุ่ม Salt Typhoon โจมตีบริษัทโทรคมนาคม

นสพ. Global Times รายงานเมื่อ 24 มิ.ย.68 อ้างถ้อยแถลงของโฆษก สอท.จีน/แคนาดา คัดค้านและปฏิเสธรายงานของศูนย์ความมั่นคงทางไซเบอร์ของแคนาดา (Canadian Centre for Cyber Security) ที่อ้างว่า มีความเป็นไปได้สูงมากว่ากลุ่มแฮ็กเกอร์ Salt Typhoon ซึ่งจีนสนับสนุนจาก ก่อปฏิบัติการโจมตีทางไซเบอร์ต่อบริษัทโทรคมนาคมของแคนาดา โดยระบุว่า เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงและกระจายข้อมูลเท็จที่ทำให้จีนเสื่อมเสียชื่อเสียง   สอท.จีน/แคนาดา เรียกร้องให้ฝ่ายแคนาดายุติการกล่าวหาที่ให้ร้ายต่อจีนอย่างปราศจากข้อเท็จจริง และการทำให้ประเด็นความมั่นคงทางไซเบอร์เป็นประเด็นทางการเมือง เนื่องจากจีนเป็นประเทศที่คัดค้านการโจมตีทางไซเบอร์ทุกรูปแบบ ยึดมั่นในการรักษาความมั่นคงทางไซเบอร์ ทั้งยังเป็นประเทศหลักที่ถูกโจมตีทางไซเบอร์

FBI ปรับเพิ่ม จนท. ปฏิบัติการด้านการต่อต้านภัยคุกคามต่าง ๆ หลังการโจมตีอิหร่าน

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 25 มิ.ย.68 ว่า สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ (Federal bureau of investigation – FBI) ได้เสริมจำนวน จนท. เพื่อเพิ่มการเฝ้าระวังภัยคุกคามจากการก่อการร้าย การต่อต้านข่าวกรอง และการป้องกันความมั่นคงทางไซเบอร์ ภายในประเทศ  หลังสหรัฐฯ โจมตีทางอากาศต่อโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านทั้ง 3 แห่ง เมื่อ 21 มิ.ย.68 จากที่ภารกิจหลักของ FBI มุ่งเน้นการตรวจคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย  โดยมีการปรับเพิ่ม จนท. ของสำนักงานในนครชิคาโก นครลอสแองเจลิส นครซานฟรานซิสโก มหานครนิวยอร์ก และนครฟิลาเดลเฟีย