จีนสนับสนุนอิหร่านในกรณีถูกอิสราเอลโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

นสพ. Global Times รายงานเมื่อ 14 มิ.ย.68 ว่า นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน หารือทางโทรศัพท์กับนายอับบาส อะราคชี รมว.กต.อิหร่าน กรณีอิสราเอลโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยระบุจุดยืนของจีนที่คัดค้านและประณามการโจมตีว่าได้สร้างความเสียหายต่อพลเมือง ละเมิดอำนาจอธิปไตย และความมั่นคงของอิหร่าน รวมถึงกฎบัตรสหประชาชาติ จีนพร้อมจะมีบทบาทที่สร้างสรรค์เพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาคด้วยการสนับสนุนและคงการสื่อสารกับอิหร่าน รวมถึงภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อรักษาอธิปไตย สิทธิอันชอบธรรม และความปลอดภัยของชาวอิหร่าน นอกจากนี้ จีนสนับสนุนให้ประชาคมระหว่างประเทศประณามการโจมตี และเรียกร้องให้ประเทศที่มีอิทธิพลต่ออิสราเอลเร่งผลักดันการฟื้นฟูสันติภาพ  นายหวังแสดงความหวังว่าอิหร่านจะปกป้องหน่วยงานและชาวจีนในอิหร่าน ขณะที่นายอับบาสขอบคุณการสนับสนุนจากจีน และพร้อมจะให้การปกป้องชาวจีน ทั้งยังหวังว่าประชาคมระหว่างประเทศจะร่วมกันเรียกร้องให้อิสราเอลยุติการโจมตี แม้สถานการณ์ล่าสุดอาจยกระดับสู่สงครามเต็มรูปแบบ

ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงอย่างต่อเนื่อง

หอการค้าไทยเปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือน พ.ค.68 พบว่า ปรับตัวลดลงอยู่ที่ 54.2 อยู่ในระดับที่ต่ำสุดในรอบ 2 ปี สะท้อนว่าเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง แม้รัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ตาม ราคาสินค้าก็มีแนวโน้มแพงขึ้น ด้านกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ให้ความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ธุรกิจในกลุ่มค้าปลีกจะเผชิญกับกำลังซื้อของประชาชนที่ลดลง  การชะลอการการใช้จ่าย ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มมูลค่าจะเปราะบางต่อไปสะท้อนจากยอดเปิดตัวโครงการใหม่อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 15 ปี แม้จะมีมาตรการผ่อนคลายจากรัฐ แต่กระตุ้นกำลังซื้อไม่ได้ นอกจากนี้ ธุรกิจร้านอาหารได้รับผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงมากขึ้น

รัสเซียหารือสหรัฐฯ ประเด็นความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน

สนข.Sputnik และ สนข. RT รายงานเมื่อ 14 มิ.ย.68 อ้างถ้อยแถลงของนาย Yuri Ushakov ที่ปรึกษาประจำทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นเวลา 50 นาที ประเด็นความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน โดยประธานาธิบดีปูตินแจ้งประธานาธิบดีทรัมป์ถึงการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างรัสเซีย-อิหร่าน และรัสเซีย-อิสราเอล เมื่อ 13 มิ.ย.68 รวมถึงเน้นย้ำว่ารัสเซียต้องการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านด้วยวิธีทางการทูตและแสวงหาข้อตกลงที่ทุกฝ่ายยอมรับ ส่วนประธานาธิบดีทรัมป์ประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลางว่ามีความไม่แน่นอนสูง และต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ประธานาธิบดีปูตินระบุด้วยว่ารัสเซียจะเจรจากับยูเครนโดยตรงครั้งต่อไปหลัง 22 มิ.ย.68 และรัสเซียกับสหรัฐฯ พอใจกับความสัมพันธ์ระหว่างกันในปัจจุบันซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถหารือกันโดยสันติ

สหรัฐฯ และอิหร่านยกเลิกการเจรจานิวเคลียร์รอบที่ 6

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 14 มิ.ย.68 ว่า  สหรัฐฯ และอิหร่านยกเลิกการเจรจานิวเคลียร์รอบ 6 ที่จะมีขึ้นที่โอมานใน 15 มิ.ย.68 โดยอิหร่านระบุว่า จะไม่กลับสู่การเจรจา ตราบที่อิสราเอลยังโจมตีอิหร่าน  ขณะที่ รมว.กต.โอมาน ย้ำว่า การทูตและการเจรจาเป็นวิธีเดียวที่จะนำไปสู่การบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืน ทั้งนี้ ภูมิภาคตะวันออกกลางตึงเครียดยิ่งขึ้น หลังจากอิสราเอลโจมตีเป้าหมายทางการทหารและโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อ 13 มิ.ย.68 และอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิสราเอล

ทบ.อินเดียและฝรั่งเศสเตรียมจัดซ้อมร่วมภายใต้ชื่อ Shakti 2025

กองทัพอินเดียจะฝึกซ้อมร่วมกับฝรั่งเศส ภายใต้ชื่อ Shakti 2025 ครั้งที่ 8 ระหว่าง 18 มิ.ย.- 1 ก.ค.68 ที่ La Cavalerie จังหวัด Aveyron ในฝรั่งเศส เพื่อเสริมศักยภาพทางทหารร่วมกันของทั้งสองฝ่ายภายใต้สถานการณ์ที่มีความท้าทาย การฝึกซ้อมร่วมดังกล่าวยังจะช่วยยกระดับความร่วมมือ รวมถึงพัฒนามิตรภาพระหว่างกองทัพของทั้งสองฝ่ายได้เป็นอย่างดี

สอท.จีน ณ กรุงเตหะราน เตือนชาวจีนเพิ่มความระมัดระวังหลังอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน

สอท. จีน ณ กรุงเตหะราน ประกาศเมื่อ 13 มิ.ย.68 เตือนให้ภาคธุรกิจและชาวจีนในอิหร่านติดตามสถานการณ์การโจมตีทางทหารของอิสราเอลในปฏิบัติการ Rising Lion ที่มุ่งสกัดกั้นการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ในอิหร่านอย่างใกล้ชิด และเพิ่มความระมัดระวังด้านความปลอดภัย เนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าวรุนแรงและซับซ้อน โดยให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่อ่อนไหว และพื้นที่แออัด พร้อมทั้งรักษาความปลอดภัยส่วนบุคคลและทรัพย์สินของตน และให้ดิดต่อขอความช่วยเหลือจากตำรวจท้องถิ่น และสอท. หรือสถานกงสุลจีนทันทีในกรณีฉุกเฉิน

EU และสหราชอาณาจักรบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับสถานะของยิบรอลตาร์ภายหลัง Brexit

สนข.Reuters รายงานเมื่อ 11 มิ.ย.68 ว่าสหภาพยุโรป (EU) และสหราชอาณาจักรบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับสถานะของยิบรอลตาร์ภายหลัง Brexit ซึ่งช่วยผ่อนคลายการควบคุมชายแดนและยุติความไม่แน่นอนทางการเมือง นับตั้งแต่การลงประชามติของสหราชอาณาจักรเมื่อปี 2559 เพื่อออกจาก EU ข้อตกลงนี้อนุญาตให้ชาวยิบรอลตาร์และพลเมืองสเปนสามารถข้ามพรมแดนได้โดยใช้บัตรประจำตัวประชาชน แทนการใช้หนังสือเดินทาง ขณะที่ผู้โดยสารขาเข้าที่สนามบินยิบรอลตาร์จะต้องผ่านการตรวจร่วมกันโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของยิบรอลตาร์และสเปน ซึ่งมีรูปแบบคล้ายกับระบบตรวจคนเข้าเมืองของฝรั่งเศสที่สถานีรถไฟ St. Pancras ในลอนดอน ซึ่งเป็นจุดที่ให้บริการรถไฟยูโรสตาร์เชื่อมต่อระหว่างสหราชอาณาจักรกับแผ่นดินใหญ่ของทวีปยุโรป ข้อตกลงดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดความล่าช้าสำหรับแรงงานข้ามพรมแดนประมาณ 15,000 คนต่อวัน และหลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบหนังสือเดินทางที่ยุ่งยาก เจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายกล่าวชื่นชมข้อตกลงนี้ว่าเป็นทางออกที่เป็นรูปธรรมและมีเสถียรภาพ ซึ่งช่วยคุ้มครองอธิปไตยของอังกฤษ สนับสนุนเศรษฐกิจของยิบรอลตาร์ และส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

อิสราเอลโจมตีทางอากาศต่อที่ตั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล แถลงเมื่อ 13 มิ.ย.68 ว่า อิสราเอลโจมตีอิหร่านภายใต้ชื่อรหัสปฏิบัติการ Operation Rising Lion เพื่อลดทอนศักยภาพทางนิวเคลียร์ของอิหร่าน และยืนยันจะปฏิบัติการต่อไปจนกว่าจะจัดการภัยคุกคามได้สำเร็จ เป้าหมาย คือ 1) โรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่เมือง Natanz 2) นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำที่มีส่วนร่วมในโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน และ 3) โครงการขีปนาวุธของอิหร่าน   นรม.เนทันยาฮูอ้างว่าอิหร่านกำลังวางแผนทำลายอิสราเอล หลังจากที่ล้มเหลวในการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในตะวันออกกลางให้ทำสงครามตัวแทนปิดล้อมอิสราเอล รวมถึงเหตุการณ์โจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ต.ค.66 แต่ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปเพื่อปกป้องอิสราเอลเท่านั้น แต่เป็นการปกป้องประเทศอาหรับอื่น ๆ จากอิหร่านด้วย  การโจมตีครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ประชาชนอิหร่าน แต่เพื่อโจมตีระบอบการปกครองของอิหร่าน 

เวียดนามและออสเตรเลีย สร้างศูนย์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์

สนข.VGP ของทางการเวียดนาม รายงานเมื่อ 12 มิ.ย.68 ว่า นาย Bui The Duy รมช.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเวียดนาม กับนาย Gillian Bird ออท.ออสเตรเลีย ณ กรุงฮานอย ร่วมเป็นประธานพิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างศูนย์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์เวียดนาม-ออสเตรเลีย ในกรุงฮานอย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันเทคโนโลยีด้านไปรษณีย์และโทรคมนาคมเวียดนามกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ (UTS) และรัฐบาลออสเตรเลียให้งบสนับสนุนการก่อสร้าง 2.1 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ศูนย์ดังกล่าวจะเป็นพื้นที่การวิจัย พัฒนา และการวางนโยบายด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเกิดใหม่ เพื่อประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง เช่น ระบบอินเตอร์เน็ต 5G/6G ปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ และความปลอดภัยทางไซเบอร์

ลาวเตรียมส่งออกข้าวไปบรูไนและบังกลาเทศ

  นสพ. Vientiane Times ภาคภาษาลาว รายงานเมื่อ 12 มิ.ย.68 ว่า รัฐบาลลาวร่วมมือกับเอกชนท้องถิ่นเตรียมส่งออกข้าวไปยังบรูไนซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการทดลองส่งออกทั้งข้าว กาแฟ และผลไม้อบแห้ง รวม 50 ตัน นอกจากนี้ บังกลาเทศยังสนใจสั่งซื้อข้าวจากลาวจำนวน 200,000 ตัน ซึ่งอยู่ระหว่างการลงนามสัญญา คาดว่าจะดำเนินการได้ในห้วง มิ.ย.-ก.ค.68 ทั้งนี้ การส่งออกสินค้าเกษตรไปตลาดต่างประเทศของลาวสะท้อนให้เห็นความพยายามและผลสำเร็จของรัฐบาลทั้งการส่งเสริมการผลิต และเจรจาเปิดตลาดกับคู่ค้า ปัจจุบันลาวส่งออกสินค้าเกษตรไปยังจีน เวียดนาม และไทย และตั้งแต่ ม.ค.-พ.ค.68  มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตร รวม  977 ล้านดอลลาร์สหรัฐ