สหรัฐฯ เตรียมปรับลดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจทางการทูตในจีน

สนข. South China Morning Post รายงานเมื่อ 20 ก.พ. 68 ว่า สหรัฐฯ เตรียมปรับลดกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจทางการทูตในจีนลงร้อยละ 10  โดยจะมีผลกับทั้ง จนท. ทางการทูต สัญชาติสหรัฐฯ และ จนท.ท้องถิ่นของ สอท.สหรัฐฯ ในกรุงปักกิ่ง และสถานกงสุลในนครกว่างโจว เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหยาง หวู่ฮั่น และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่ง จนท. ที่จะถูกเลิกจ้างในจีนจะได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าภายในสัปดาห์นี้ โดยจะได้รับเงินชดเชย หรือได้รับโอกาสย้ายไปปฏิบัติภารกิจทางการทูตในประเทศอื่น มาตราการปรับลดกำลังพล เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของคณะทูตของสหรัฐฯ ทั่วโลก เพื่อให้ทันสมัยขึ้น ตามคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้ กต. สหรัฐฯ ทำงานตามนโยบาย “America First” ทั้งนี้ การปรับลดกำลังพลครั้งนี้ นับเป็นการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่และครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทางการทูตของสหรัฐฯ ต่อจีน  ตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกัน เมื่อปี 2522  

รัสเซียไม่ยอมรับชาติตะวันตกส่งทหารไปประจำการในยูเครน

โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย แถลงเมื่อ 20 ก.พ.68 ว่า ไม่ยอมรับแผนการส่งกำลังทหารของชาติตะวันตก (สมาชิกเนโต)ไปประจำการในยูเครน ตามที่อ้างว่าเพื่อรับประกันความปลอดภัยแก่ยูเครน เนื่องจากจะส่งผลต่อความมั่นคงของรัสเซียอย่างมีนัยสำคัญ รัสเซียจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ท่าทีของรัสเซียครั้งนี้มีขึ้นหลังจาก นสพ. The Telegraph ของสหราชอาณาจักร รายงานเมื่อ 19 ก.พ.68 ว่า นายเคียร์ สตาร์เมอร์ นรม.สหราชอาณาจักร เตรียมเสนอต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในสัปดาห์หน้าเกี่ยวกับการส่งกำลังทหารของชาติตะวันตกอย่างน้อย 30,000 นาย ไปประจำการในเมืองใหญ่ของยูเครน และในพื้นที่ที่ตั้งโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ อาทิ ท่าเรือ และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เพื่อลดความเสี่ยงในการเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างกองกำลังของเนโตและรัสเซีย และรับประกันความปลอดภัยแก่ยูเครนในการแก้ไขความขัดแย้ง อย่างไรก็ดี ยุโรปต้องได้รับการสนับสนุนและรับประกันจากสหรัฐฯ ไม่เช่นนั้นมาตรการเพื่อป้องปรามรัสเซียทั้งหมดจะไม่มีผล

ไต้หวันปฏิเสธข้อกล่าวหาของประธานาธิบดีทรัมป์ว่าขโมยธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์

นข.Focus Taiwan รายงานเมื่อ 20 ก.พ.68 ว่า นายโจเซฟ วู ลมช.ไต้หวัน โต้แย้งคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กรณีไต้หวันขโมยธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ไปจากสหรัฐฯ  ส่วนบริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Co (TSMC) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำของไต้หวัน เริ่มต้นจากศูนย์ และได้รับความช่วยเหลือบางประการจากประชาคมระหว่างประเทศ แต่สามารถทำผลงานได้ดีด้วยตนเอง พร้อมทั้งกล่าวเป็นนัยถึงจีนว่าเป็นผู้ขโมยเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ไปจากไต้หวัน สหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ ทั้งนี้ นายวูระบุว่า ไต้หวันได้ประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและเตรียมพร้อมปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ หากสหรัฐฯ บังคับใช้มาตรการทางภาษีต่อไต้หวันตามที่ประกาศไว้ แต่ยังเชื่อมั่นว่า สหรัฐฯ จะทบทวนการตัดสินใจดังกล่าว  เนื่องจากผู้บริโภคชาวอเมริกันจะเป็นผู้แบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น

เลขาธิการอาเซียนพบปะหารือกับผู้บัญชาการกองเรือแปซิฟิกของสหรัฐฯ

เว็บไซต์อาเซียน รายงานเมื่อ 19 ก.พ.68 ว่า นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน ได้พบปะหารือกับ พล.ร.อ Stephen Koehler ผู้บัญชาการกองเรือแปซิฟิกของสหรัฐฯ ที่สำนักงานเลขาธิการอาเซียน อินโดนีเซีย  โดยได้หารือเกี่ยวกับประเด็นความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ และอาเซียน ทั้งเรื่องด้านความมั่นคงทางทะเล รวมถึงความร่วมมือในมิติอื่น ๆ

อาเซียน-รัสเซียเดินหน้ากระชับความร่วมมือและเสริมสร้างหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

เว็บไซต์อาเซียน รายงานเมื่อ 19 ก.พ.68 ว่า ที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน-รัสเซีย ครั้งที่ 21 (ASEAN-Russia Senior Officials Meeting-ARSOM) ซึ่งจัดขึ้นที่สำนักงานเลขาธิการอาเซียน อินโดนีเซีย ยืนยันความมุ่งมั่นในการพัฒนาความร่วมมือและเสริมสร้างความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงความคืบหน้าของแผนปฏิบัติการ Comprehensive Plan of Action (CPA) สำหรับปี 2021-2025 และแสดงเจตนารมณ์ที่จะเดินหน้าความร่วมมือภายใต้ CPA ฉบับใหม่สำหรับปี 2026-2030  

รองเลขาธิการอาเซียนฝ่ายประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหารือกับผู้อํานวยการใหญ่ประจําภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย

เว็บไซต์อาเซียน รายงานเมื่อ 19 ก.พ.68 ว่า นาย Satvinder Singh รองเลขาธิการอาเซียนฝ่ายประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หารือกับ นาย H.E. Benoît Guidée  ผู้อํานวยการใหญ่ประจําภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ของกระทรวงยุโรป และการต่างประเทศของฝรั่งเศส ณ สํานักงานเลขาธิการอาเซียน อินโดนีเซีย โดยได้หารือเกี่ยวกับประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับฝรั่งเศส

เลขาธิการอาเซียนหารือกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอาเซียนของติมอร์-เลสเต

เว็บไซต์อาเซียน รายงานเมื่อ 18 ก.พ.68 ว่า นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน ได้ต้อนรับ นาง Milena Rangel รมช.กต. และความร่วมมือ ฝ่ายกิจการอาเซียนของติมอร์-เลสเต ณ สำนักงานเลขาธิการอาเซียน อินโดนีเซีย  โดยหารือเกี่ยวกับการดําเนินการตามแผนงานสําหรับการเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนของติมอร์-เลส นายเกา กิม ฮวนยังยินดีที่อาเซียน และประเทศคู่เจรจาสร้างขีดความสามารถในการเจรจากับติมอร์-เลสเต

เลขาธิการอาเซียนพบกับประธานจัดงานธุรกิจอาเซียน-ออสเตรเลีย

 เว็บไซต์ทางการอาเซียน รายงานเมื่อ 19 ก.พ.68 ว่า นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียนต้อนรับนายฟราซิส หวัง ประธานจัดการประชุม Australia-ASEAN Business Forum ที่สำนักงานเลขาธิการอาเซียน อินโดนีเซีย และได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ในการเพิ่มพูนความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างอาเซียนกับออสเตรเลีย รวมทั้งการสร้างการเกี่ยวพันของทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ การประชุม Australia-ASEAN Business Forum จะจัดขึ้นในครึ่งหลังของปี 2568

เลขาธิการอาเซียนต้อนรับตัวแทนจากศูนย์อาเซียนศึกษา

 เว็บไซต์ทางการอาเซียน รายงานเมื่อ 19 ก.พ.68 ว่า ว่า นายเกา กิม ฮวนเลขาธิการอาเซียน ต้อนรับนาย Simon Tay ประธานศูนย์อาเซียนศึกษาแห่งสถานบันยูซุฟ อิซฮัก (ISEAS-Yusof Ishak Institute) ของสิงคโปร์ ที่สำนักงานเลขาธิการอาเซียน เพื่อหารือเกี่ยวกับการเตรียมการประชุม ASEAN Think Tanks Summit  ครั้งที่ 2 รวมถึงแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับประเด็นสถานการณ์โลกและภูมิภาค 

ผู้นำสหรัฐฯ อาจพบกับผู้นำรัสเซียใน ก.พ.68

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุเมื่อ 19 ก.พ.68 ว่า อาจได้พบหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียภายใน ก.พ.68 เพื่อหาแนวทางสร้างสันติภาพในยูเครน พร้อมกันนี้ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวหาประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนว่าเป็นฝ่ายเริ่มต้นความขัดแย้งกับรัสเซีย ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นในโอกาสที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ นำโดยนายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ พบหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายรัสเซียครั้งแรก ที่กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย

ผู้นำสหรัฐฯ เชื่อมั่นว่าตนเองมีอำนาจมาพอที่จะยุติสงครามนี้ได้ ตลอดจนย้ำด้วยว่ายูเครนปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการหารือเพื่อเจรจายุติสงครามของรัสเซียในยูเครน และเป็นฝ่ายไม่ยอมเข้าร่วมการเจรจา แม้ว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อกว่า 3 ปี พร้อมกับตั้งข้อสังเกตในเชิงลบต่อผู้นำยูเครนด้วยว่าตั้งใจทำให้สงครามยืดเยื้อ เพื่อรักษาอำนาจทางการเมือง เพราะยูเครนจะยังไม่มีการเลือกตั้งใหม่ หากยังเผชิญภาวะสงคราม ด้านผู้นำยูเครนยืนยันว่าไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมการเจรจาดังกล่าว และจะไม่ยอมรับผลการหารือระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย