สนข.เบอร์นามาแก้ไขเนื้อหาข่าวว่า AOT ยืนยันทุ่นระเบิดที่ห้วยตามาเรียมาวางใหม่

สนข.แห่งชาติมาเลเซีย (เบอร์นามา) รายงานเมื่อ 14 พ.ย.68 เวลา 09.26 น. ตามเวลาไทย ขอแก้ไขเนื้อหาข่าวที่รายงานเมื่อ 13 พ.ย.68 อ้างถึงบทสัมภาษณ์ของ ดาโต๊ะ ซรี อูตามา ฮาจิ โมฮามัด บิน ฮาซัน รมว.กต.มาเลเซีย กรณีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ยืนยันทุ่นระเบิดที่ทหารไทยเหยียบไม่ใช่ทุ่นระเบิดที่วางใหม่ นั้น สนข.เบอร์นามา ระบุว่า เกิดจากความผิดพลาดในการแปลจากภาษามาเลเซียเป็นภาษาอังกฤษ โดยข้อความที่ถูกต้องคือ AOT ยืนยันว่าเป็นทุ่นระเบิดที่วางใหม่

สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีบริษัทในไทยที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์เมียนมา

เว็บไซต์ของ OCCRP องค์กรสื่อมวลชนต่อต้านคอร์รัปชัน รายงานกรณี กค.สหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีคว่ำบาตรกองทัพกะเหรี่ยงเพื่อประชาธิปไตย (DKBA) รวมถึงชาวไทยและบริษัทไทย 2 แห่ง เนื่องจากร่วมมือกับ DKBA ในการทำงานสนับสนุนแก๊งสแกมเมอร์ในเมียนมา ด้าน The Irrawaddy ของเมียนมา นำเสนอบทความเกี่ยวกับข่าวการคว่ำบาตรดังกล่าวในลักษณะว่า พ.อ. ซอชิตตู่ ผบ.กองกำลังพิทักษ์ชายแดนเมียนมา (BGF) อาจเป็นเป้าหมายในการปราบปรามต่อจากนายเฉอ จื้อเจียง และ DKBA เมื่อพิจารณาจากความใกล้ชิดของ พ.อ. ซอชิตตู่กับนายเฉอ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 14 พ.ย.68 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่าง 13-17 พ.ย.68 โดยประธานาธิบดีสีกล่าวถึง การเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่เสด็จฯ เยือนจีนนับตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต สะท้อนถึงการให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน ขณะเดียวกัน ได้แสดงความเสียใจต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยราชวงศ์ไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับจีนมายาวนาน และมีพระมหากรุณาธิคุณในการส่งเสริมมิตรภาพระหว่างสองประเทศ

เมียนมาขอใช้เส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือ ย่างกุ้ง–เกาะสอง–ระนอง

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 13 พ.ย.68 ว่า รัฐบาลเมียนมาขอให้ใช้เส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือในเส้นทาง ย่างกุ้ง–เกาะสอง–ระนอง เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าระหว่างเมียนมากับไทย แทนการใช้ด่านพรมแดนเมียวดีในรัฐกะเหรี่ยงที่ปิดทำการ รวมถึงได้มีการออกใบอนุญาตนำเข้าและดำเนินการค้าชายแดนผ่านด่านท่าขี้เหล็กในรัฐฉานเข้าสู่ จ.เชียงราย ของไทย เพื่อให้การนำเข้า–ส่งออกของทั้งสองประเทศดำเนินต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เมียนมากำลังดำเนินการจัดตั้งเส้นทางการค้าใหม่เพื่อเสริมความต่อเนื่องของการค้าชายแดน โดยเฉพาะในเส้นทางเมียนมา–จีน ซึ่งยังคงเผชิญข้อจำกัดจากการปิดทำการของด่านชินชเวฮอ ลเวเจ และมูเซ ในรัฐฉาน จึงมีแผนเปิดเส้นทางใหม่เพื่อไม่ให้กิจกรรมทางการค้าหยุดชะงัก แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดของเส้นทางขนส่งสินค้าใหม่สำหรับการเชื่อมต่อเข้าสู่จีน

บังกลาเทศปฏิเสธว่าเป็นฐานของกลุ่มก่อการร้ายโจมตีอินเดีย

เว็บไซต์ bdnews24 ของบังกลาเทศ รายงานเมื่อ 11 พ.ย.68 อ้างถ้อยแถลงของนาย Touhid Hossain ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศของบังกลาเทศ ปฏิเสธข้อกล่าวหาของ นสพ.The Times of India ของอินเดีย ที่ระบุว่า กลุ่มก่อการร้าย Lashkar-e-Taiba (LeT) ซึ่งมีฐานอยู่ในปากีสถาน กำลังใช้บังกลาเทศเป็นฐานปฏิบัติการโจมตีอินเดีย หลังเกิดเหตุระเบิดรถยนต์ใกล้ป้อมแดง (Red Fort) ในกรุงนิวเดลี นครหลวงของอินเดีย เมื่อ 11 พ.ย.68  นาย Hossain ระบุว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่สมเหตุสมผล และเป็นความพยายามที่จะโยนความรับผิดชอบให้แก่บังกลาเทศโดยไม่เป็นธรรม

การประชุม BIMP-EAGA หารือการเชื่อมโยงเส้นทางการบินและอุตสาหกรรมฮาลาล

การประชุม รมว. ภายใต้กรอบความร่วมมือเขตพัฒนาเศรษฐกิจด้านอาเซียนตะวันออก (BIMP-EAGA Ministerial Meeting) ครั้งที่ 28 จัดขึ้นที่เมืองดาเวา ฟิลิปปินส์ เมื่อ 12 พ.ย.68 มุ่งหารือความร่วมมือในกรอบ BIMP-EAGA (ประกอบด้วย 4 ประเทศ ได้แก่ บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์) โดยเฉพาะแนวทางฟื้นฟูเส้นทางการบินระหว่างเมืองดาเวากับเมืองมานาโดของอินโดนีเซีย ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ด้านการขนส่งอาเซียน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบจัดตั้งคณะทำงานด้านฮาลาล (Task Force on Halal) เพื่อรับมือกับความท้าทายของอุตสาหกรรมฮาลาลและส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชน

อินเดียส่งพลเมืองที่หลบหนีจาก KK Park เข้าไทย กลับประเทศ

เว็บไซต์ สอท.อินเดีย/กรุงเทพฯ เมื่อ 10 พ.ย.68 เปิดเผยว่า สอท.อินเดีย/กรุงเทพฯ และสกญ.อินเดีย/จ.เชียงใหม่ อำนวยความสะดวกให้แก่ชาวอินเดียจำนวน 197 คน ซึ่งหลบหนีเข้าไทยอย่างผิดกฎหมายและถูกควบคุมตัวได้ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก จากการปราบปรามฐานอาชญากรรมข้ามชาติทางเทคโนโลยีในโครงการ KK Park จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง เมียนมา ในการส่งตัวกลับอินเดียเป็นชุดที่สอง ด้วยเที่ยวบินพิเศษของ ทอ.อินเดีย   โอกาสนี้ ยังย้ำคำแนะนำสำหรับการทำงานในต่างประเทศ โดยขอให้ตรวจสอบข้อมูลของนายจ้างต่างชาติอย่างรอบคอบ และการเดินทางเข้าไทยโดยไม่ต้องขอวีซ่า (visa-free entry) สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางอินเดีย มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวและธุรกิจระยะสั้นเท่านั้น ไม่ควรถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อการทำงานในไทย ทั้งนี้ อินเดียส่งตัวพลเมืองอินเดียชุดแรก จำนวน 270 คน กลับประเทศแล้วเมื่อ 6 พ.ย.68

สื่อสหรัฐฯ รายงานมาตรการลดหย่อนภาษีการท่องเที่ยวไทย

Bloomberg เผยแพร่บทความเกี่ยวกับมาตรการเที่ยวดีมีคืน 2568 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยจูงใจด้วยการลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะเมืองรอง ซึ่งเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 29 ต.ค. – 15 ธ.ค. 68 แต่จนถึงขณะนี้ผู้ประกอบการยังไม่เห็นผลตอบรับที่ดี โดยเห็นว่ามาตรการดังกล่าวมีระยะเวลาสั้นเกินไป ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง ทำให้คนไทยไม่อยากใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น เช่น การท่องเที่ยว ขณะที่นักท่องเที่ยวบางกลุ่มไม่อยู่ในเกณฑ์เสียภาษีจึงไม่สนใจการลดหย่อนภาษี และเห็นว่ามาตรการก่อนหน้า เช่น โครงการร่วมจ่ายที่อุดหนุนค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว อาจช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศได้มากกว่ามาตรการด้านภาษี

โฆษก กต.ญี่ปุ่น ถูกรัสเซียขึ้นบัญชีต้องห้ามเดินทางเข้าประเทศ

เว็บไซต์ Nippon.com รายงานเมื่อ 12 พ.ย.68 ว่า พลเมืองญี่ปุ่น 30 คน ถูก กต.รัสเซียขึ้นบัญชีต้องห้ามเดินทางเข้าประเทศโดยไม่มีกำหนด ประกอบด้วย นายโทชิฮิโระ คิตามูระ โฆษก กต.ญี่ปุ่น กลุ่มนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยโตเกียว มหาวิทยาลัยฮอกไกโด มหาวิทยาลัยเคโอ และมหาวิทยาลัยทาคุโชกุ รวมถึงสื่อมวลชน เช่น นักข่าวอาวุโสของ นสพ.Nikkei และอดีตผู้สื่อข่าวประจำกรุงมอสโก ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวของรัสเซียเป็นการตอบโต้ญี่ปุ่นที่คว่ำบาตรรัสเซียภายหลังการรุกรานยูเครน และเป็นครั้งแรกนับแต่นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น เข้าดำรงตำแหน่ง เมื่อ ต.ค.68 โดยครั้งล่าสุดที่พลเมืองญี่ปุ่นถูกรัสเซียขึ้นบัญชีต้องห้ามเดินทางเข้าประเทศคือ เมื่อ มี.ค.ปี 68

สหรัฐฯ เพิ่มความเข้มงวดในการออกวีซ่าให้กับชาวต่างชาติ

สนข.AP รายงานเมื่อ 12 พ.ย.68  ว่า กต.สหรัฐฯ สั่งการให้ สอท.และ สกญ.สหรัฐฯ ทั่วโลกเข้มงวดในการพิจารณาออกหรือต่ออายุวีซ่าให้กับชาวต่างชาติ เฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ขอยื่นเปลี่ยนสถานะเป็นผู้พำนักถาวร โดยกำหนดให้พิจารณาทักษะการใช้อังกฤษและวิชาชีพ สถานภาพการเงิน การรับความช่วยเหลือจากรัฐ ตลอดจนประวัติสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด ระบบทางเดินหายใจ ระบบประสาท วัณโรค พิษสุราเรื้อรัง และจิตเวช เพื่อปกป้องความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาวอเมริกัน และลดความเสี่ยงที่จะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการดูแลหรือรักษาชาวต่างชาติ ตามนโยบายจัดการผู้อพยพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  มาตรการดังกล่าวไม่ครอบคลุมผู้ขอยื่นวีซ่าท่องเที่ยวหรือเยี่ยมเยือน