ชาวไนจีเรียกังวลว่าข้าวจากไทยซึ่งเก็บในโกดังนาน 10 ปี อาจเสื่อมคุณภาพและมีสารพิษตกค้าง

  หนังสือพิมพ์ Business Day และเว็บไซต์ Legit.ng ของไนจีเรียรายงานเมื่อ 13 พ.ค.67 ว่า ชาวไนจีเรียแสดงความเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กรณีรัฐบาลไทยประกาศส่งออกข้าวของโครงการรับจำนำซึ่งเก็บในโกดังนาน 10 ปี จำนวน 150,000 กระสอบ มูลค่า 5-10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้ประเทศในแอฟริกา ส่วนใหญ่เชื่อว่าผู้ค้าข้าวในไนจีเรียอาจรับซื้อข้าวดังกล่าวจากไทย ขณะที่นักวิชาการด้านอาหารของไนจีเรียเห็นว่า ข้าวที่จัดเก็บนานเกิน 5 ปี อาจเสื่อมคุณภาพ ทำให้ผู้บริโภคไม่ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์และเสี่ยงรับสารพิษสะสมจากสารเคมีที่ใช้รักษาคุณภาพข้าวในโกดัง โดยนักวิชาการและชาวไนจีเรียบางส่วนแสดงความเห็นเรียกร้องให้รัฐบาลไนจีเรียเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบความปลอดภัยของสินค้านำเข้าประเภทอาหาร เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค รวมถึงเพิ่มมาตรการป้องกันการลักลอบนำเข้าข้าวข้ามชายแดนจากเบนินและโตโกซึ่งซื้อข้าวจากไทยเช่นกัน ทั้งนี้ ปัจจุบันไนจีเรียกำลังประสบปัญหาเงินเฟ้อและราคาธัญพืชเพิ่มสูงขึ้น ร้อยละ 98.47 เมื่อเทียบกับปี 2566 และมีนโยบายสนับสนุนการผลิตข้าวภายในประเทศ โดยใช้มาตรการจำกัดการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสำหรับผู้นำเข้าข้าวในไนจีเรีย และไม่มีนโยบายประมูลข้าวเพื่อนำเข้ามาตั้งแต่ปี 2562

ทุเรียนไทยเผชิญปัญหาด้านผลผลิตและสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในจีนให้ทุเรียนเวียดนาม

สถานการณ์ทุเรียนไทยในปัจจุบันที่กำลังเผชิญปัญหาคลื่นความร้อนและภัยแล้งที่ส่งผลให้จำนวนผลผลิตและคุณภาพลดลง โดยภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ กลุ่มธุรกิจส่งออกทุเรียน กลุ่มเกษตรกร กลุ่มนักวิชาการ คาดการณ์ว่า ภายในปี 2572 ผลผลิตทุเรียนไทยน่าจะมีไม่ถึงร้อยละ 50 เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนผลผลิตในห้วงปัจจุบัน รวมถึงล้งทุเรียนของคนไทยอาจปิดกิจการเพิ่มขึ้น เพราะแข่งขันกับล้งทุเรียนของคนจีนที่เข้ามาทำธุรกิจในไทยเพิ่มขึ้นอย่างมากจนสามารถเข้ามามีบทบาทและอำนาจในการกำหนดราคาตลาดได้แทบทั้งหมด

นโยบายกัญชากำลังเป็นที่ถกเถียงมากขึ้น

สื่อมวลชนมุ่งรายงานประเด็นเกี่ยวกับนโยบายกัญชา หลังจากมีกลุ่มนักวิชาการ แพทย์ เครือข่ายผู้ปลูกกัญชา กลุ่มภาคประชาสังคมใน จชต. กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ และประชาชนบนโซเชียลมีเดีย ออกมาแสดงความคิดเห็น/วิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นการนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด ซึ่งเป็นไปตามแนวคิดของนายเศรษฐา ทวีสิน นรม. โดยจากการประเมินท่าทีของทุกกลุ่ม พบว่ากระแสส่วนใหญ่ค่อนข้างเห็นด้วยกับนายเศรษฐา แม้แต่กลุ่มเครือข่ายผู้ปลูกกัญชาที่มีทั้งฝ่ายเห็นด้วย (ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการประเภทวิสาหกิจชุมชน) เพราะมองว่าการนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดจะทำให้มีการควบคุมการปลูกและจำหน่ายกัญชามากขึ้น

ประชาชนเรียกร้องการแก้ไขปัญหากรณีอุบัติเหตุไฟไหม้โรงงานที่มีการรั่วไหลของสารเคมี

กรณีมีอุบัติเหตุไฟไหม้โรงงานที่มีการรั่วไหลของสารเคมี ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน อาทิ เหตุไฟไหม้ถังจัดเก็บสารเคมีของบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ที่มีผู้เสียชีวิต 1 คน และเหตุไฟไหม้ซ้ำภายในโกดังเก็บกากอะลูมิเนียมของบริษัท วิน โพรเสส จำกัด จ.ระยอง ทำให้ประชาชนมีการแสดงความเห็นมากขึ้นในประเด็น 1) ความกังวลเรื่องผลกระทบจากสารเคมีปนเปื้อน โดยเริ่มมีกลุ่มเกษตรกรใน จ.ระยอง ร้องเรียนว่าถูกพ่อค้าคนกลางไม่รับซื้อผลผลิตเพราะเชื่อว่ามีสารเคมีที่ปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำ 2) ความกังวลเรื่องความปลอดภัยในชีวิต

อาเซียนและออสเตรเลียให้คำมั่นจะพัฒนาความร่วมมือภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน

เว็บไซต์สำนักเลขาธิการอาเซียน รายงานเมื่อ 13 พ.ค.67 ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการความร่วมมืออาเซียน-ออสเตรเลีย (ASEAN-Australia Joint Cooperation Committee) ครั้งที่ 14 จัดขึ้นในวันเดียวกัน ที่สำนักเลขาธิการอาเซียน กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ย้ำผลลัพธ์จากการประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลีย สมัยพิเศษ (ASEAN-Australia Special Summit) ในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน เมื่อ มี.ค.67 ที่นครเมลเบิร์น ออสเตรเลีย อีกทั้งที่ประชุมยังให้คำมั่นจะพัฒนาความร่วมมือระหว่างกัน ภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership-CSP) และเอกสารมุมมองของอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิก (ASEAN Outlook on the Indo-Pacific-AOIP) โดยให้ความสำคัญกับความร่วมมือหลายประเด็น อาทิ ความมั่นคงรูปแบบใหม่ การเดินเรือ และการค้าและการลงทุน นอกจากนี้ ออสเตรเลียจะสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถของติมอร์เลสเตเพื่อให้พร้อมสำหรับการเป็นสมาชิกอาเซียน

จีนไม่พอใจกรณีสหราชอาณาจักรจับกุม จนท.สนง.เศรษฐกิจฮ่องกงในความผิดฐานเป็นสายลับ

  สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานเมื่อ 14 พ.ค.67 อ้างแถลงการณ์สถานเอกอัครราชทูตจีน/สหราชอาณาจักร เมื่อ 13 พ.ค.67 แสดงความไม่พอใจและประณามสหราชอาณาจักรกรณีจับกุมเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าของฮ่องกง (Hong Kong Economic and Trade Office-HKETO) 3 ราย ในความผิดฐานให้ความช่วยเหลือหน่วยข่าวกรองต่างประเทศและสนับสนุนการแทรกแซงสหราชอาณาจักร พร้อมกับเรียกร้องให้สหราชอาณาจักรหยุดการใช้วิธีคิดแบบ China threat theory และเร่งแก้ไขความเข้าใจผิดดังกล่าว เพราะอาจกระทบความสัมพันธ์ฮ่องกง-สหราชอาณาจักรในระยะยาว อนึ่ง บุคคลที่ถูกจับกุม ประกอบด้วย นาย Wai Chi Leung ผู้จัดการ HKTEO ประจำกรุงลอนดอน นาย Matthew Trickett และนาย Yuen Chung Biu โดยถูกนำตัวเข้าพิจารณาคดีที่ศาลเมืองเวสต์มินสเตอร์เมื่อ 13 พ.ค.67 และจะนัดไต่สวนใน 24 พ.ค.67

จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาของฟิลิปปินส์ที่ว่าจีนพัฒนาเกาะเทียมในทะเลจีนใต้

  นายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงเมื่อ 13 พ.ค.67 ว่า จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาของฟิลิปปินส์ที่ระบุว่า จีนสำรวจและเตรียมการพัฒนาเกาะเทียมบริเวณสันดอน Sabina ในทะเลจีนใต้ โดยย้ำว่า ฟิลิปปินส์มุ่งใช้ข่าวลือเป็นอุบายใส่ร้ายจีนและทำให้ประชาคมระหว่างประเทศเข้าใจผิด พร้อมเรียกร้องให้ฟิลิปปินส์หยุดแสดงความเห็นอย่างขาดความรับผิดชอบ เผชิญหน้ากับข้อเท็จจริง และเร่งเจรจาและปรึกษาหารือผ่านกลไกที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกต้องของการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน

ปากีสถานจัดตั้ง NCCIA ท่ามกลางความกังวลการจำกัดสิทธิเสรีภาพ

  เว็บไซต์ Khaama Press ของอัฟกานิสถาน รายงานเมื่อ 14 พ.ค.67 ว่า รัฐบาลปากีสถานจัดตั้งสำนักงานสืบสวนอาชญากรรมทางไซเบอร์แห่งชาติ (National Cyber Crimes Investigation Agency-NCCIA) ซึ่งเป็นหน่วยสืบสวนอาชญากรรมพิเศษทางไซเบอร์ ภายใต้ พ.ร.บ.ป้องกันอาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2559 (Prevention of Electronic Crimes Act-PECA) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต่อต้านการก่อการร้ายทางไซเบอร์ การเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต การฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์ และการล่วงละเมิดทางออนไลน์ อย่างไรก็ตาม มีข้อห่วงกังวลว่า PECA จะถูกใช้เพื่อปราบปรามกลุ่มเห็นต่าง จํากัดเสรีภาพของสื่อมวลชน และการแสดงออกของประชาชน ทั้งนี้ ปากีสถานเคยแก้ไขกฎหมายฉบับดังกล่าวแล้วเมื่อปี 2564 ซึ่งเพิ่มความห่วงกังวลว่า จะไม่ได้ถูกใช้เพื่อต่อต้านอาชญากรรมทางไซเบอร์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน

กัมพูชายืนยันการฝึกร่วมทางทหารกับจีน “Golden Dragon” จะไม่คุกคามความมั่นคงของภูมิภาค

หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์รายงานอ้างถ้อยแถลงของโฆษกกองทัพแห่งชาติกัมพูชา เมื่อ 13 พ.ค.67 ว่า การฝึกร่วมทางทหารระหว่างกัมพูชากับจีน รหัส Golden Dragon ครั้งที่ 6 ที่ จ.กัมปงชนัง และ จ.พระสีหนุ ระหว่าง 16-30 พ.ค.67 มุ่งเน้นการต่อต้านการก่อการร้ายและภารกิจด้านกู้ภัยและมนุษยธรรม ไม่มีจุดมุ่งหมายที่จะคุกคามหรือกระทบต่อความมั่นคงของประเทศใด พร้อมย้ำว่า กองทัพแห่งชาติกัมพูชายินดีต้อนรับการฝึกร่วมกับทุกประเทศ แต่ต้องส่งคำขอล่วงหน้า พร้อมขอให้สาธารณชนไม่ตื่นตระหนกกับการมีอยู่ของทหารจีนในกัมพูชาชั่วคราว ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นในพิธีต้อนรับเรือรบของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนซึ่งเทียบท่า ณ ท่าเรือสีหนุวิลล์ จ.พระสีหนุ เพื่อเตรียมเข้าร่วมการฝึกดังกล่าว ทั้งนี้ การฝึกร่วม Golden Dragon จะมีกำลังพลเข้าร่วม 2,075 นาย โดยการฝึกภาคพื้นดินจะใช้รถหุ้มเกราะ 69 คัน รวมถึงการรวบรวมข่าวกรองและทำลายระเบิด ส่วนการฝึกทางทะเลจะมีเรือรบเข้าร่วม 14 ลำ (เรือจีน 3 ลำ) และเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ

ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย จะเยือนจีนระหว่าง 16-17 พ.ค.67

  สำนักข่าว Interfax รายงานเมื่อ 14 พ.ค.67 อ้างการเผยแพร่ของทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย จะเยือนจีนระหว่าง 16-17 พ.ค.67 ตามการเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งนับเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของผู้นำรัสเซียหลังพิธีสาบานตนรับตำแหน่ง โดยผู้นำสองประเทศจะหารือในประเด็นความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน การปฏิสัมพันธ์ และจะแลกเปลี่ยนทัศนะปัญหาสำคัญของโลกและภูมิภาค รวมทั้งจะร่วมลงนามในแถลงการณ์ร่วมหลังเสร็จสิ้นการหารือ