ศาลฎีกาเมียนมารับพิจารณาคำอุทธรณ์ขอลดโทษจำคุกของอองซานซูจี

สำนักข่าว RFA รายงานเมื่อ 20 เม.ย.66 ว่า ศาลฎีกาเมียนมาจะรับพิจารณาคำอุทธรณ์ขอลดโทษจำคุกของอองซานซูจี (อายุ 78 ปี/ปี 2566) ใน 7 ข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต การละเมิดกฎหมายการเลือกตั้งและกฎหมายความลับของรัฐ รวมถึงคำอุทธรณ์ของอูวินมยิน (อายุ 72 ปี/ปี 2566) อดีตประธานาธิบดีเมียนมา อย่างไรก็ดี ศาลฎีกายังไม่ได้กำหนดวันนัดฟังคำอุทธรณ์ของอองซานซูจีและอูวินมยิน แต่คาดว่าหากการอุทธรณ์สำเร็จ อองซานซูจีจะได้รับการลดโทษจำคุก 13 ปี และอูวินมยิน 10 ปี ทั้งนี้ปัจจุบันอองซานซูจีต้องโทษจำคุก 33 ปี จาก 19 ข้อหา และถูกคุมขังภายในเรือนจำเนปยีดอ ส่วนอูวินมยิน ต้องโทษจำคุก 12 ปี จาก 8 ข้อหา และถูกคุมขังภายในเรือนจำตองอู ภาคพะโค  โดยหลังจากการพิจารณาคดีของทั้งสองคนยุติไปแล้ว เมื่อ ธ.ค.65 ยังไม่ได้รับอนุญาตให้พบกับทนายความ และทนายความได้รับอนุญาตให้ส่งสิ่งของจำเป็นให้กับทั้งสองคนผ่านทางเจ้าหน้าที่เรือนจำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

นรม.มาเลเซีย เข้าเฝ้าสุลต่านแห่งรัฐยะโฮร์เพื่อรายงานพัฒนาการของประเทศและรัฐ

เว็บไซต์ Malaymail รายงานเมื่อ 20 เม.ย.66 ว่า ดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เข้าเฝ้าสุลต่าน อิบราฮิม สุลต่าน อิสกันดาร์ แห่งรัฐยะโฮร์ ที่พระราชวังบูกิต ซีรีน ในรัฐยะโฮร์ ในวันเดียวกัน เพื่อนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับพัฒนาการของประเทศและรัฐยะโฮร์ การเข้าเฝ้าดังกล่าวนับเป็นครั้งที่ 3 หลังนายอันวาร์เข้ารับตำแหน่ง โดยในครั้งนี้ สุลต่านฯ ทรงขับรถไปส่งนายกรัฐมนตรีอันวาร์ ที่สนามบินนานาชาติเซไนในรัฐยะโฮร์ด้วยพระองค์เอง ซึ่งแสดงออกถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างกัน ทั้งนี้สุลต่านฯ เคยตรัสเมื่อห้วง มี.ค.66 ว่า ทรงสามารถทำงานร่วมกับนายกรัฐมนตรีอันวาร์ ได้อย่างดี เมื่อเปรียบเทียบกับอดีตนายกรัฐมนตรีคนอื่น ๆ ทั้งนี้ สุลต่านฯ จะทรงเป็นผู้รับตำแหน่งสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซียพระองค์ต่อไปในปี 2567

ผู้นำเกาหลีใต้จะเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการระหว่าง 24-29 เม.ย.66

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานเมื่อ 20 เม.ย.66 ว่า ประธานาธิบดียุน ซ็อก-ย็อล ของเกาหลีใต้จะเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการระหว่าง 24-29 เม.ย.66 เนื่องในวาระครบรอบ 70 ปี ความเป็นพันธมิตรเกาหลีใต้-สหรัฐฯ และเพื่อประชุมสุดยอดร่วมกับประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนของสหรัฐฯ ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใน 26 เม.ย.66 โดยจะร่วมงานเลี้ยงต้อนรับในวันเดียวกัน หลังจากนั้น ผู้นำเกาหลีใต้จะกล่าวสุนทรพจน์ก่อนการประชุมร่วมของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐฯ และร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ และนางกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ รวมถึงฟังการบรรยายสรุปจากนายทหารระดับสูง ใน 27 เม.ย.66 นอกจากนี้ จะหารือร่วมกับนักวิชาการด้านดิจิทัลและชีวภาพ ที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ รวมถึงกล่าวสุนทรพจน์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดใน 28 เม.ย.66 ก่อนเดินทางกลับเกาหลีใต้ใน 29 เม.ย.66

รัสเซียแถลงตอบโต้กรณีเกาหลีไต้อาจจัดส่งอาวุธให้แก่ยูเครน

กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย แถลงเมื่อ 20 เม.ย.66 ตอบโต้กรณีที่ประธานาธิบดียุน ซ็อก-ย็อล ของเกาหลีใต้ประกาศอาจให้การสนับสนุนอาวุธแก่ยูเครนว่า ประเทศใดที่จัดหาอาวุธให้แก่ยูเครน จะถือว่าเป็นการต่อต้านรัสเซียอย่างเปิดเผย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี และเป็นปัจจัยต่อการพิจารณาการแสดงจุดยืนของรัสเซียต่อประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์แห่งชาติของประเทศนั้น ๆ รวมถึงการหาแนวทางสร้างสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลีที่เป็นผลประโยชน์ของเกาหลีใต้ ทั้งนี้ เกาหลีใต้ประกาศอาจให้การสนับสนุนอาวุธแก่ยูเครน เมื่อ 19 เม.ย.66 ซึ่งทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียได้แถลงในวันเดียวกันว่า หากเกาหลีใต้จัดส่งอาวุธให้แก่ยูเครนอาจหมายถึงเกาหลีใต้ได้เข้าร่วมในความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนไม่ว่ากรณีใดก็ตาม กับทั้งระบุว่า เกาหลีใต้มีท่าทีที่เป็นปรปักษ์ต่อรัสเซียกรณีความขัดแย้งดังกล่าวอยู่แล้ว การประกาศจะให้ความช่วยเหลือยูเครนในครั้งนี้จึงเป็นการดำเนินนโยบายต่อเนื่องของเกาหลีใต้

ฟิลิปปินส์และสหรัฐฯ ยังไม่ได้กำหนดข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับฐานทัพใหม่ 4 แห่ง

สำนักข่าว Inquirer รายงานเมื่อ 19 เม.ย.66 อ้างการตอบข้อซักถามของกระทรวงการต่างประเทศ (กต.)และกระทรวงกลาโหม (กห.)ฟิลิปปินส์ ต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เกี่ยวกับสถานที่ตั้งของฐานทัพ 4 แห่งที่ฟิลิปปินส์อนุญาตให้กองทัพสหรัฐฯ เข้าถึงได้ภายใต้ข้อตกลงการขยายความร่วมมือด้านการทหาร (Enhanced Defense Cooperation Agreement- EDCA) ว่า ฟิลิปปินส์และสหรัฐฯ ยังไม่มีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรในเรื่องดังกล่าว นายเอ็นริเก มานาโล รมว.กต.ฟิลิปปินส์ ระบุว่า ฟิลิปปินส์และสหรัฐฯ ยังไม่ได้หารือด้านขอบเขตงาน (TOR) เกี่ยวกับฐานทัพดังกล่าว ด้านนายคาร์ลิโต กัลเวซ จูเนียร์ รมว.กห.ฟิลิปปินส์ ระบุว่า การกำหนด TOR ระหว่างฟิลิปปินส์และสหรัฐฯ เป็นไปตามมาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติงาน  ที่มีอยู่ภายใต้ข้อตกลง EDCA ทั้งนี้ นางอีมี มาร์กอส หัวหน้าคณะสมาชิกวุฒิสภาฟิลิปปินส์ ตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าในการระบุรายละเอียดสำหรับการเข้าถึงฐานทัพเพิ่มเติม และเรียกร้องให้ กต. และ กห. ฟิลิปปินส์ เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

อินโดนีเซียแสดงความกังวลเกี่ยวกับกฎระเบียบการเลือกปฏิบัติของ EU

สำนักข่าว Antara รายงานเมื่อ 19 เม.ย.66 อ้างถ้อยแถลงร่วมต่อสื่อมวลชนของประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย และ นายกรัฐมนตรี Petr Fiala ของเช็ก ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ เมื่อ 18 เม.ย.66 ว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกันให้มากขึ้น โดย นายกรัฐมนตรี Fiala ระบุว่า นักธุรกิจเช็กต้องการขยายธุรกิจร่วมกับพันธมิตรจากอินโดนีเซีย ซึ่งปัจจุบัน เช็กนำเข้าสินค้าจากอินโดนีเซียสูงถึง 637 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 21,900 ล้านบาท) ขณะที่ประธานาธิบดีวิโดโด แสดงความกังวลเกี่ยวกับกฎระเบียบด้านการค้าของสหภาพยุโรป(European Union-EU)ที่เลือกปฏิบัติหลายข้อ เนื่องจากระเบียบดังกล่าวกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันปาล์มของอินโดนีเซีย พร้อมกับเน้นย้ำถึงความสำคัญของการผลักดันให้การเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างอินโดนีเซียและสหภาพยุโรป (Indonesia-EU CEPA) บรรลุเป้าหมาย

กัมพูชาจะเริ่มก่อสร้างทางด่วนสายราชธานีพนมเปญ-บาเว็ต ในกลางปี 2566

หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 20 เม.ย.66 อ้างถ้อยแถลงของนายซุน จันทล รัฐมนตรีอาวุโส/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่งกัมพูชา ขณะพบหารือกับผู้แทนไทยนำโดยนายสุภชัย วีรภุชงค์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทไทยนครพัฒนา เกี่ยวกับแผนการพัฒนาภาคโลจิสติกส์ของกัมพูชา เมื่อ 19 เม.ย.66 ว่า กัมพูชาจะก่อสร้างทางด่วนสายราชธานีพนมเปญ-บาเว็ต จ.สวายเรียง (ติดเวียดนาม) ความยาว 138 กิโลเมตร มูลค่า 1,630 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลงทุนโดยบริษัท China Road and Bridge Corporation (CRBC) ในกลางปี 2566 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายปี 2569 หรือต้นปี 2570 ซึ่งจะเชื่อมต่อกับทางด่วนสายนครโฮจิมินห์-Mok Bai จ.เต็ยนิญ (ติดกัมพูชา) ที่จะแล้วเสร็จในช่วงเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ กัมพูชามีโครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูงสายราชธานีพนมเปญ-ปอยเปต การศึกษาโครงการทางด่วนสายราชธานีพนมเปญ-เสียมราฐ โครงการสำรวจแม่น้ำ Bassac โครงการขยายท่าเรือน้ำลึกสีหนุวิลล์ และท่าเรืออเนกประสงค์ใน จ.กัมปอต ด้านนายสุภชัย วีรภุชงค์…

มาเลเซียยังไม่สามารถอพยพพลเมือง 32 ราย ออกจากพื้นที่เกิดเหตุสู้รบในกรุงคาร์ทูมของซูดาน

เว็บไซต์ Free Malaysia Today รายงานเมื่อ 19 เม.ย.66 อ้างถ้อยแถลงของดาโต๊ะ ซรี ซัมบรี อับดุล กาดีร์ รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซียว่า ปัจจุบันรัฐบาลมาเลเซียยังไม่สามารถอพยพชาวมาเลเซีย 32 ราย ที่ติดอยู่ในซูดานซึ่งเกิดเหตุสู้รบตั้งแต่ 15 เม.ย.66 ได้ เนื่องจากสนามบินนานาชาติกรุงคาร์ทูมซึ่งเป็นช่องทางเดินทางออกจากซูดาน ยังจัดเป็นพื้นที่สีแดง โดยยืนยันจะอพยพชาวมาเลเซียออกให้เร็วที่สุดเมื่อปลอดภัย ขณะนี้ชาวมาเลเซียดังกล่าวพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ 7 แห่งในกรุงคาร์ทูม (ไม่ระบุ) และได้รับรายงานว่าปลอดภัย โดยคนในพื้นที่ช่วยเหลือกักตุนอาหารและเวชภัณฑ์ที่เพียงพอสำหรับสองสัปดาห์ อย่างไรก็ดีคาดว่าจำนวนชาวมาเลเซียที่ติดอยู่ในซูดานจะมีมากขึ้น เพราะจำนวน 32 รายข้างต้นมาจากเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูต(สอท.)มาเลเซีย/กรุงคาร์ทูม ดาโต๊ะ ซรี ซัมบรี ระบุเพิ่มด้วยว่า กองทัพซูดานได้เข้ายึดอาคาร Petronas Sudan ในกรุงคาร์ทูม ซึ่งเป็นของบริษัทน้ำมันแห่งชาติ Petronas และเป็นที่ตั้งของ สอท.มาเลเซีย/กรุงคาร์ทูม เพื่อใช้เป็นฐานกองกำลัง และปรับหลังคาของบล็อก B ในอาคารให้เป็นศูนย์สังเกตการณ์ ขณะที่ก่อนหน้านี้ บริษัท Petronas ชี้แจงว่าพนักงานและชาวมาเลเซียทั้งหมดในอาคารดังกล่าวปลอดภัย

สหรัฐฯ ก้าวขึ้นเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของอินเดียแทนจีน

เว็บไซต์ Mint รายงานเมื่อ 17 เม.ย.66 ว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของอินเดียกับสหรัฐฯ ที่ใกล้ชิดมากขึ้น ส่งผลให้สหรัฐฯ ก้าวขึ้นเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของอินเดีย ในปี 2565-2566 สอดคล้องกับสถิติการค้าของกระทรวงพาณิชย์อินเดียที่ระบุว่า การค้าระหว่างสองประเทศในปีดังกล่าวขยายตัวร้อยละ 7.65 มีมูลค่ากว่า 128,550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การส่งออกขยายตัวร้อยละ 2.81 มูลค่า 78,310 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การนำเข้าขยายตัวร้อยละ 16 มูลค่ากว่า 50,240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้สินค้าส่งออกสำคัญของอินเดีย ได้แก่ น้ำมันดิบ เพชรขัดเงา สินค้าเวชภัณฑ์ เครื่องประดับ กุ้งแช่แข็ง และเครื่องสำอาง ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ แก๊สธรรมชาติเหลว ถ่านหิน ทองคำ และอัลมอนด์ ขณะที่มูลค่าการค้าระหว่างอินเดียกับจีนปรับลดลงร้อยละ 28 มีมูลค่า 113,830 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้จีนมีสถานะเป็นเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 2 ของอินเดียในปี 2565-2566

ประธานาธิบดีรัสเซียและประธานาธิบดียูเครนเยือนพื้นที่สู้รบของทั้งสองฝ่ายในแคว้นดอนบาส

สำนักข่าว Tass รายงานเมื่อ 18 เม.ย.66 ว่า ในวันเดียวกัน ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์บัญชาการทหารรัสเซียในแคว้นลูฮันสค์และเคอร์ซอน อย่างไม่เป็นทางการ พร้อมรับฟังรายงานความคืบหน้าสถานการณ์สู้รบในยูเครนจากผู้บัญชาการทหารระดับสูงในพื้นที่ดังกล่าว ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซนเลนสกี้ ของยูเครน ได้เดินทางไปเยี่ยมทหารยูเครนที่ประจำการในเมืองอัฟดิอิฟกาทางเหนือของแคว้นโดเนตสค์ ซึ่งยังเป็นเขตควบคุมของยูเครน ทั้งนี้ รัสเซียได้ยึดครองแคว้นลูฮันสค์ โดเนตสค์ ซาโปริซเซีย และเคอร์ซอน ในภูมิภาคดอนบาส ของยูเครน เมื่อ 30 ก.ย.65 ส่วนเมืองอัฟดิอิฟกาที่อยู่ทางเหนือของแคว้นโดเนตสค์ รัสเซียยังคงพยายามปิดล้อมและขัดขวางการลำเลียงเสบียงและอาวุธของยูเครนในเมืองนี้