ฟิลิปปินส์และสหรัฐฯ ยังไม่ได้กำหนดข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับฐานทัพใหม่ 4 แห่ง

สำนักข่าว Inquirer รายงานเมื่อ 19 เม.ย.66 อ้างการตอบข้อซักถามของกระทรวงการต่างประเทศ (กต.)และกระทรวงกลาโหม (กห.)ฟิลิปปินส์ ต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เกี่ยวกับสถานที่ตั้งของฐานทัพ 4 แห่งที่ฟิลิปปินส์อนุญาตให้กองทัพสหรัฐฯ เข้าถึงได้ภายใต้ข้อตกลงการขยายความร่วมมือด้านการทหาร (Enhanced Defense Cooperation Agreement- EDCA) ว่า ฟิลิปปินส์และสหรัฐฯ ยังไม่มีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรในเรื่องดังกล่าว นายเอ็นริเก มานาโล รมว.กต.ฟิลิปปินส์ ระบุว่า ฟิลิปปินส์และสหรัฐฯ ยังไม่ได้หารือด้านขอบเขตงาน (TOR) เกี่ยวกับฐานทัพดังกล่าว ด้านนายคาร์ลิโต กัลเวซ จูเนียร์ รมว.กห.ฟิลิปปินส์ ระบุว่า การกำหนด TOR ระหว่างฟิลิปปินส์และสหรัฐฯ เป็นไปตามมาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติงาน  ที่มีอยู่ภายใต้ข้อตกลง EDCA ทั้งนี้ นางอีมี มาร์กอส หัวหน้าคณะสมาชิกวุฒิสภาฟิลิปปินส์ ตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าในการระบุรายละเอียดสำหรับการเข้าถึงฐานทัพเพิ่มเติม และเรียกร้องให้ กต. และ กห. ฟิลิปปินส์ เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

อินโดนีเซียแสดงความกังวลเกี่ยวกับกฎระเบียบการเลือกปฏิบัติของ EU

สำนักข่าว Antara รายงานเมื่อ 19 เม.ย.66 อ้างถ้อยแถลงร่วมต่อสื่อมวลชนของประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย และ นายกรัฐมนตรี Petr Fiala ของเช็ก ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ เมื่อ 18 เม.ย.66 ว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกันให้มากขึ้น โดย นายกรัฐมนตรี Fiala ระบุว่า นักธุรกิจเช็กต้องการขยายธุรกิจร่วมกับพันธมิตรจากอินโดนีเซีย ซึ่งปัจจุบัน เช็กนำเข้าสินค้าจากอินโดนีเซียสูงถึง 637 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 21,900 ล้านบาท) ขณะที่ประธานาธิบดีวิโดโด แสดงความกังวลเกี่ยวกับกฎระเบียบด้านการค้าของสหภาพยุโรป(European Union-EU)ที่เลือกปฏิบัติหลายข้อ เนื่องจากระเบียบดังกล่าวกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันปาล์มของอินโดนีเซีย พร้อมกับเน้นย้ำถึงความสำคัญของการผลักดันให้การเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างอินโดนีเซียและสหภาพยุโรป (Indonesia-EU CEPA) บรรลุเป้าหมาย

กัมพูชาจะเริ่มก่อสร้างทางด่วนสายราชธานีพนมเปญ-บาเว็ต ในกลางปี 2566

หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 20 เม.ย.66 อ้างถ้อยแถลงของนายซุน จันทล รัฐมนตรีอาวุโส/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่งกัมพูชา ขณะพบหารือกับผู้แทนไทยนำโดยนายสุภชัย วีรภุชงค์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทไทยนครพัฒนา เกี่ยวกับแผนการพัฒนาภาคโลจิสติกส์ของกัมพูชา เมื่อ 19 เม.ย.66 ว่า กัมพูชาจะก่อสร้างทางด่วนสายราชธานีพนมเปญ-บาเว็ต จ.สวายเรียง (ติดเวียดนาม) ความยาว 138 กิโลเมตร มูลค่า 1,630 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลงทุนโดยบริษัท China Road and Bridge Corporation (CRBC) ในกลางปี 2566 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายปี 2569 หรือต้นปี 2570 ซึ่งจะเชื่อมต่อกับทางด่วนสายนครโฮจิมินห์-Mok Bai จ.เต็ยนิญ (ติดกัมพูชา) ที่จะแล้วเสร็จในช่วงเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ กัมพูชามีโครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูงสายราชธานีพนมเปญ-ปอยเปต การศึกษาโครงการทางด่วนสายราชธานีพนมเปญ-เสียมราฐ โครงการสำรวจแม่น้ำ Bassac โครงการขยายท่าเรือน้ำลึกสีหนุวิลล์ และท่าเรืออเนกประสงค์ใน จ.กัมปอต ด้านนายสุภชัย วีรภุชงค์…

มาเลเซียยังไม่สามารถอพยพพลเมือง 32 ราย ออกจากพื้นที่เกิดเหตุสู้รบในกรุงคาร์ทูมของซูดาน

เว็บไซต์ Free Malaysia Today รายงานเมื่อ 19 เม.ย.66 อ้างถ้อยแถลงของดาโต๊ะ ซรี ซัมบรี อับดุล กาดีร์ รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซียว่า ปัจจุบันรัฐบาลมาเลเซียยังไม่สามารถอพยพชาวมาเลเซีย 32 ราย ที่ติดอยู่ในซูดานซึ่งเกิดเหตุสู้รบตั้งแต่ 15 เม.ย.66 ได้ เนื่องจากสนามบินนานาชาติกรุงคาร์ทูมซึ่งเป็นช่องทางเดินทางออกจากซูดาน ยังจัดเป็นพื้นที่สีแดง โดยยืนยันจะอพยพชาวมาเลเซียออกให้เร็วที่สุดเมื่อปลอดภัย ขณะนี้ชาวมาเลเซียดังกล่าวพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ 7 แห่งในกรุงคาร์ทูม (ไม่ระบุ) และได้รับรายงานว่าปลอดภัย โดยคนในพื้นที่ช่วยเหลือกักตุนอาหารและเวชภัณฑ์ที่เพียงพอสำหรับสองสัปดาห์ อย่างไรก็ดีคาดว่าจำนวนชาวมาเลเซียที่ติดอยู่ในซูดานจะมีมากขึ้น เพราะจำนวน 32 รายข้างต้นมาจากเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูต(สอท.)มาเลเซีย/กรุงคาร์ทูม ดาโต๊ะ ซรี ซัมบรี ระบุเพิ่มด้วยว่า กองทัพซูดานได้เข้ายึดอาคาร Petronas Sudan ในกรุงคาร์ทูม ซึ่งเป็นของบริษัทน้ำมันแห่งชาติ Petronas และเป็นที่ตั้งของ สอท.มาเลเซีย/กรุงคาร์ทูม เพื่อใช้เป็นฐานกองกำลัง และปรับหลังคาของบล็อก B ในอาคารให้เป็นศูนย์สังเกตการณ์ ขณะที่ก่อนหน้านี้ บริษัท Petronas ชี้แจงว่าพนักงานและชาวมาเลเซียทั้งหมดในอาคารดังกล่าวปลอดภัย

สหรัฐฯ ก้าวขึ้นเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของอินเดียแทนจีน

เว็บไซต์ Mint รายงานเมื่อ 17 เม.ย.66 ว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของอินเดียกับสหรัฐฯ ที่ใกล้ชิดมากขึ้น ส่งผลให้สหรัฐฯ ก้าวขึ้นเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของอินเดีย ในปี 2565-2566 สอดคล้องกับสถิติการค้าของกระทรวงพาณิชย์อินเดียที่ระบุว่า การค้าระหว่างสองประเทศในปีดังกล่าวขยายตัวร้อยละ 7.65 มีมูลค่ากว่า 128,550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การส่งออกขยายตัวร้อยละ 2.81 มูลค่า 78,310 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การนำเข้าขยายตัวร้อยละ 16 มูลค่ากว่า 50,240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้สินค้าส่งออกสำคัญของอินเดีย ได้แก่ น้ำมันดิบ เพชรขัดเงา สินค้าเวชภัณฑ์ เครื่องประดับ กุ้งแช่แข็ง และเครื่องสำอาง ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ แก๊สธรรมชาติเหลว ถ่านหิน ทองคำ และอัลมอนด์ ขณะที่มูลค่าการค้าระหว่างอินเดียกับจีนปรับลดลงร้อยละ 28 มีมูลค่า 113,830 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้จีนมีสถานะเป็นเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 2 ของอินเดียในปี 2565-2566

ประธานาธิบดีรัสเซียและประธานาธิบดียูเครนเยือนพื้นที่สู้รบของทั้งสองฝ่ายในแคว้นดอนบาส

สำนักข่าว Tass รายงานเมื่อ 18 เม.ย.66 ว่า ในวันเดียวกัน ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์บัญชาการทหารรัสเซียในแคว้นลูฮันสค์และเคอร์ซอน อย่างไม่เป็นทางการ พร้อมรับฟังรายงานความคืบหน้าสถานการณ์สู้รบในยูเครนจากผู้บัญชาการทหารระดับสูงในพื้นที่ดังกล่าว ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซนเลนสกี้ ของยูเครน ได้เดินทางไปเยี่ยมทหารยูเครนที่ประจำการในเมืองอัฟดิอิฟกาทางเหนือของแคว้นโดเนตสค์ ซึ่งยังเป็นเขตควบคุมของยูเครน ทั้งนี้ รัสเซียได้ยึดครองแคว้นลูฮันสค์ โดเนตสค์ ซาโปริซเซีย และเคอร์ซอน ในภูมิภาคดอนบาส ของยูเครน เมื่อ 30 ก.ย.65 ส่วนเมืองอัฟดิอิฟกาที่อยู่ทางเหนือของแคว้นโดเนตสค์ รัสเซียยังคงพยายามปิดล้อมและขัดขวางการลำเลียงเสบียงและอาวุธของยูเครนในเมืองนี้

เกาหลีใต้เรียกร้องให้สมาชิกถาวรของ UNSC เพิ่มบทบาทต่อกรณีเกาหลีเหนือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 18 เม.ย.66 ว่า นายฮวัง จุน-กุก เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้/สหประชาชาติ  เรียกร้องให้สมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council – UNSC) แสดงความรับผิดชอบมากขึ้นต่อกรณีเกาหลีเหนือพัฒนาและทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเกาหลีเหนือแสวงประโยชน์จากการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรที่ไม่เข้มงวด การดำเนินการของสมาชิกถาวร UNSC จะเป็นบททดสอบความน่าเชื่อถือ ความสำคัญและบทบาทขององค์การในการผลักดันการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งนี้ จีนและรัสเซียใช้สิทธิยับยั้ง (Veto) การเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือในการประชุม UNSC ตั้งแต่ปี 2565

นรม.เวียดนาม สั่งการให้เร่งรัดโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานนานาชาติ Long Thanh

สำนักข่าว Vietnam Plus รายงานเมื่อ 19 เม.ย.66 ว่า นายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม สั่งการให้กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานนานาชาติ Long Thanh โดยให้ชี้แจงสาเหตุความล่าช้า หน้าที่ความรับผิดชอบแต่ละฝ่าย พร้อมทั้งรายงานให้นาย Tran Hong Ha รองนายกรัฐมนตรีเวียดนาม รับทราบภายใน 23 เม.ย.66 เนื่องจากการก่อสร้างล่าช้ากว่ากำหนด ทั้งยังสั่งการให้หน่วยงานเคลียร์พื้นที่ และส่งมอบพื้นที่โครงการระยะที่ 1 ขนาด 7,375 ไร่ และถนนสองสายที่เชื่อมต่อกับสนามบินภายใน 30 มิ.ย.66 รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ก่อสร้าง รวมถึงดำเนินการต่อข้อร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ โครงการท่าอากาศนานาชาติ Long Thanh แบ่งเป็น 3 ระยะ หากดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2593 จะสามารถรองรับผู้โดยสาร 100 ล้านคน และสินค้า 5 ล้านตันต่อปี ซึ่งจะบรรเทาความแออัดของท่าอากาศยานนานาชาติเติน…

จีนถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ลดลงระดับต่ำสุดในรอบ 13 ปีเมื่อ ก.พ.66

หนังสือพิมพ์ Global Times รายงานอ้างกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เมื่อ 18 เม.ย.66 ว่า จีนถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ มูลค่ารวม 7.34 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อ ก.พ.66 ลดลงร้อยละ 4.7 เมื่อเทียบกับห้วงเดียวของปี 2565 ที่มีมูลค่า 7.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ระดับต่ำสุดในรอบ 13 ปีของจีน

จีนและรัสเซียเห็นพ้องจะกระชับความร่วมมือทางทหารให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

พล.อ.หลี่ ชางฟุ รัฐมนตรีกลาโหมและมนตรีแห่งรัฐของจีน ซึ่งเยือนรัสเซีย พบหารือกับ พล.อ.เซียร์เกย์ ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย เมื่อ 18 เม.ย.66 ในประเด็นการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพตามแนวทางความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์โดยรวมจีน-รัสเซียในยุคใหม่ที่ประธานาธิบดีของทั้งสองประเทศได้หารือกันก่อนหน้านี้ โอกาสนี้ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะยังคงการติดต่อสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูง ปรับปรุงกลไกแลกเปลี่ยนระหว่างกองทัพ รวมทั้งขยายความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยกองทัพและภาคการทหาร กับทั้งพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีเพื่อการส่งเสริมและปกป้องเสถียรภาพและความมั่นคงของโลก โดยย้ำว่าความร่วมมือทางการทหารจีน-รัสเซีย จะมุ่งการแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดประสบการณ์ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางการทหารและไม่ได้มีเป้าหมายต่อประเทศใด ทั้งนี้ มีรายงานก่อนหน้านี้ว่ารัสเซียจะช่วยเหลือจีนในการพัฒนาระบบเตือนภัยขีปนาวุธล่วงหน้า