กัมพูชาเริ่มโครงการปรับปรุงฐานทัพเรือเรียมอย่างเป็นทางการด้วยความช่วยเหลือจากจีน

สำนักข่าว AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 8 มิ.ย.65 ว่าวันเดียวกัน พล.อ.เตีย บัญ รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีกลาโหมของกัมพูชา และนาย Wang Wentian เอกอัครราชทูตจีน/กัมพูชา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กัมพูชาและจีน เข้าร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการปรับปรุงฐานทัพเรือเรียม จ.พระสีหนุ กัมพูชา โดยจะก่อสร้างอู่แห้ง (dry dock) คานเรือ (slipway) และท่าเทียบเรือ (pier) รวมถึงปรับปรุงฐานทัพให้ทันสมัย ในโอกาสนี้ พล.อ.เตีย บัญ กล่าวตอบโต้ หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ของสหรัฐฯ โดยระบุว่า การปรับปรุงฐานทัพเรือเรียมไม่ใช่เพื่อจีน แต่เป็นไปตามแผนของกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยส่งเสริมขีดความสามารถของกองทัพกัมพูชาในการปกป้องอธิปไตยของประเทศ และว่ากัมพูชาพร้อมเปิดรับความช่วยเหลือจากทุกประเทศในการพัฒนากัมพูชา ด้านเอกอัครราชทูตจีน/กัมพูชา ระบุว่า โครงการดังกล่าวสะท้อนถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้น และความร่วมมือระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศ

ซาอุดีอาระเบียและ UAE กลับมาพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สำนักข่าว Al Arabiya รายงานเมื่อ 8 มิ.ย.65 ว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รายใหม่ ในซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates -UAE) มีแนวโน้มกลับมาเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่ห้วงต้น พ.ค.65 โดยเมื่อ 8 มิ.ย.65 ซาอุดีอาระเบียพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ จำนวน 1,029 ราย หลังจากห้วง มี.ค.-เม.ย.65 ผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ในซาอุดีอาระเบีย อยู่ที่วันละ 100-600 ราย ขณะที่ UAE พบผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ จำนวน 867 ราย หลังจากห้วง มี.ค.-เม.ย.65 ผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ ใน UAE อยู่ที่วันละ 100-500 ราย อย่างไรก็ดี…

เมียนมายืนยันประหารชีวิตกลุ่มต่อต้านและประท้วงคำคัดค้านของประเทศตะวันตก

สำนักข่าว RFA และ Global News Light of Myanmar รายงานเมื่อ 7 มิ.ย.65 ว่า รัฐบาลเมียนมายืนยันการประหารชีวิตนักโทษ 4 ราย ที่สำคัญคือ อูเพียวเซยาตอ สมาชิกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย และอูโกจิมมี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยจะไม่มีการผ่อนผันหรืออภัยโทษ  พร้อมทั้งประท้วงข้อคัดค้านของเลขาธิการสหประชาชาติ สหรัฐฯ และประเทศยุโรป ที่เรียกร้องให้เมียนมาระงับคำสั่งประหารชีวิต เพราะแสดงถึงความไม่ไตร่ตรองและส่งเสริมการก่อการร้าย เฉพาะอย่างยิ่งฝรั่งเศส ซึ่งมองว่าสภาบริหารแห่งรัฐ  เป็นรัฐบาลที่ไม่ชอบธรรม โดยเมียนมาเห็นว่าการกระทำดังกล่าวจะส่งผลเชิงลบต่อความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับฝรั่งเศส  ทั้งนี้ เมียนมาได้มีคำตัดสินประหารชีวิตกลุ่มต่อต้านแล้ว 114 คน ตั้งแต่ยึดอำนาจเมื่อ 1 ก.พ.64 โดยนักโทษสี่รายนี้เป็นกลุ่มแรกที่จะถูกดำเนินการประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ

UAE ตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อโรคฝีดาษลิง รายใหม่ในประเทศ เพิ่มอีก 5 ราย

กระทรวงสาธารณสุข(สธ)ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates-UAE) แถลงเมื่อ 7 มิ.ย.65 ยืนยันการตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อโรคฝีดาษลิง รายใหม่ในประเทศ เพิ่มอีก 5 ราย ส่งผลให้ปัจจุบันพบผู้ป่วยติดเชื้อโรคฝีดาษลิงใน UAE แล้ว รวม 13 ราย นับจากตรวจพบผู้ป่วยรายแรก เมื่อ 24 พ.ค.65 ขณะที่ปัจจุบันมีผู้ป่วย 2 ราย ฟื้นตัวจากอาการป่วยแล้ว โดย สธ.UAE มีการสอบสวนโรคผู้ป่วยต้องสงสัยในทันที พร้อมแจ้งเตือนโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์ทั่วประเทศ เพิ่มความระมัดระวังในการตรวจโรคและสังเกตอาการของผู้ป่วย ซึ่งรวมถึงอาการตุ่มและผื่นที่ผิวหนัง ขณะเดียวกันก็แนะนำประชาชนให้ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลและหลีกเลี่ยงการสัมผัสร่างกายผู้มีผื่นที่ผิวหนัง รวมถึงการป้องกันการติดเชื้อที่จำเป็นเมื่อต้องเดินทางระหว่างประเทศและเข้าร่วมกิจกรรมที่มีคนรวมตัวจำนวนมาก ทั้งนี้ สธ.UAE ระบุเพิ่มเติมว่า โรคฝีดาษลิงเป็นโรคติดต่อจากเชื้อไวรัส แต่การแพร่กระจายของโรค ยังเป็นไปอย่างจำกัด เมื่อเทียบกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เนื่องจากโรคฝีดาษลิงจะติดต่อจากคนสู่คนได้จากการสัมผัสแผลที่ผิวหนังของผู้ติดเชื้อ การสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ และการสัมผัสพื้นผิวหรือวัตถุที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ

อิหร่านยังคงส่งออกน้ำมันได้วันละมากกว่า 1 ล้านบาร์เรล

สำนักข่าว IRNA รายงานเมื่อ 7 มิ.ย.65 อ้างกระทรวงน้ำมันอิหร่านเปิดเผยว่า ห้วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2565 ตามปฏิทินอิหร่าน (21 มี.ค.65-21 พ.ค.65) อิหร่านยังคงส่งออกน้ำมันได้วันละมากกว่า 1 ล้านบาร์เรล ทำให้รัฐบาลอิหร่านมีรายได้เพิ่มขึ้นและไม่จำเป็นต้องกู้ยิมเงินจากธนาคารกลางอิหร่าน เพื่อใช้ในการบริหารประเทศในห้วงต้นปีงบประมาณ เหมือนเมื่อปี 2564 สอดคล้องกับธนาคารกลางอิหร่านซึ่งเปิดเผยว่า ห้วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2565 ตามปฏิทินอิหร่าน อิหร่านส่งออกน้ำมันเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 40 โดยมีรายได้จากการส่งออกน้ำมันและปิโตรเคมี เพิ่มขึ้นร้อยละ 60 มูลค่ารวมมากกว่า 7,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับห้วงเดียวกันของปี 2564 ที่มีมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ การเปิดเผยดังกล่าวของกระทรวงน้ำมันอิหร่าน เป็นการตอบโต้รายงานของสื่อมวลชนตะวันตกที่ระบุว่าปัจจุบันอิหร่านส่งออกน้ำมันลดลง โดยกระทรวงน้ำมันอิหร่านยืนยันว่า ปริมาณการส่งออกน้ำมันของอิหร่านที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงในช่วงเวลาต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของตลาดและสภาวะอุปทานและอุปสงค์ตามฤดูกาล พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า อิหร่านมีการกำหนดอัตราส่วนการส่งออกน้ำมัน เพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาด โดยใช้เทคนิคการซื้อขายที่อ้างอิงผลประโยชน์ของประเทศ

กลาโหมเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ร่วมฝึกยิงทดสอบขีปนาวุธเพื่อตอบโต้กิจกรรมยั่วยุของเกาหลีเหนือ

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 6 มิ.ย.65 อ้างแถลงการณ์ของเสนาธิการทหารร่วมของเกาหลีใต้ (Joint Chiefs of Staff-JCS) ว่า ในวันเดียวกัน กระทรวงกลาโหม(กห.)เกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ร่วมฝึกยิงทดสอบขีปนาวุธ Army Tactical Missile System (ATACMS) ซึ่งเป็นขีปนาวุธพื้นสู่พื้น จำนวน 8 ลูก จากพื้นที่ใกล้ชายฝั่งทางตะวันออกของ จ.กังวอน เมื่อเวลา 04.45-04.55 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา 02.45-02.55 น. ของไทย) โดยขีปนาวุธตกในทะเลตะวันออก การยิงทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ เป็นการแสดงขีดความสามารถในการโจมตีเป้าหมายอย่างแม่นยำ การเตรียมพร้อมของกองทัพ และตอบโต้กรณีเกาหลีเหนือยิงทดสอบขีปนาวุธพิสัยใกล้ จำนวน 8 ลูก เมื่อ 5 มิ.ย.65 โดย กห.เกาหลีใต้ประณามความเคลื่อนไหวทางทหารของเกาหลีเหนือ และเรียกร้องให้เกาหลีเหนือยุติกิจกรรมยั่วยุทางทหารทันที ทั้งนี้ กห.เกาหลีใต้กับสหรัฐฯ รื้อฟื้นการยิงขีปนาวุธเพื่อตอบโต้เกาหลีเหนือในวันเดียวกันกับเกาหลีเหนือยิงทดสอบขีปนาวุธนำวิถี 3 ลูก เมื่อ 25 พ.ค.65 โดยขีปนาวุธ…

สเปนจะจัดส่งยุทโธปกรณ์ให้ยูเครนเพิ่ม

  หนังสือพิมพ์ El Pais ของสเปน รายงานเมื่อ 5 มิ.ย.65 ว่า กระทรวงกลาโหมสเปนเตรียมจัดส่งรถถัง Leopard และขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน รวมทั้งการฝึกอบรมการขับรถยานเกราะให้กับทหารยูเครน โดยเบื้องต้นคาดว่าจะใช้ลัตเวียเป็นพื้นที่ฝึกอบรม เนื่องจากมีทหารสเปนปฏิบัติภารกิจในลัตเวียประมาณ 500 นาย ส่วนการฝึกอบรมระยะที่ 2 อาจจัดในสเปน อย่างไรก็ดี รถถัง Leopard เป็นรถถังที่ผลิตในเยอรมนี และขายให้กับสเปน จึงจำเป็นต้องขออนุญาตจากเยอรมนีก่อนส่งมอบให้ยูเครน

สิงคโปร์แก้ไขปัญหาขาดแคลนเนื้อไก่โดยนำเข้าจากไทยและออสเตรเลีย

หนังสือพิมพ์ South China Morning Post รายงานเมื่อ 5 มิ.ย.65 อ้างนายเดสมอนด์ ตัน รัฐมนตรีแห่งรัฐด้านมหาดไทยของสิงคโปร์ ว่า อุปทานเนื้อไก่ในสิงคโปร์ยังคงมีเสถียรภาพ หลังจากสิงคโปร์เร่งเพิ่มการนำเข้าเนื้อไก่จากแหล่งอื่น เพื่อให้ปริมาณเนื้อไก่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ โดยเฉพาะการนำเข้าจากออสเตรเลีย และไทย ซึ่งเป็นตลาดส่งออกเนื้อไก่แช่เย็นรายใหญ่ และมีความได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ที่ใกล้กับสิงคโปร์ โดยบริษัทนำเข้าเนื้อไก่ในสิงคโปร์บางราย สั่งนำเข้าไก่แช่เย็นจากไทยเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า ขณะที่แหล่งนำเข้าอื่นได้แก่ บราซิล และสหรัฐฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเนื้อไก่แช่แข็ง ทั้งนี้ มาเลเซีย เปิดเผยว่าจะสามารถแก้ปัญหาราคาเนื้อไก่สูง และกลับมาส่งออกเนื้อไก่ไปยังต่างประเทศได้ตามปกติในเร็ว ๆ นี้

อินโดนีเซียเร่งออกใบอนุญาตส่งออกน้ำมันปาล์ม ภายใต้นโยบายปกป้องอุปทานในประเทศ

นายลูฮัท บินซาร์ ปันด์จัยตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการทางทะเลและการลงทุนของอินโดนีเซีย แถลงเมื่อ 5 มิ.ย.65 ว่า ทางการได้ออกใบอนุญาตส่งออกน้ำมันปาล์มไปแล้วประมาณ 302,000 ตัน นับตั้งแต่อนุญาตให้กลับมาส่งออกน้ำมันปาล์มได้อีกครั้ง เมื่อ 23 พ.ค.65 หลังจากระงับการส่งออกชั่วคราว เมื่อ 28 เม.ย.65 พร้อมกับให้ความมั่นใจแก่เกษตรกรและผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มว่า ทางการจะเร่งกระบวนการอนุญาตการส่งออกเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี การส่งออกต้องอยู่ภายใต้นโยบายการปกป้องอุปทานภายในประเทศ รวมถึงการกำหนดให้ผู้ผลิตต้องสำรองผลิตภัณฑ์สำหรับการขายในประเทศก่อน (Domestic Market Obligation-DMO) ทำให้การส่งออกภายใต้นโยบายดังกล่าวจะปรับลดมาอยู่ที่ประมาณ 300,000 ตัน/เดือน จากเดิมที่เคยส่งออกที่ 2,500,000 ตัน/เดือน

รมช.กต.สหรัฐฯ จะเยือนเกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ลาวและเวียดนาม

นางเวนดี เชอร์แมน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะเยือนเกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ลาว และเวียดนาม ระหว่าง ๕-๑๔ มิ.ย.๖๕ เพื่อส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับภูมิภาค โดยการเยือนเกาหลีใต้ จะเน้นย้ำการส่งเสริมบทบาทสตรีและผู้มีความหลากหลายทางเพศ รวมทั้งพบหารือกับผู้แทนระดับสูงของเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเพื่อกระชับความสัมพันธ์ ๓ ฝ่าย การเยือนฟิลิปปินส์ จะกระชับความสัมพันธ์กับรัฐบาลชุดใหม่ และพบหารือกับภาคธุรกิจและร่วมฉลองโอกาสวัน World Oceans Day สำหรับลาว จะเพิ่มความร่วมมือด้านการเก็บกู้วัตถุระเบิด ส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน และการสร้างความเชื่อมโยงในภูมิภาค ส่วนเวียดนาม จะมุ่งกระชับความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ รวมทั้งการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งในภูมิภาค