บริษัทผลิตรถยนต์นิสสันของญี่ปุ่นประกาศยุติการผลิตรถยนต์ที่โรงงานหลักหนึ่งแห่ง ภายในปี 2571

สนข.Kyodo รายงานเมื่อ 15 ก.ค.68 อ้างการเปิดเผยของ Nissan Motor Co. บริษัทผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นว่า บริษัทจะยุติการผลิตรถยนต์ที่โรงงาน Oppama ในจังหวัดคานากาวะ ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2570 (ภายใน 31 มี.ค.71) และย้ายการผลิตไปยังโรงงานของ Nissan Motor Kyushu Co. ในจ.ฟูกูโอกะ  หลังจากบริษัทขาดทุนจากยอดขายที่ลดลงในสหรัฐฯ และจีน โดยบริษัทมีเป้าหมายลดกำลังการผลิตรถยนต์ทั่วโลก ซึ่งไม่รวมจีน จาก 3.5 ล้านคัน เหลือ 2.5 ล้านคัน และพิจารณาลดจำนวนฐานการผลิตจาก 17 แห่ง เหลือ 10 แห่งทั่วโลกภายในปี 2570 พร้อมลดพนักงานทั่วโลกลง 20,000 คน

MSS เตือนประชาชนให้ระวังการถูกหลอกลวงจากเทคโนโลยี Deepfakes จากต่างชาติ

กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของจีน (Ministry of State Security-MSS) เผยแพร่บทความผ่านบัญชี WeChat ของหน่วยงานเมื่อ 16 ก.ค.68 ืเตือนพลเมืองจีนให้ระวังการถูกหลอกลวงจากการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) ไปใช้ในทางที่ผิดว่า โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยี Deepfakes ควบคู่กับระบบ Deep Learning และ Digital forgery สร้างรูปภาพ เสียง หรือคลิปวิดีโอเสมือนจริง เพื่อสร้างความเข้าใจผิด และทำลายความสงบเรียบร้อยในสังคม รวมถึงผลิตข้อมูลที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของชาติ นอกจากนี้ ยังเตือนให้ประชาชนระมัดระวังตกเป็นเหยื่อการถูกขโมยข้อมูลส่วนบุคคลจาก AI ของต่างชาติที่แทรกซึมอยู่ในเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มสาธารณะของจีน

ประธานาธิบดีอินโดนีเซียยินดีกับการบรรลุข้อตกลงด้านภาษีกับสหรัฐฯ

  ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย แถลงผ่านอินสตาแกรมเมื่อ 16 ก.ค.68 หลังจากสหรัฐฯ ประกาศบรรลุข้อตกลงมาตรการภาษีกับอินโดนีเซีย  ลดจากอัตราร้อยละ 32 เป็นร้อยละ 19  ว่า ได้มีบทสนทนาทางโทรศัพท์ที่ดีกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ โดยทั้งสองฝ่ายยังตกลงร่วมกันที่จะยกระดับการค้าทั้งสองประเทศเข้าสู่ยุคใหม่แห่งผลประโยชน์ร่วมกัน  ด้านนายฮัสซัน นาสบี หัวหน้าสำนักงานสื่อสารประธานาธิบดีอินโดนีเซียแถลงในวันเดียวกันว่า ความสำเร็จในการเจรจากับสหรัฐฯ เป็นผลจากการเจรจาโดยตรงระหว่างประธานาธิบดีอินโดนีเซียกับสหรัฐฯ ร่วมกับทีมเจรจาที่นำโดยนายแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รมต.ประสานงานด้านเศรษฐกิจ จนสามารถลดอัตราภาษีต่ำกว่าเวียดนามและหลายประเทศในเอเชีย

สหรัฐฯ เตรียมสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงเรือในฟิลิปปินส์ใกล้ทะเลจีนใต้

  สนข.Bloomberg รายงานเมื่อ 16 ก.ค.68 ว่า สหรัฐฯ เตรียมสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงเรือบริเวณอ่าว Oyster เกาะปาลาวัน ใกล้ทะเลจีนใต้ โดย สอท.สหรัฐฯ ประจำกรุงมะนิลา ยืนยันว่า ศูนย์ซ่อมบำรุงดังกล่าวไม่ใช่ฐานทัพ แต่เพื่อซ่อมแซมและบำรุงรักษาเรือขนาดเล็กของกองทัพฟิลิปปินส์ โดย ทร.สหรัฐฯ อยู่ระหว่างประชาสัมพันธ์ให้ผู้สนใจทั่วไปยื่นข้อเสนอเข้าร่วมการประกวดราคาสำหรับออกแบบและก่อสร้าง และรัฐบาลฟิลิปปินส์อนุญาตจากแล้ว สะท้อนถึงความร่วมมือทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับฟิลิปปินส์ที่ยังคงแน่นแฟ้น โดยเฉพาะการป้องกันภัยคุกคามจากจีนในทะเลจีนใต้

รมว.กต.รัสเซียระบุว่าลาวได้รับสถานะเป็นประเทศคู่เจรจา SCO

นายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซีย แถลงข่าวหลังการประชุมคณะกรรมาธิการ รมว.กต.องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization-SCO) ที่เมืองเทียนจิน จีน เมื่อ 15 ก.ค.68 ว่า ลาวได้รับสถานะเป็นประเทศคู่เจรจา SCO เพิ่มจากอาเซอร์ไบจาน อาร์เมเนีย บาห์เรน กัมพูชา อียิปต์ คูเวต มัลดีฟส์ เมียนมาร์ เนปาล กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย ศรีลังกา ตุรกี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทั้งนี้ รัสเซียคาดว่าประเทศคู่เจรจา SCO รวมถึงประเทศสังเกตการณ์  และองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งมีมากกว่า 30 ประเทศ จะเข้าร่วมการประชุม SCO Plus ในห้วงการประชุมสุดยอด SCO ที่เมืองเทียนจิน จีน ระหว่าง 31 ส.ค. – 1 ก.ย.68 โดย SCO Plus จัดขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อปี…

เวียดนามและสหราชอาณาจักรมุ่งส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ และพลังงาน

ในการประชุมคณะกรรมการร่วมด้านเศรษฐกิจและการค้า (Joint Economic and Trade Committee-JETCO) ที่กรุงลอนดอน เมื่อ 14 ก.ค.68นาย Nguyen Hoang Long รมช.อุตสาหกรรมและการค้าเวียดนามกับนาย Douglas Alexander รมช.พาณิชย์และการค้าสหราชอาณาจักร    ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องการส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตร การเงิน ธนาคาร พลังงานหมุนเวียน การศึกษา การค้าและการลงทุน ฝ่ายเวียดนามขอให้สหราชอาณาจักรสนับสนุนการสร้างเครือข่ายธุรกิจระหว่างสองประเทศ รวมถึงเพิ่มความช่วยเหลือแก่เวียดนามในการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานหมุนเวียน ด้านสหราชอาณาจักรต้องการขยายการส่งออกสัตว์ปีก เนื้อวัว และอาหารทะเล แต่ก็เปิดรับสินค้าเกษตรเวียดนามเข้าตลาด และจะช่วยเวียดนามในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

เนปาลถูกจับตาเป็นฐานแฝงตัว ISI

  เว็บไซต์ นสพ.India Today รายงานเมื่อ 13 ก.ค.68 ว่า นาย Jalaluddin หรือที่รู้จักในชื่อ Chhangur Baba ซึ่งเป็นผู้นำศาสนาและผู้ต้องหาคดีเปลี่ยนศาสนาโดยมิชอบในหลายรัฐของอินเดีย ได้เดินทางไปยังกรุงกาฐมาณฑุ เนปาล เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงกับหน่วยข่าวกรองระหว่างเหล่าทัพของปากีสถาน (Inter-Services Intelligence – ISI) โดยนาย Chhangur Baba ได้เข้าร่วมการประชุมกับ จนท.ISI ที่ สอท.ปากีสถาน/กาฐมาณฑุ และมีแผนสนับสนุนการสมรสระหว่างสตรีชาวฮินดูที่เปลี่ยนศาสนากับ จนท.ISI รวมถึงสมาชิกกลุ่มหัวรุนแรงที่แฝงตัวอยู่ในเนปาล (sleeper cell operatives) นอกจากนี้ นาย Chhangur Baba ยังมีแผนจัดตั้งฐานปฏิบัติการในรัฐอุตตรประเทศ และขยายกิจกรรมเปลี่ยนศาสนาในกลุ่มผู้ลี้ภัยโรฮีนจามาในอินเดีย  

เมียนมาจัดตั้งหน่วยงานอวกาศ เพื่อการวิจัยและสนับสนุนความมั่นคงของชาติ

ประกาศของสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) เมื่อ 4 ก.ค.68 ระบุว่าเมียนมาได้จัดตั้งหน่วยอวกาศเมียนมา (Myanmar Space Agency-MSA) เมื่อ 1 มิ.ย.68 หลังจาก พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) และ นรม.เมียนมา เยือนกรุงมอสโก รัสเซีย เมื่อ มี.ค.68 และได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับรัสเซียหลายฉบับ รวมถึงบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับการสำรวจและการใช้พื้นที่อวกาศเพื่อสันติ โดยหน่วยงานแห่งนี้อยู่ภายใต้การควบคุมตรงของ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ รวมถึงการตรวจสอบและอนุมัติผู้เชี่ยวชาญเข้าสู่หน่วยงาน ปัจจุบัน มีเพียงรัสเซีย ที่ให้ความร่วมมือกับเมียนมาด้านอวกาศ  เมียนมาระบุว่า หน่วยงาน MSA ก่อตั้งขึ้นเพื่อสันติ เพื่อความร่วมมือในระดับนานาชาติสำหรับการวิจัยและการใช้ประโยชน์จากอวกาศ ตลอดจนสนับสนุนความมั่นคงของชาติ เกษตรกรรม การจัดการภัยพิบัติ และการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 

อินโดนีเซียอาจยกเลิกแผนนำเข้าพลังงานจากสหรัฐฯ

 นาย Bahlil Lahadalia รมว.พลังงานและทรัพยากรแร่ของอินโดนีเซีย แถลงเมื่อ 14 ก.ค.68 ว่า อินโดนีเซียอาจยกเลิกแผนนำเข้าสินค้าพลังงานจากสหรัฐฯ มูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากการเจรจาเรื่องมาตรการภาษีไม่บรรลุข้อตกลง ทั้งนี้ กระทรวงฯ เตรียมจัดสรรงบประมาณ 10,000-15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รองรับการนำเข้าพลังงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอการเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 34,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่คณะผู้แทนการเจรจา นำโดยนายแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รมต.ประสานงานด้านเศรษฐกิจ กำลังเร่งการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลง ก่อนกำหนดใน 1 ส.ค.68 โดยตั้งเป้าหมายให้สหรัฐฯ ปรับลดอัตราภาษีตอบโต้ลงจาก ร้อยละ 32 ซึ่งเป็นอัตราเดิมที่เคยประกาศไว้เมื่อห้วง เม.ย.68   

รัสเซียไม่ให้ความสำคัญต่อคำขู่ของสหรัฐฯ ที่จะเรียกเก็บภาษีร้อยละ 100

 สนข.Tass รายงานเมื่อ 15 ก.ค.68 ว่า นาย Dmitry Medvedev รองประธานสภาความมั่นคงรัสเซียเผยแพร่ข้อความเป็นภาษาอังกฤษในสื่อสังคมออนไลน์ X ว่า รัสเซียไม่ใส่ใจการยื่นคำขาดที่เป็นการแสดงละครของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เมื่อ 14 ก.ค.68 ว่า จะเรียกเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 100 ต่อรัสเซีย หากรัสเซีย-ยูเครนไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับยูเครนภายใน 50 วัน  ทั้งนี้ การเผยแพร่ข้อความดังกล่าวของนาย Medvedev เป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียแสดงท่าทีตอบโต้คำขู่ของสหรัฐฯ