สิงคโปร์สั่งจำคุกผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับคดีบุหรี่ไฟฟ้าเป็นคดีแรก

นสพ.Straits Times รายงานเมื่อ 26 ส.ค.68 ศาลสิงคโปร์ได้ตัดสินจำคุกนาย Mohammed Akil Abdul Rahim วัย 41 ปี เป็นเวลา 16 เดือน พร้อมปรับ 400 ดอลลาร์สิงคโปร์ ในข้อหาผลิตพ็อดบุหรี่ไฟฟ้าที่ผสมสาร etomidate (Kpods) ซึ่งนับเป็นคดีแรกในสิงคโปร์ โดยนาย Mohammed สารภาพว่ารับสารจากนาย Joe (ไม่ระบุรายละเอียด) ที่มาเลเซีย เพื่อนำมาผสมและบรรจุพ็อดที่บ้านในย่านยิชน  ขณะที่ศาลชี้ว่าการผลิต Kpod เป็นภัยสาธารณะร้ายแรง มีลักษณะเป็นเครือข่ายข้ามชาติ และมีองค์ประกอบอาชญากรรมเชิงองค์กร ปัจจุบันสาร etomidate ยังอยู่ใน Poisons Act แต่ตั้งแต่ 1 ก.ย.68 จะถูกจัดเป็นสารเสพติด Class C ภายใต้ Misuse of Drugs Act โทษสูงสุดคือจำคุก 10 ปี ปรับ…

จีนแพร่ภาพเรือรบไร้คนขับรุ่นใหม่

การซ้อมสวนสนามครั้งที่ 3 ของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีที่ได้รับชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2 และมีชัยชนะเหนือญี่ปุ่น ที่จตุรัสเทียนอันเหมิน ปักกิ่ง ห้วงกลางดึก 23-เช้า 24 ส.ค.68 ปรากฏการเผยแพร่ภาพเรือรบขนาดเล็กไร้คนขับ (ความยาวประมาณ 15 ม.) ทาสีขาว เทา น้ำเงิน เพื่อพรางตัว ไม่มีเลขประจำเรือ โดยยังมีห้องบังคับการเรือสำหรับการปฏิบัติงานของ จนท.ทหาร บรรทุกมาบนรถลำเลียงขนาดใหญ่ เข้าร่วมในการซ้อมสวนสนามดังกล่าว ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่มีการเผยแพร่ภาพเรือรบไร้คนขับของจีน ที่เป็นคนละรุ่นกับเรือรบไร้คนขับรุ่นวาฬเพชฌฆาต (Killer Whale) ที่เปิดตัวเมื่อปี 2567

กห.สหรัฐฯ สั่งปลด ผอ.DIA

สนข.บีบีซี รายงานเมื่อ 24 ส.ค.68 ว่า นายปีเตอร์ เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ สั่งปลด พล.ท.Jeffrey Kruse ผอ.หน่วยข่าวกรองทหารสหรัฐฯ (Defense Intelligence Agency-DIA) จากกรณีการรั่วไหลของรายงานประเมินที่ผิดพลาดเกี่ยวกับความเสียหายในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน เมื่อ มิ.ย.68 ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โต้แย้งผลการประเมินดังกล่าวอย่างรุนแรง และกล่าวหาว่าเป็นความพยายามบ่อนทำลายภาพลักษณ์ความสำเร็จของปฏิบัติการโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ

เมียนมาได้รับการสนับสนุนจากไทยในการจัดตั้งห้องปฏิบัติการเฝ้าระวังไฟป่า

เมียนมาได้รับการสนับสนุนจากไทยในการจัดตั้งห้องปฏิบัติการเฝ้าระวัง (Surveillance War Room) เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่า ปัญหาหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) โดย นายมงคล วิศิษฏ์สตัมภ์ ออท.ไทย ประจำเมียนมา พร้อมคณะผู้แทนจากกรมควบคุมมลพิษ ได้ส่งมอบและติดตั้งระบบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ที่กรุงเนปยีดอ เมื่อ 15 ส.ค.68 ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการแห่งที่ 3 ที่ไทยช่วยเหลือเมียนมาจาก ที่ จ.ท่าขี้เหล็ก และ จ.เกาะสอง เพื่อเสริมศักยภาพของเมียนมาในการติดตามจุดความร้อนจากดาวเทียม ไฟป่า อนุภาคในอากาศ และข้อมูลสภาพอากาศได้แบบ Real-time และแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน

ดาต้าเซ็นเตอร์ไทยกำลังเติบโตเพื่อรองรับความต้องการด้าน AI ที่เพิ่มขึ้น

สนข.Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานอ้างข้อมูลจากสมาคมดาต้าเซ็นเตอร์แห่งประเทศไทย คาดว่ากำลังการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยจะเพิ่มขึ้น 3 เท่า ในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า จาก 350 เมกะวัตต์เป็นประมาณ 1,000 เมกะวัตต์ในปี 2570 ด้วยเงินลงทุนประมาณ 6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 213,000 ล้านบาท) เพื่อตอบสนองความต้องการด้านคลาวด์และ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกหลายแห่ง เช่น Google Amazon Microsoft Nvidia กำลังลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ในไทยและทั่วทั้งเอเชีย ตอ.ต. ซึ่งการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไทยที่เป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์มายาวนาน กำลังเร่งผลักดันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายให้ไทยตามทันมาเลเซียและสิงคโปร์ซึ่งเป็นผู้นำด้านดาต้าเซ็นเตอร์และบริการคลาวด์ในภูมิภาค

สงครามไซเบอร์ระหว่างไทย–กัมพูชาเป็นความท้าทายต่ออาเซียน 

เว็บไซต์ Fulcrum ของสถาบัน ISEAS – Yusof Ishak ในสิงคโปร์ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา กรณีกลุ่มแฮกเกอร์ทั้งของไทยและกัมพูชาโจมตีทางไซเบอร์ต่ออีกฝ่ายโดยมุ่งเป้าหมายหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นการดำเนินการที่เชื่อมโยงกับผลประโยชน์ของรัฐจึงทำให้การหาผู้รับผิดชอบซับซ้อนมากขึ้น ขณะที่กฎหมายระหว่างประเทศในปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อการควบคุมพฤติกรรมทางไซเบอร์ทั้งโดยรัฐและตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ ด้านกรอบปฏิบัติของอาเซียน เช่น ASEAN Checklist on Cyberspace Norms ยังขาดกลไกตรวจสอบและไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม อาเซียนสามารถใช้ยุทธศาสตร์ความร่วมมือด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และศูนย์เฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์ระดับภูมิภาคของอาเซียน (ASEAN CERT) เพื่อสร้างแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับบริบทของภูมิภาค และเสริมสร้างขีดความสามารถร่วมกันเพื่อต่อต้านภัยคุกคามทางไซเบอร์

การลงทุนของผู้ผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศช่วยผลักดันคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลก

สนข.Bloomberg รายงานเกี่ยวกับการลงทุนของ Netflix ที่ผลิตคอนเทนต์จากไทยอย่างต่อเนื่องและได้รับความนิยมจากผู้ชมอย่างมาก โดยมีการลงทุนไปมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,500 ล้านบาท) ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยผลักดันคอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลก สอดคล้องกับเป้าหมายของไทยที่มีนโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อสร้างงานและสร้างรายได้ให้ประเทศ รวมถึงกระจายการลงทุนออกจากรูปแบบการเติบโตที่พึ่งพาการท่องเที่ยวและการส่งออกเป็นหลัก ซึ่งไทยได้รับแรงบันดาลใจจากกลยุทธ์ทางวัฒนธรรมของเกาหลีใต้ นอกจาก Netflix ยังมีผู้ผลิตหลายค่ายที่มาถ่ายทำในไทย โดยตั้งแต่ปี 2559 มีโครงการภาพยนตร์ต่างประเทศมากกว่า 4,600 โครงการที่เข้ามาใช้สถานที่ถ่ายทำในไทย โดยใช้ทีมงานที่มีฝีมือ และสตูดิโอที่ทันสมัย สร้างเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 32,770 ล้านบาท) ซึ่งระบบการคืนเงินของไทยช่วยดึงดูดมากขึ้น

ปัญหาแอปเงินกู้เถื่อนยังคงระบาดในแพลตฟอร์มออนไลน์ 

จากรายงานข่าวการจับกุมสมาชิกแก๊งเงินกู้เถื่อนในแอปพลิเคชันอย่าง Nature Wallet และ New Wallet ซึ่งมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด โดยบางกรณีสูงถึงร้อยละ 3,000 ต่อปี อีกทั้งการทวงหนี้ยังละเมิดสิทธิส่วนบุคคล โดยสถิติจาก บช.สอท.ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึง 20 ส.ค. 68 พบคดีความออนไลน์ทั้งหมด 212,549 คดี เป็นคดีเกี่ยวกับการหลอกลวงให้กู้เงินในลักษณะฉ้อโกง มากกว่าร้อยละ 8  ส่วนสาเหตุหลัก คือ ความยากลำบากในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ เช่น การไม่มีหลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน รายได้ไม่แน่นอน หรือมีประวัติหนี้เสีย รวมถึงกระบวนการกู้เงินในระบบที่มีขั้นตอนยุ่งยาก ทำให้ผู้ที่ต้องการใช้เงินด่วนหันไปพึ่งแอปกู้เงินเถื่อนที่ให้กู้ได้ง่ายและเร็วกว่า โดยสามารถดาวน์โหลดได้ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น CreditU ไนน์พลัส PrimeGo BMP Lending Cofecre และ APM Money เนื่องจากช่องโหว่ในกระบวนการตรวจสอบใบอนุญาต ซึ่งแอปเหล่านี้มักใช้ใบอนุญาตในนามของธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ หรือใบอนุญาตอื่นที่ไม่ตรงกับลักษณะบริการจริง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากแพลตฟอร์มและหน่วยงานที่กำกับดูแล

ญี่ปุ่นเตรียมต้อนรับการเยือนของ นรม.อินเดีย

กต.ญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 22 ส.ค.68 ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นยินดีต้อนรับนายนเรนทรา โมดิ นรม.อินเดีย ในโอกาสที่นายโมดิจะเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการระหว่าง 29-30 ส.ค.68 โดยรัฐบาลญี่ปุ่นคาดหวังให้การเยือนครั้งนี้ช่วยกระชับความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นกับอินเดียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในห้วงการเยือนดังกล่าว นายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น และนายโมดิ จะประชุมและหารือระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำ และทั้งสองคนจะเยือน จ.มิยากิ ร่วมกัน ทั้งนี้ การเยือนครั้งนี้จะเป็นการเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการเป็นครั้งที่ 8 ของนายโมดิ ในฐานะ นรม.อินเดีย และเป็นการพบหารือกับนายอิชิบะเป็นครั้งที่ 2 นับแต่นายอิชิบะดำรงตำแหน่ง นรม.ญี่ปุ่น

จีนเรียกร้องให้ยุติการปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสมต่อชาวจีนที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ

โฆษก กต.จีน ระบุเมื่อ 22 ส.ค.68 กรณีมีรายงานว่า นศ. และนักวิชาการชาวจีนถูก จนท.บังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ สอบสวน คุกคาม และปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสมและไร้เหตุผลระหว่างเดินทางเข้าสหรัฐฯ โดยเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติและแก้ไขการกระทำดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการสอบสวน นศ.และนักวิชาการชาวจีน ในประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุผลการเดินทางเข้าสหรัฐฯ ในห้องมืดกว่า 70 ชม. การยกเลิกการตรวจลงตรา (วีซ่า) และไม่อนุญาตให้เข้าประเทศด้วยเหตุผลว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิและผลประโยชน์ของชาวจีน ขัดขวางการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน ทั้งยังเป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเลือกปฏิบัติตามแรงจูงใจทางการเมือง