นรม.เวียดนามร่วมพิธีเปิดโครงการลงทุนของครอบครัวประธานาธิบดีทรัมป์

นายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นรม.เวียดนาม เข้าร่วมพิธีเปิดการก่อสร้างโครงการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และที่พักอาศัยแบบครบวงจร เมื่อ 21 พ.ค.68 ใน จ.ฮึง เอียน มูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นโครงการลงทุนแรกของธุรกิจตระกูลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โครงการดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 990 เฮกตาร์ (ประมาณ 6,187.5 ไร่) ใน 7 ชุมชนของ อ.Khoai Chau โครงการแบ่งเป็น 2 เขต ได้แก่ เขตที่พักอาศัยและสนามกอล์ฟราคาสูง และเขตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 2 ของปี 2572 และเปิดให้เช่าเป็นระยะเวลา 50 ปี

เกาหลีใต้และสหรัฐฯ ยังไม่ได้หารือเกี่ยวกับการลดจำนวนกองกำลังในเกาหลีใต้

กห.เกาหลีใต้ แถลงเมื่อ 23 พ.ค.68 ว่า กห.เกาหลีใต้และสหรัฐฯ ยังไม่ได้หารือประเด็นการลดจำนวนทหารสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้ (U.S. Forces Korea-USFK) พร้อมย้ำว่า USFK เป็นกำลังหลักของพันธมิตรเกาหลีใต้-สหรัฐฯ ที่รักษาสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลีและภูมิภาค ตลอดจนมีความพร้อมทางทหารเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือร่วมกัน ทั้งนี้ แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังนสพ.The Wall Street Journal ของสหรัฐฯ อ้างว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาถอนทหาร USFK จำนวน 4,500 นาย ออกจาก USFK จากทั้งหมด 28,500 นาย  อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ กำลังทบทวนยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันประเทศ (National Defense Strategy-NDS) ประจำปี 2568 ซึ่งมุ่งเน้นการบูรณาการภารกิจกับพันธมิตร และรับมือกับการแผ่ขยายอิทธิพลของจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

นรม.อินเดียย้ำจุดยืนจะยังไม่มีการค้าและการเจรจากับปากีสถาน

เว็บไซต์ Hindustan Times รายงานเมื่อ 22 พ.ค.68 อ้างสุนทรพจน์ของนายนเรนทรา โมดิ นรม.อินเดีย ที่เมือง Bikaner รัฐราชสถาน ว่า อินเดียจะยังไม่มีการค้าและการเจรจากับปากีสถาน  การก่อการร้ายและการค้าไม่สามารถดำเนินการควบคู่กันได้  หากมีการเจรจาก็จะมีเพียงเรื่องดินแดนแคชเมียร์ในฝั่งปากีสถาน  และอินเดียไม่เกรงกลัวภัยคุกคามจากนิวเคลียร์  นายกรัฐมนตรีโมดิยังกล่าวถึงปากีสถานว่าเป็นแหล่งกำเนิดผู้ก่อการร้าย อินเดียจะตอบโต้อย่างเหมาะสม ส่วนประเด็นความขัดแย้งเรื่องการแบ่งปันน้ำหลังอินเดียระงับสนธิสัญญาแม่น้ำสินธุนั้นจะมีต่อไป

ยุโรปประณามเหตุการณ์กองกำลังอิสราเอลยิงกระสุนเตือนใส่คณะนักการทูต

ยุโรปประณามเหตุการณ์กองกำลังอิสราเอลยิงกระสุนเตือนใส่คณะผู้แทนทางการทูตประมาณ 20 คน ซึ่งกำลังเยี่ยมชมค่ายผู้ลี้ภัยในเมืองเจนิน ในเขตเวสต์แบงก์ของปาเลสไตน์ เมื่อ 21 พ.ค.68  แม้ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ  โดยนางคายา คัลลาส หัวหน้าฝ่ายกิจการต่างประเทศของสหภาพยุโรป (EU) ประณา และเรียกร้องให้อิสราเอลรับผิดชอบ  รวมถึงฝรั่งเศส เยอรมนี และเบลเยียมแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง เรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลชี้แจงเหตุการณ์ พร้อมทั้งเรียกตัวเอกอัครราชทูตอิสราเอลเข้าพบ ด้านอิสราเอลระบุว่าคณะผู้แทนออกนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาต  ทั้งนี้ กกล.ป้องกันอิสราเอล (IDF) ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการสอบสวนและแจ้งผลต่อประเทศที่เกี่ยวข้อง  ขณะที่ กต.ของปาเลสไตน์ประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็นอาชญากรรม และ IDF เจตนาใช้กระสุนจริง

อินโดนีเซียเตรียมเปิดใช้งานระบบชำระเงินดิจิทัลข้ามพรมแดนในญี่ปุ่นและจีน

นาง Filianingsih Hendarta รองผู้ว่าการธนาคารอินโดนีเซีย (Bank Indonesia – BI) แถลงเมื่อ 21 พ.ค.68 ว่า ชาวอินโดนีเซียจะสามารถใช้บริการระบบชำระเงินคิวอาร์โค้ดมาตรฐานอินโดนีเซีย (Quick Response Code Indonesian Standard – QRIS) ในญี่ปุ่นและจีนได้ ตั้งแต่ 17 ส.ค.68 เป็นต้นไป โดยขณะนี้กำลังพัฒนาและทดสอบระบบ รวมทั้งหารือกับอินเดีย เกาหลีใต้ และซาอุดีอาระเบีย เป็นประเทศต่อไป ทั้งนี้ อินโดนีเซียได้เปิดใช้งานระบบชำระเงินดังกล่าวแล้วกับมาเลเซีย ไทย และสิงคโปร์

รัสเซียเสนอให้ยูเครนจัดการเลือกตั้งก่อนการลงนามข้อตกลงสันติภาพ

สนข. TASS รายงานเมื่อ 22 พ.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของอธิบดีกรมกฎหมาย กต.รัสเซียว่า การหารือโดยตรงระหว่าง รัสเซีย-ยูเครนเพื่อกำหนดแนวทางของข้อตกลงสันติภาพ อาจประสบปัญหาเกี่ยวกับผู้มีอำนาจลงนามในข้อตกลงหรือสนธิสัญญาสันติภาพ เนื่องจากประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน หมดวาระการดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2567  นาย Musikhin เสนอให้ยูเครนจัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนการลงนามข้อตกลงกับรัสเซีย หรือพิจารณาให้ประธานรัฐสภายูเครนทำหน้าที่ลงนามในข้อตกลงแทนตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญยูเครน ทั้งนี้ ยูเครนขยายระยะเวลาการบังคับใช้กฎอัยการศึกในประเทศถึง ส.ค.68 จึงไม่สามารถจัดการเลือกตั้งทั่วไปได้

จีนส่งเสริมการพัฒนาโครงการสำคัญกับอินโดนีเซีย

สนข. Xinhua รายงานเมื่อ 20 พ.ค.68 ว่า ในการพบหารือระหว่างนายหวัง อี้ รมว.กต.จีนกับนาย Luhut Binsar Pandjaitan ประธานสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของอินโดนีเซีย ที่กรุงปักกิ่ง นายหวังระบุว่า จีนพร้อมร่วมมือกับอินโดนีเซียเพื่อกระชับความสัมพันธ์ในโครงการสำคัญต่าง ๆ อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูงจาการ์ตา-บันดุง และระเบียงเศรษฐกิจที่ครอบคลุมแห่งภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Corridor) ยกระดับและขยายความร่วมมือสู่ด้านอื่น ๆ เช่น ทางทะเลและแร่ธาตุ นอกจากนี้ จีนยินดีที่อินโดนีเซียได้เข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS โดยพร้อมจะส่งเสริมจิตวิญญาณแห่งบันดุง (การประชุมเอเชีย-แอฟริกา เมื่อปี 2498) ขับเคลื่อนการบูรณาการทางเศรษฐกิจในภูมิภาค และร่วมกันสร้างความมีเสถียรภาพแก่ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อเสริมสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันเพื่อมนุษยชาติ ขณะที่นาย Luhut ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างจีน-อินโดนีเซีย และพร้อมจะยกระดับความร่วมมือกับจีน เพื่อเสริมสร้างความเป็นเอกภาพระหว่างกลุ่มประเทศซีกโลกใต้

รมว.กระทรวงเกษตรของญี่ปุ่นลาออก

นายเอโต ทาคุ รมว.กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ของญี่ปุ่นได้ยื่นหนังสือลาออกต่อนายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น เมื่อ 21 พ.ค.68 ภายหลังเผชิญกระแสวิจารณ์จากพรรคฝ่ายค้าน และประชาชนญี่ปุ่นต่อการให้สัมภาษณ์ในงานระดมทุนของพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ที่จังหวัดซากะ เมื่อ 18 พ.ค.68 ว่า ไม่เคยต้องซื้อข้าว เพราะได้รับข้าวจากผู้สนับสนุนเป็นจำนวนมากจนสามารถนำไปขายได้ การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจเป็นวงกว้างในญี่ปุ่น เนื่องจากขณะนี้ญี่ปุ่นประสบปัญหาขาดแคลนข้าว และราคาข้าวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สื่อมวลชนคาดว่า นาย Shinjiro Koizumi อดีต รมว.กระทรวงสิ่งแวดล้อมจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง แทน

ประธานาธิบดีอินโดนีเซียเสร็จสิ้นการเดินทางเยือนไทย

ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย แถลงผลหารือกับ นรม.แพทองธาร ชินวัตร หลังเสร็จสิ้นการเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อ 19 พ.ค.68 ว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องการเสริมสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์  มุ่งขยายการค้ากับไทยในภาคอุตสาหกรรมฮาลาล เศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานและการบิน รวมทั้งแผนการจัดตั้งคณะกรรมาธิการการค้าร่วมเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ ประธานาธิบดีปราโบโวยังส่งเสริมความร่วมมือเพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน ทั้งปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ การค้ามนุษย์และการค้ายาเสพติด โดยมุ่งประสานความร่วมมือผ่านการประชุมคณะกรรมการระดับสูงและการเจรจาด้านความมั่นคงประจำปี ทั้งนี้ การค้าไทย-อินโดนีเซียมีมูลค่า 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อปี 2567 อินโดนีเซียขาดดุลกับไทย 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากปี 2566 ที่ขาดดุล 3,080 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประธานาธิบดีไต้หวันพร้อมเจรจากับจีนควบคู่การเสริมสร้างการป้องกันตนเอง

นสพ. Taipei Times รายงานเมื่อ 20 พ.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน ในโอกาสครบรอบ 1 ปีของการดำรงตำแหน่งว่า ไต้หวันต้องการสันติภาพและพร้อมจะเจรจากับจีนบนหลักการเคารพศักดิ์ศรีซึ่งกันและกัน ขณะที่จะต้องเสริมสร้างศักยภาพการป้องกันตนเองต่อไป เนื่องจากชาวไต้หวันยึดมั่นในสันติภาพ และการสู้รบจะสร้างความเสียหายให้แก่ทั้งสองฝ่าย อีกทั้งการเตรียมพร้อมสู้รบจะเป็นวิธีหลีกเลี่ยงการสู้รบที่ดีที่สุด ทั้งนี้ สำนักงานกิจการไต้หวันของจีนยังไม่ตอบโต้หรือให้ความเห็นเกี่ยวกับถ้อยแถลงดังกล่าวของประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ