บราซิลพบโรคไข้หวัดนกระบาดเป็นครั้งแรก

อุตสาหกรรมส่งออกไก่ของบราซิลกำลังเผชิญผลกระทบจากการพบโรคไข้หวัดนก (Avian Influenza) ระบาดเป็นครั้งแรกที่ฟาร์มเลี้ยงไก่ในรัฐ Rio Grande do Sul ทางตอนใต้ของประเทศ โดย กษ.บราซิล แถลงเมื่อ 16 พ.ค.68 ยืนยันตรวจพบเชื้อไข้หวัดนกชนิด H5N1 ในไก่ในฟาร์มข้างต้น และได้แจ้งต่อองค์การสุขภาพสัตว์โลก (WOAH) และประเทศคู่ค้าตามพันธกรณีด้านสุขภาพสัตว์ ส่งผลให้จีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าไก่รายใหญ่ที่สุดของบราซิล สหภาพยุโรป (EU) และเกาหลีใต้ ประกาศห้ามนำเข้าเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์จากไก่จากบราซิลทั้งประเทศ เป็นเวลา 60 วัน ขณะที่ประเทศคู่ค้าอื่น ๆ เช่น ญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศระงับการนำเข้าเฉพาะจากพื้นที่ที่พบการระบาด ทั้งนี้ รัฐ Rio Grande do Sul เป็นพื้นที่ฟาร์มเลี้ยงไก่ขนาดใหญ่อันดับ 3 ของบราซิล ขณะที่การส่งออกไก่ของบราซิล คิดเป็นมากกว่าร้อยละ 35 ของการค้าไก่โลก โดยหน่วยงานวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของบริษัท S&P Global ประเมินว่า หากบราซิลไม่สามารถควบคุมการระบาดได้อย่างรวดเร็ว การส่งออกไก่ของบราซิล…

อินเดียปฏิเสธกรณีจีนพยายามเปลี่ยนชื่อสถานที่ในรัฐอรุณาจัลประเทศ

เว็บไซต์ DD News รายงานเมื่อ 14 พ.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของ กต.อินเดียที่คัดค้านจีนในการเปลี่ยนชื่อสถานที่ 27 แห่งในรัฐอรุณาจัลประเทศของอินเดีย อีกทั้งยืนยันว่ารัฐอรุณาจัลประเทศเป็นส่วนหนึ่งของอินเดียและไม่สามารถแบ่งแยกได้ ความพยายามดังกล่าวเป็นครั้งที่ห้าของจีนที่ต้องการอ้างสิทธิ์เหนือรัฐอรุณาจัลประเทศของอินเดียที่เรียกว่า Zangnan (ทิเบตใต้) ทั้งนี้ จีนเคยพยายามเปลี่ยนแปลงชื่อสถานที่ในรัฐอรุณาจัลประเทศมาแล้วถึง 4 ครั้ง เมื่อปี 2560 2564 2566 และ 2567 ซึ่งแต่ละครั้งก็เกิดข้อพิพาททางการทูตกับอินเดีย อาทิ การฝึกซ้อมเมื่อปี 2560 ตามมาด้วยการเยือนขององค์ดาไลลามะ และเมื่อปี 2566 หลังจากการประชุม G20 ที่อินเดียเป็นเจ้าภาพจัดงานที่รัฐอรุณาจัลประเทศ

ไต้หวันอาจจ้างแรงงานต่างชาติเพิ่ม

นสพ. Taipei Times รายงานเมื่อ 16 พ.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของนายหง เซิน-ฮั่น รมว.กระทรวงแรงงานไต้หวัน ว่า ไต้หวันอยู่ระหว่างการพิจารณานโยบายใหม่ให้นายจ้างสามารถเพิ่มจำนวนแรงงานต่างชาติที่ต้องการว่าจ้างได้โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องปรับเพิ่มอัตราเงินเดือนให้แก่แรงงานท้องถิ่น การปรับนโยบายดังกล่าวเพื่อตอบสนองความต้องการแรงงานของภาคอุตสาหกรรม และรับมือกับการที่ไต้หวันจะเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานจำนวน 400,000 คน ภายในปี 2573 เนื่องมาจากอัตราการเกิดลดลงและมีจำนวนประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ยังเป็นการปกป้องสิทธิของแรงงานท้องถิ่นไม่ให้ถูกลดเงินเดือนเพื่อรองรับการจ้างงานชาวต่างชาติ

ผบ.กองทัพอวกาศสหรัฐฯ เตือนภัยคุกคามทางอวกาศจากจีนและรัสเซีย

สนข. Politico รายงานเมื่อ 15 พ.ค.68 ว่า พลเอก บี. แชนซ์ ซอลท์ซแมน ผู้บัญชาการกองทัพอวกาศสหรัฐฯ  ระบุถึงขีดความสามารถทางอวกาศของจีนและรัสเซีย โดยจีนได้พัฒนาเครือข่ายดาวเทียมหลายร้อยดวที่เรียกว่า “Kill web” ซึ่งสามารถสอดแนม ตรวจจับการเคลื่อนไหวข้อมูลของกองทัพสหรัฐฯ รอบโลกซึ่งจะเป็นภัยคุกคามต่อศักยภาพปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ส่วนรัสเซียได้ขยายความร่วมมือกับจีน อาทิ โครงการสำรวจดวงจันทร์ เพื่อสร้างสถานีวิจัย ซึ่งนโยบายและปฏิบัติการในอวกาศของรัสเซียที่ผ่านมา มุ่งส่งเสริมความสามารถในการโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบการสื่อสารในอวกาศ รวมถึงมีแนวคิดที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์ในอวกาศ

วีซ่า DTV กลายเป็นช่องทางใหม่ในการลักลอบเข้ามาทำงานของคนจีน

พบข้อมูลบนโซเชียลมีเดียเปิดเผยว่ามีกลุ่มขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้วีซ่า DTV เป็นช่องทางนำคนจีนเข้ามาทำงานผิดกฎหมายในไทย หรือลักลอบทำงานในธุรกิจของทุนจีน แทนการใช้วีซ่านักเรียนที่ถูกเปิดโปงไปก่อนหน้านี้ โดยในการขอวีซ่า DTV นั้น จะมีเอเย่นต์จีนรับหน้าที่ดำเนินการ ซึ่งเหตุผลในการขอวีซ่ามักระบุว่าต้องการเข้ามาเรียนทำอาหารไทยหรือมวยไทย ตามนโยบายส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ โดยมีโรงเรียนนอมินีของทุนจีน 2-3 แห่ง ใน จ.เชียงใหม่ ที่ถูกใช้สมัครวีซ่าบ่อยครั้ง แต่ไม่ได้มีการบังคับให้นักเรียนเข้าเรียนจริง ส่วนค่าธรรมเนียมที่เอเย่นต์จีนเรียกเก็บอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาทขึ้นไป และมักดำเนินการผ่านสถานทูต/สถานกงสุลไทยในประเทศที่สาม เช่น กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย และ สปป.ลาว จึงเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ภายในรู้เห็นเป็นใจด้วย

กรณีสถานการณ์มลพิษในแม่น้ำกก-แม่น้ำสาย

พบสื่อรายงานข้อมูลว่ามีเหมืองที่เป็นต้นตอของมลพิษในแม่น้ำกกตั้งอยู่ห่างจากชายแดนไทยเพียงประมาณ 15 กม. และอยู่ภายใต้อิทธิพลของกองกำลัง UWSA ซึ่งปัจจุบันได้อนุญาตให้ชาวจีนขยายพื้นที่ทำเหมืองทอง จากเดิมที่มีอยู่ในเมืองกก เมืองสาด และบ้านฮุ่ง นอกจากนี้ ทุนจีนยังมีแผนจะสร้างเรือขุดเหมืองทองในแม่น้ำเพิ่ม แต่จะย้ายจุดขุดไปอยู่ในที่ลับสายตามากขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำเสนอข้อมูลต่อสาธารณะ ด้านกลุ่มนักวิชาการ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชนยังคงออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาและเปิดเผยข้อมูลให้แก่ประชาชนได้รับทราบอย่างโปร่งใส เพื่อไม่ให้เกิดกรณีซ้ำรอยเหมือนกับสถานการณ์มลพิษตะกั่วในห้วยคลิตี้ ที่ จ.กาญจนบุรี เมื่อปี 2545 ที่ชาวบ้านประสบกับความยากลำบากในการพิสูจน์ว่าได้รับสารพิษ และไม่สามารถเรียกร้องความรับผิดชอบจากผู้ก่อมลพิษได้

ปัญหาโรงงานทุนจีนสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

มีรายงานว่าในพื้นที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง มีโรงงานจีนเข้ามาเปิดกิจการจำนวนมาก จนเป็นเขตอุตสาหกรรม ประชาชนในพื้นที่ร้องเรียนว่าการดำเนินงานของโรงงานเหล่านี้ สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการดำเนินชีวิต เช่น เปิดใช้เครื่องจักรที่ส่งเสียงดังและปล่อยกลิ่นเหม็นออกมาเป็นประจำ ซึ่งแม้จะมีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง แต่ไม่มีความคืบหน้า นอกจากนี้ พบในพื้นที่ อ.นิคมพัฒนา จ.ปราจีนบุรี เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียและมีกลิ่นเหม็น ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่ามาจากกลุ่มทุนจีนที่เข้ามาดำเนินธุรกิจโรงงาน และการจัดการขยะไม่มีมาตรฐาน ทำให้มีความกังวลว่าในอนาคต จ.ปราจีนบุรีอาจกลายเป็นถังขยะอุตสาหกรรมของกลุ่มทุนต่างชาติ จึงร่วมมือกับภาคประชาสังคมยื่นหนังสือคัดค้านการเสนอให้ จ.ปราจีนบุรีเป็นพื้นที่ที่ขยายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

การลักลอบนำผลไม้เวียดนามเข้าไทยมากขึ้น

  กลุ่มชาวสวนผลไม้ ผู้ค้าแผงผลไม้ และผู้ค้าสินค้าแปรรูป เปิดเผยข้อมูลสอดคล้องกันว่า ผลไม้ไทยถูกผลไม้เวียดนามตีตลาดอย่างไม่ถูกต้อง เพราะมีขบวนการลักลอบนำผลไม้เวียดนามเข้ามาสวมสิทธิ์ผลไม้ไทย เพื่อส่งออก  และนำมาวางขายในไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ มะม่วง ทุเรียน อาโวคาโด และเสาวรส เพราะผู้ประกอบการที่ลักลอบนำผลไม้เวียดนามมองเพียงผลกำไร ขณะที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าเป็นผลไม้เวียดนามที่ลักลอบเข้ามา จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามากวาดล้างจับกลุ่มขบวนการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว นอกจากนี้ กรมศุลกากรกัมพูชามีมาตรการให้ทุเรียนนำเข้าจากไทยต้องมีหนังสือรับรองว่าไม่มีสารตกค้างก่อน จึงจะอนุญาตให้นำเข้าได้ ดังนั้น ผู้ค้าทุเรียนไทยบริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม จ.จันทบุรี ที่ติดกับกัมพูชา เรียกร้องขอให้หน่วยงานไทยเร่งประสานกับกัมพูชาเพื่อให้ช่วยรับรองว่า ทุเรียนไทยที่ปลูกฝั่งตะวันออกไม่มีปัญหาสารตกค้าง เนื่องจากมีทุเรียนที่ติดค้างรอส่งขายไปฝั่งกัมพูชาเป็นจำนวนมาก

ผู้นำสหรัฐฯ เรียกร้องให้บริษัท Apple ย้ายฐานการผลิต iPhone จากจีนไปสหรัฐฯ แทนอินเดีย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้พบหารือกับนาย Tim Cook ประธานฝ่ายบริหาร (CEO) ของบริษัท Apple ที่กาตาร์ เมื่อ 14 พ.ค.68 ให้บริษัท Apple ย้ายฐานการผลิต iPhone ที่จะจำหน่ายในสหรัฐฯ จากจีนไปสหรัฐฯ แทนอินเดีย  โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการทางศุลกากรของสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมและความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีในประเทศ อย่างไรก็ดี บริษัท Apple ยังไม่ตอบรับข้อเสนอดังกล่าว เนื่องจากการย้ายฐานการผลิตไปสหรัฐฯ  คงเป็นไปได้ยากในอนาคตอันใกล้ เพราะต้องใช้งบประมาณสูงและขาดแคลนบุคลากร ทั้งนี้ ปัจจุบัน โรงงานของบริษัท Apple ในอินเดียสามารถผลิต iPhone ได้มากกว่า 40 ล้านเครื่องต่อปี หรือประมาณร้อยละ 20 ของผลผลิตต่อปีทั้งหมด ซึ่งบริษัท Apple มีแผนจะนำเข้า iPhone ที่จะจำหน่ายในสหรัฐฯ ทั้งหมดจากอินเดียภายในสิ้นปี 2569

รัสเซียพอใจผลการเจรจากับยูเครนและจะคงช่องทางการหารือ

ภายหลังการเจรจาโดยตรงระหว่างรัสเซียและยูเครนที่กรุงอิสตันบูล ตุรกี เมื่อ 16 พ.ค.68 คณะผู้แทนรัสเซียพอใจผลการเจรจา ทั้งสองฝ่ายตกลงจะแลกเปลี่ยนเชลยสงครามฝ่ายละ 1,000 คน และรัสเซียรับจะพิจารณาข้อร้องขอของยูเครนที่ให้มีการเจรจาโดยตรงระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ รัสเซียและยูเครนจะนำเสนอแนวทางการหยุดยิงในรูปแบบรายละเอียดที่ชัดเจนและจะคงรักษาช่องทางการเจรจากันต่อไป ขณะที่นาย Rustem Umerov รมว.กห.ยูเครน หัวหน้าคณะผู้แทนยูเครนระบุเพียงว่า ยูเครนให้ความสำคัญอย่างมากต่อการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง และการแลกเปลี่ยนเชลยสงครามของแต่ละฝ่าย แต่ไม่ได้เปิดเผยแผนการเจรจาของยูเครนเพิ่มเติม