อาเซียนจะจัดประชุมด้านการต่อต้านการก่อการร้ายกับประเทศคู่เจรจา

การเปิดเผยของ กห.อินเดีย เมื่อ 16 มี.ค.68 ระบุว่า มาเลเซียและอินเดียจะเป็นประธานร่วมจัดการประชุมภายใต้กรอบคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้าย (Experts’ Working Group on Counter Terrorism – EWG on CT) ครั้งที่ 14 ของการประชุม รมว.กห. อาเซียนและ รมว.กห.ประเทศคู่เจรจา (ASEAN Defence Minister’ Meeting – ADMM Plus) ที่กรุงนิวเดลี อินเดีย ระหว่าง 19-20 มี.ค.68 โดยมุ่งเน้นหารือการพัฒนายุทธศาสตร์ในจัดการประเด็นการก่อการร้ายและกลุ่มหัวรุนแรง รวมถึงการแบ่งปันประสบการณ์ระหว่างกองทัพของประเทศสมาชิกอาเซียนและคู่เจรจา เพื่อวางรากฐานสำหรับการดำเนินกิจกรรม การฝึกซ้อม การสัมมนา และการประชุมเชิงปฏิบัติการ ภายใต้แผนงานห้วงปี  2567-2570  การประชุมดังกล่าว จะมีคณะผู้แทนจากสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ประเทศคู่เจรจา 8 ประเทศ (ได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน…

เกาหลีใต้มีการชุมนุมของกลุ่มต่อต้านและกลุ่มสนับสนุนประธานาธิบดียุน ซ็อก ย็อล

สนข.ยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 15 มี.ค.68 ว่า กรุงโซลของเกาหลีใต้มีความวุ่นวายจากการชุมนุมของกลุ่มต่อต้านและกลุ่มสนับสนุนประธานาธิบดียุน ซ็อก ย็อล โดยฝ่ายต่อต้านประธานาธิบดียุนประมาณ 20,000 คน  ได้แก่ กลุ่มประชาสังคม Candle Move จัดการชุมนุมใกล้กับศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนกลุ่ม ส.ส.พรรค Democratic Party (DP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านเดินขบวนจากรัฐสภาไปยังจัตุรัสควังฮวามุน และสมาพันธ์สหภาพแรงงานเกาหลี (The Korean Confederation of Trade Unions – KCTU) เรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเร่งตัดสินถอดถอนประธานาธิบดี ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนประธานาธิบดียุน ร่วมกับกลุ่มคริสเตียนอนุรักษ์นิยม Save Korea ประมาณ 38,500 คน ชุมนุมที่จัตุรัสควังฮวามุน เรียกร้องให้คืนตำแหน่งให้แก่ประธานาธิบดีโดยทันที รวมถึงยุบสภานิติบัญญัติ ซึ่งกลุ่มคริสเตียนจัดกิจกรรมสวดมนต์ใกล้กับรัฐสภา ทั้งนี้ เกิดเหตุกระทบกระทั่งกันระหว่างผู้ชุมนุม 2 ฝ่ายใกล้ศาลรัฐธรรมนูญเล็กน้อย แต่ จนท.ตร.สามารถควบคุมสถานการณ์ได้

เกาหลีเหนือประณามกลุ่ม G7 ที่เรียกร้องให้ปลดอาวุธนิวเคลียร์

สนข.KCNA ของเกาหลีเหนือ รายงานเมื่อ 17 มี.ค.68 ว่า กต.เกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ประณามและวิพากษ์วิจารณ์กลุ่ม G7 ที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ แต่กลับร่วมกันเรียกร้องให้เกาหลีเหนือยุติโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธพิสัยไกล ซึ่งเป็นสิทธิอธิปไตยของเกาหลีเหนือ อีกทั้งประณามกรณีเกาหลีเหนือส่งทหารไปช่วยรัสเซียสู้รบกับยูเครน โดยเกาหลีเหนือย้ำการเป็นรัฐครอบครองนิวเคลียร์ตามรัฐธรรมนูญ และจะไม่เปลี่ยนจุดยืนดังกล่าวเพื่อตอบสนองต่อท่าทีประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมทั้งขู่ว่าจะเสริมกองกำลังนิวเคลียร์ทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณเป็นการตอบโต้ ทั้งนี้ แถลงการณ์ของ กต.เกาหลีเหนือมีขึ้นหลังที่ประชุม รมว.กต.กลุ่ม G7 ออกแถลงการณ์ร่วมที่พาดพิงเกาหลีเหนือเมื่อ 14 มี.ค.68

พรรค DAP เตรียมเสนอให้จำกัดวาระการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

สนข.Malaymail รายงานเมื่อ 16 มี.ค.68 พรรค Democratic Action Party-DAP มาเลเซีย (พรรคร่วมรัฐบาลของคนเชื้อสายจีน) ประชุมใหญ่พรรค ครั้งที่ 18 ณ ศูนย์ประชุม IDCC รัฐสลังงอร์ ซึ่งเชิญ นรม.อันวาร์ อิบราฮิม เข้าร่วมด้วย นายแอนโทนี โลค เซียว ฟุค ในฐานะเลขาธิการพรรค DAP เปิดเผยว่า พรรคฯ เตรียมเสนอให้รัฐบาลแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก่อนครบวาระการบริหารงานของรัฐบาลปัจจุบันในปี 2570 จำนวน 2 ประเด็น ได้แก่ 1) จำกัดระยะเวลาของตำแหน่ง นรม. ลงสมัครได้ 2 ครั้ง ไม่เกิน 10 ปี และ 2) แยกอำนาจระหว่างอัยการสูงสุดกับพนักงานอัยการ เพื่อความเป็นอิสระของการฟ้องร้องคดีและปราศจากอิทธิพลทางการเมือง อย่างไรก็ดี พรรคฯ ยังสนับสนุนการดำรงตำแหน่งของ นรม.อันวาร์ อิบราฮิม และการลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งต่อไป…

ผู้นำสหรัฐฯ ออกคำสั่งลดจำนวนพนักงานในสื่อที่รัฐบาลสนับสนุน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 15 มีนาคม 2568 ลงนามในคำสั่งผู้บริหารให้สื่อมวลชนที่รัฐบาลให้การสนับสนุนพิจารณาปรับลดจำนวนเจ้าหน้าที่และพนักงาน เพื่อลดค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นความเคลื่อนไหวทันทีหลังจากฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ มีมติ 54 ต่อ 46 เสียงผ่านร่างงบประมาณระยะเวลา 6 เดือน ก่อนที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะเผชิญภาวะ Government Shutdown สำหรับสื่อมวลชนสหรัฐฯ ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและจะได้รับผลกระทบจากคำสั่งครั้งนี้ ได้แก่ สื่อที่อยู่ในกลุ่ม U.S. Agency for Global Media (USAGM) เช่น สนข.Voice of America หรือ VOA และ Radio Free Europe รวมทั้ง Radio Free Asia ตลอดจน Radio Marti ที่เผยแพร่สื่อในประเทศคิวบา ในภาษาสเปนด้วย

สหรัฐฯ โจมตีกลุ่มติดอาวุธฮูษีในเยเมนที่โจมตีเรือขนส่งในทะเลแดง

กองทัพสหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มติดอาวุธฮูษีในเยเมนเมื่อ 16 มีนาคม 2568 เพื่อตอบโต้ที่กลุ่มติดอาวุธดังกล่าว โจมตีเรือขนส่งสินค้าในทะเลแดง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เป็นผู้อนุมัติการโจมตีครั้งนี้ โดยระบุว่ากลุ่มฮูษีโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ด้วยขีปนาวุธมาโดยตลอด รวมทั้งอาศัยการสนับสนุนจากอิหร่าน แสดงพฤติกรรมที่เป็นโจรสลัด ความรุนแรง และก่อการร้ายในภูมิภาคด้วย การโจมตีของสหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 คน และได้รับบาดเจ็บ 9 คน กลุ่มฮูษีในเยเมนประกาศว่าจะตอบโต้และแก้แค้นสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้อำนาจสั่งการเนรเทศชาวต่างชาติออกนอกสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 15 มีนาคม 2568 ใช้อำนาจสั่งการให้เนรเทศบุคคลสัญชาติอื่นที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญากรในเวเนซุเอลา หรือ แก๊งค์  Tren de Aragua โดยใช้อำนาจตามรัฐบัญญัติ  Alien Enemies Act of 1798 ที่อนุญาตให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เนรเทศชาวต่างชาติจากประเทศศัตรูออกจากมาตุภูมิ เพื่อเร่งกระบวนการเนรเทศหรือส่งกลับชาวต่างชาติที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงสหรัฐฯ ในช่วงที่เผชิญภาวะสงคราม หรือเมื่อพิจารณาแล้วว่าสหรัฐฯ กำลังถูกแทรกแซงจากชาวต่างชาติ

รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมสั่งห้ามพลเรือนของ 43 ประเทศเดินทางเข้าประเทศ

นสพ. The New York Times รายงานเมื่อ 14 มี.ค.68 ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังจัดทำรายชื่อประเทศที่สหรัฐฯ จำกัดการเดินทาง ซึ่งพลเรือนของประเทศดังกล่าว จะไม่ได้รับการตรวจลงตราหนังสือเดินทางเข้าสหรัฐฯ หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดรวม 43 ประเทศ โดยแบ่งกลุ่มประเทศดังกล่าวเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) ประเทศที่ห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ 11 ประเทศ ได้แก่ อัฟกานิสถาน ภูฏาน คิวบา อิหร่าน ลิเบีย เกาหลีเหนือ โซมาเลีย ซูดาน ซีเรีย เวเนซุเอลา และเยเมน 2) ประเทศที่ถูกระงับการตรวจลงตราบางประเภท 10 ประเทศ ได้แก่ เบลารุส เอริเทีย เฮติ ลาว เมียนมา ปากีสถาน รัสเซีย เซียร์ราลีโอน ซูดานใต้ และเติร์กเมนิสถาน และ 3) ประเทศที่ถูกระงับการตรวจลงตราถ้าไม่แก้ไขข้อบกพร่องภายใน…

สหรัฐฯ ตอบโต้ไทยกรณีส่งผู้ต้องกักชาวอุยกูร์ให้จีน

นายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ แถลงเมื่อ 14 มี.ค.68 ว่า สหรัฐฯ จะดำเนินนโยบายข้อจำกัดเกี่ยวกับการตรวจลงตราหนังสือเดินทางต่อไทย เพื่อตอบโต้กรณีไทยส่งผู้ต้องกักชาวอุยกูร์กลับจีน 40 คนเมื่อปลาย ก.พ.68 ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 212(a)(3)(C) แห่งรัฐบัญญัติตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติของสหรัฐฯ (Immigration and Nationality Act) โดยจะมีผลต่อ จนท.รัฐบาลไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรับผิดชอบในกรณีดังกล่าว ทั้งที่ดำรงตำแหน่งในปัจจุบันหรือในอดีต ทั้งนี้ สหรัฐฯ จะยังมุ่งมั่นต่อสู้กับความพยายามของจีนในการกดดันรัฐบาลต่าง ๆ ให้ส่งชาวอุยกูร์และกลุ่มชาติพันธุ์หรือศาสนาอื่น ๆ กลับจีน

G7 ประณามการกระทำผิดกฎหมายทางทะเลของจีน

แถลงการณ์ร่วมการประชุม รมว.กต.กลุ่ม G7 ที่แคนาดา เมื่อ 14 มี.ค.68 เกี่ยวกับประเด็นความมั่นคงทางทะเล โดยจะสนับสนุนการปฏิบัติการทางทะเลที่เสรี เปิดกว้าง และปลอดภัย โดยยึดหลักนิติธรรมและอนุสัญญาแห่งสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ พร้อมกับประณามการกระทำผิดกฎหมายของจีนที่ใช้กำลังยั่วยุและบังคับบริเวณพื้นที่ทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ซึ่งคุกคามสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคและระหว่างประเทศ นอกจากนี้ G7 เรียกร้องให้นานาประเทศให้ความสำคัญต่อการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานทางทะเลจากการก่อวินาศกรรม และอุบัติเหตุจากการเดินเรือ รวมถึงการลดการปฏิบัติการเดินเรือที่ไม่ปลอดภัยและผิดกฎหมาย เช่น การฉ้อโกงทะเบียนเรือหรือปิดใช้งานระบบระบุตำแหน่งเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ ตลอดจนเสริมสร้างการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน ไร้การควบคุม (IUU)