กองกำลังป้องกันอิสราเอลจะยึดครองดินแดนพื้นที่ของกาซาเพิ่ม

กกล.ป้องกันอิสราเอล (IDF) แถลงเมื่อ 25 พ.ค.68 ว่า IDF จะยึดครองดินแดนร้อยละ 75 ของพื้นที่ฉนวนกาซาทั้งหมด ภายในเวลา 2 เดือน ขณะที่ปัจจุบัน IDF ควบคุมพื้นที่ได้แล้วประมาณร้อยละ 40 นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการทางทหารในกาซาเมื่อ 18 มี.ค.68 รวมทั้งมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการทหาร โดยจะเข้ายึดครองดินแดนและมุ่งทำลายโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มฮะมาส จากเดิมที่มุ่งกำจัดสมาชิกกลุ่มฮะมาสให้ได้มากที่สุด ขณะเดียวกัน IDF จะมีคำสั่งให้พลเรือนในกาซาอพยพไปอยู่รวมกันในพื้นที่ขนาดเล็กที่อิสราเอลกำหนดให้เป็นพื้นที่ด้านมนุษยธรรม คิดเป็นพื้นที่เพียง 1 ใน 4 ของกาซา นอกจากนี้ อิสราเอลจะเริ่มแผนจัดสรรความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่ดำเนินการโดย Gaza Humanitarian Foundation (GHF) ซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ใน 26 พ.ค.68 โดยกำหนดให้ตัวแทนแต่ละครอบครัวมารับชุดความช่วยเหลือที่ศูนย์แจกจ่ายความช่วยเหลือทุก 5 วัน ซึ่งศูนย์ดังกล่าวมีทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ ทางใต้ของฉนวนกาซา 3 แห่ง และตอนกลาง 1 แห่ง

รัสเซียใช้ขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกสินค้าที่ขนส่งยุทโธปกรณ์ไปยังยูเครน

สนข.Tass รายงานเมื่อ 24 พ.ค.68 อ้าง กห.รัสเซียว่า รัสเซียใช้ระบบขีปนาวุธ Iskander โจมตีเรือบรรทุกสินค้า ซึ่งลำเลียงยุทโธปกรณ์ไปยังท่าเรือโอเดสซาของยูเครน เมื่อ 23 พ.ค.68  เรือลำดังกล่าวบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ประมาณ 100 ตู้ ภายในมีโดรนที่ใช้ในภารกิจทางทะเล โดรน UAV และกระสุนปืนจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังโจมตีคลังเก็บตู้คอนเทนเนอร์ภายในท่าเรือโอเดสซา ส่งผลให้เกิดการระเบิดระลอกที่สองจากกระสุนและวัตถุระเบิดและเพลิงไหม้รุนแรง โดยรัสเซียระบุว่าปฏิบัติการโจมตีครั้งนี้เป็นการตอบโต้โดยตรงต่อเป้าหมายทางทหารที่เกี่ยวข้องกับการลำเลียงอาวุธให้ยูเครน

นรม.กัมพูชานำคณะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 ที่มาเลเซีย

สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นรม.กัมพูชา พร้อมภริยา และคณะฯ เยือนกรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย อย่างเป็นทางการตามคำเชิญของ นรม.มาเลเซีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 46 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่าง 26-27 พ.ค.68  การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ ดำเนินการภายใต้แนวคิด “Inclusivity and Sustainability”  โดยระหว่างเยือนมาเลเซีย นรม.กัมพูชา คาดจะพบหารือกับผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน และผู้นำประเทศต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างและกระชับความสัมพันธ์ในประเด็นที่สนใจและกังวลร่วมกัน 

ตลาดหุ้นไทยสร้างผลตอบแทนต่ำกระทบนักลงทุนรายย่อย

บริษัทวิเคราะห์ตลาดหลักทรัพย์และนักลงทุนแสดงความเห็นตรงกันถึงสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยที่เผชิญแรงกดดัน ตั้งแต่เหตุแผ่นดินไหว จนถึงมาตรการภาษีตอบไต้ของสหรัฐฯ ทำให้หลายโครงการลงทุนขนาดใหญ่ชะลอการตัดสินใจ ล่าสุดยังถูกซ้ำเติมจากนักท่องเที่ยวจีนลดลงและการเมืองที่เริ่มร้อนแรงจากกระแสข่าวความขัดแย้งในรัฐบาลและการยุบสภา อีกทั้งสถาบันเศรษฐกิจปรับประมาณการ GDP ไทยลดลง ยิ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยเผชิญกับความผันผวนและเคลื่อนไหวในทิศทางลบ จนเสี่ยงที่จะหลุดกรอบสำคัญในระดับ 1,000 จุด หากการเจรจากับสหรัฐฯ ไม่คืบหน้า  ตลาดหุ้นไทยที่เติบโตต่ำนี้ มีผลต่อกลุ่มนักลงทุนรายย่อยที่เข้ามาลงทุนเพื่อหวังสร้างผลตอบแทนแทน  และเป็นวัยสร้างตัว โดยผลสำรวจของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่านักลงทุนไทยในตลาดส่วนใหญ่เป็น Gen Y และ Gen Z อยู่ที่ประมาณร้อยละ 70 และยังเป็นกลุ่มที่ซื้อมากที่สุดหรือกำหนดแนวโน้มตลาดด้วย

ประชาชนเรียกร้องให้แก้ปัญหาน้ำท่วม อ.แม่สาย จ.เชียงราย

กรณีน้ำป่าทะลักเข้าท่วม อ.แม่สาย จ.เชียงราย แม้ระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่ยังคงสร้างความตื่นตระหนกและกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากน้ำทะลักเข้ามาขณะพักผ่อน โดยไม่มีการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าและไม่ได้มีแผนรับมือจากภาครัฐ ทำให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย และต่างออกมาเรียกร้องผ่านโซเชียลมีเดียขอให้เร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากอย่างจริงจัง อาทิ การขุดลอกคลองระบายน้ำเพิ่ม การจัดระเบียบผังเมืองใหม่ รวมถึงขอรับบริจาคน้ำดื่ม เนื่องจากการประปาหยุดผลิตน้ำ เพราะแม่น้ำสายและแม่น้ำรวกที่เป็นแหล่งน้ำดิบมีความขุ่นข้นมากเกินไป ขณะที่นักวิชาการกังวลว่า ปัญหาสารพิษปนเปื้อนในแหล่งน้ำจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ขอให้เร่งประกาศแผนรับมือสถานการณ์อุทกภัยรอบใหม่ที่กำลังจะมาถึง เพื่อให้คำแนะนำประชาชนและขอให้เร่งเจรจากับเมียนมาและกองกำลังว้า เพื่อปิดเหมืองต้นน้ำอย่างถาวร

เวียดนามและไทยยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์

South China Morning Post ของฮ่องกง เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านของไทยและเวียดนามในระหว่างการเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นรม. โดยอ้างความคิดเห็นของนักวิชาการว่า เป็นความพยายามของเวียดนามในการส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศในภูมิภาค แต่เวียดนามยังให้ความสำคัญกับประเทศมหาอำนาจที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจและความมั่นคง ขณะที่ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต.มีความสำคัญในลำดับรองลงมา และมุ่งเน้นที่เสถียรภาพและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลดผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ รวมถึงเพื่อลดการพึ่งพาเศรษฐกิจจีนอีกด้วย

อุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ไทยได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ

The Straits Times ของสิงคโปร์ เผยแพร่บทความกรณีไทยได้ผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ต่ออุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกโซลาร์เซลล์ของจีนไปยังสหรัฐฯ โดยการประกาศรายละเอียดของมาตรการภาษีใน มิ.ย. 68 คาดว่าอาจสูงถึงร้อยละ 250 ความเสี่ยงดังกล่าวทำให้บริษัทจีนเริ่มชะลอการผลิตโซลาร์เซลล์ในภูมิภาครวมถึงไทย จนส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในไทย  รวมถึงก่อให้เกิดปัญหาสิทธิแรงงาน เนื่องจากพบว่ามีการยกเลิกการจ้างงานอย่างไม่เป็นธรรม  ปัญหาดังกล่าวจะยิ่งรุนแรง หากสหรัฐฯ ยังคงบังคับใช้มาตรการภาษีตอบโต้ในอัตราร้อยละ 37 จากสินค้าไทย อย่างไรก็ดี สภาวะการค้าที่เปลี่ยนแปลงอาจเป็นโอกาสในการยกระดับห่วงโซ่คุณค่าและค้นหาตลาดใหม่ รวมถึงการกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในภูมิภาค

เวียดนามอ้างมีสวนทุเรียนส่งออกไปจีนเพิ่มขึ้น

สนข.VNexpress International รายงานเมื่อ 22 พ.ค.68 อ้างว่ามีสวนทุเรียนในเวียดนาม 829 แห่ง และโรงงานบรรจุภัณฑ์ 131 แห่ง ที่ จนท.ตม.จีนอนุมัติให้เป็นแหล่งจัดส่งทุเรียนเพื่อส่งขายในจีน ทำให้ปัจจุบันเวียดนามมีสวนทุเรียนที่เพาะปลูกเพื่อส่งออกไปจีนรวม 1,800 แห่ง ด้านกรมผลิตและอารักขาพืช สังกัดกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมเวียดนาม ประกาศย้ำให้ผู้ประกอบการในประเทศรักษาคุณภาพผลผลิตให้ตรงตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารของจีน ทั้งการตรวจสภาพหน้าดินและการใช้ปุ๋ยคุณภาพดี

เวียดนามขอให้เกาหลีใต้ร่วมพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเหนือ-ใต้

สนข.Vietnam Investment Review รายงานเมื่อ 22 พ.ค.68 ผลการหารือระหว่างนายเจ่น เฮือง มิญ รมว.ก่อสร้างเวียดนาม กับ นาย Choi Youngsam ออท.เกาหลีใต้ ณ กรุงฮานอย ออท.เกาหลีตอบรับข้อเสนอขอเวียดนามว่าเอกชนเกาหลีใต้สนใจจะร่วมลงทุน และพร้อมที่จะร่วมมือเพื่อพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเหนือ-ใต้ของเวียดนาม ทั้งในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการถ่ายโอนเทคโนโลยีการขนส่งทางราง รวมทั้งสนใจที่จะร่วมพัฒนาชุมชนเมืองอัจฉริยะ เฉพะอย่างยิ่งการยกระดับระบบขนส่งสาธารณะของเวียดนามให้ทันสมัย

เนปาลเพิ่มมาตรการรับมือการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มสนับสนุนระบอบกษัตริย์

เว็บไซต์ นสพ.The Kathmandu Post ของเนปาล รายงานเมื่อ 23 พ.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของนาย Prithvi Subba Gurung รมว.การสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศของเนปาลว่า รัฐบาลได้เพิ่มมาตรการ รปภ. การรวบรวมข่าวกรอง และการติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้สนับสนุนระบอบกษัตริย์และรัฐฮินดู เพื่อเตรียมรับมือกับการชุมนุมใหญ่ใน 29 พ.ค.68  นาย Prithvi ย้ำว่าการเคลื่อนไหวจะต้องเป็นไปภายใต้กรอบของกฎหมาย ทั้งนี้ กลุ่มดังกล่าวได้ก่อเหตุจลาจลในเมือง Tinkune เมื่อ 28 มี.ค.68 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บกว่า 100 ราย