สหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรนายก๊ก อาน สว.กัมพูชา

สำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างประเทศ (OFAC) กค.สหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 23 เม.ย.69 ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรนายก๊ก อาน สมาชิกวุฒิสภากัมพูชา เนื่องจากเกี่ยวข้องกับกลุ่มสแกมเมอร์ในกัมพูชา กับทั้งขึ้นบัญชีบุคคลและนิติบุคคลในเครือข่ายรวม 28 ราย โดยเครือข่ายมิจฉาชีพกลุ่มนี้ได้หลอกลวงเงินจากเหยื่อชาวอเมริกันแล้วหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้การคุ้มครองของนายก๊ก อาน และเครือข่ายสายสัมพันธ์ทางการเมือง  รายงานของ OFAC ยังระบุว่าเครือข่ายของนายก๊ก อาน และพรรคพวก นิยมใช้คาสิโนและอาคารสำนักงานที่ถูกดัดแปลง  เป็นฐานปฏิบัติการฉ้อโกงในการฟอกเงินที่ได้จากเหยื่อ รวมถึงใช้เป็นที่ตั้งหลอกลวงพลเมืองสหรัฐฯ และละเมิดสิทธิมนุษยชน

อินโดนีเซียมีแผนส่งออกปุ๋ยมาไทย

นาย Teddy Indra Wijaya เลขาธิการ ครม.อินโดนีเซีย แถลงเมื่อ 21 เม.ย.69 ว่า อินโดนีเซียมีแผนจะขยายการส่งออกปุ๋ยยูเรียมากขึ้น เพื่อเสริมสร้างบทบาทในห่วงโซ่อุปทานโลกท่ามกลางสภาวะชะงักงันของเส้นทางขนส่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอินโดนีเซียได้ส่งออกปุ๋ยยูเรีย 250,000 ตันไปออสเตรเลีย และมีแผนส่งออกปุ๋ยประมาณ 1 ล้านตัน ไปยังอินเดีย ฟิลิปปินส์ บราซิล และไทยด้วย  นอกจากนี้ เลขาธิการ ครม.เน้นย้ำด้วยว่า นโยบายส่งออกปุ๋ยของรัฐบาลมุ่งรักษาสมดุลของอุปทานในประเทศ ซึ่งปัจจุบันสามารถผลิตปุ๋ยยูเรียได้  7.8 ล้านตัน ในขณะที่ความต้องการภายในประเทศอยู่ที่ประมาณ 6.3 ล้านตัน

อินเดียอนุญาตบริษัทประกันภัยทางทะเลของรัสเซียให้บริการรับประกันเรือที่เทียบท่าในอินเดีย

เว็บไซต์ Money Control รายงานเมื่อ 21 เม.ย.69 ว่า กรมการขนส่งทางทะเล ภายใต้กระทรวงการขนส่งทางน้ำของอินเดีย อนุมัติบริษัทประกันภัยของรัสเซียเพิ่มเติมจาก 8 แห่งเป็น 11 แห่ง สำหรับให้บริการประกันภัยทางทะเลประเภท Protection & Indemnity Insurance (P&I) แก่เรือที่เทียบท่าในท่าเรือของอินเดีย เพื่อดูแลการค้าและรักษาความปลอดภัยในการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียในห้วงที่สถานการณ์ในภูมิภาค ตอ.กลางตึงเครียด โดยบริษัท Gazprom Insurance และบริษัท Rosgosstrakh Insurance จะขยายการให้บริการประกันภัยทางทะเลจนถึง ก.พ.70 ทั้งนี้ ประกันภัยประเภท P&I มีความสำคัญต่อการขนส่งน้ำมัน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการรั่วไหล อุบัติเหตุ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ การที่ International Group of P&I Clubs ซึ่งเป็นสมาคมประกันภัยระดับนานาชาติได้คว่ำบาตรไม่ให้บริการประกันภัยเรือจากรัสเซีย ทำให้อินเดียต้องเพิ่มการอนุมัติบริษัทประกันภัยของรัสเซีย เพื่อรองรับการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย

รมว.กต.มาเลเซียยืนยันต้องอาศัยความร่วมมือพหุภาคีในประเด็นเกี่ยวกับช่องแคบมะละกา

ดาตุ๊ก ซรี อูตามา ฮาจิ โมฮามัด บิน ฮาซัน รมว.กต.มาเลเซีย กล่าวปาฐกถาในการประชุม Better Nation (BN) ครั้งที่ 10 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อ 22 เม.ย.69 ว่า การดำเนินกิจกรรมในช่องแคบมะละกาต้องอาศัยความร่วมมือจากสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และไทย ซึ่งมาเลเซียไม่สามารถตัดสินใจได้เพียงฝ่ายเดียว เนื่องจากทั้งสี่ประเทศลงนามในข้อตกลงพหุภาคีการลาดตระเวนและการรักษาความปลอดภัยช่องแคบมะละการ่วมกัน และต้องยึดหลักการฉันทามติของอาเซียนเป็นหลัก โดยมาเลเซียจะยังเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับพื้นที่สันติภาพ เสรีภาพ และความเป็นกลาง (Zone of Peace, Freedom and Neutrality-ZOPFAN) รวมถึงให้ความสำคัญกับความเป็นแกนกลางของอาเซียน (ASEAN Centrality) ในการรับมือกับสถานการณ์ของโลกที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น พร้อมย้ำว่า การที่มาเลเซียมีเศรษฐกิจแบบเปิด ซึ่งพึ่งพาการค้าเป็นหลัก จึงต้องยึดมั่นในความเป็นกลาง เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

รองประธานาธิบดีเมียนมาให้การต้อนรับ รอง นรม.และ รมว.กต.ไทย

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 23 เม.ย.69 ว่า นายนโยซอ รองประธานาธิบดีเมียนมา ให้การต้อนรับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รอง นรม. และ รมว.กต.ไทย พร้อมคณะ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางการกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตควบคู่กับการส่งเสริมความร่วมมือในหลายมิติ อาทิ การขยายการลงทุนและการค้าตามแนวชายแดน การรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดน การปราบปรามการค้าผิดกฎหมาย การปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พลังงาน รวมถึงการยกระดับความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงินของทั้งสองประเทศ

Moody’s ปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของไทย

  Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานกรณี Moody’s สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของไทยจากเชิงลบเป็นมีเสถียรภาพ โดยอ้างถึงความเสี่ยงจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่ลดลง และแนวโน้มการลงทุนภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น และคงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยไว้ที่ระดับ Baa1 ซึ่งการปรับเพิ่มแนวโน้มดังกล่าวทำให้ไทยอยู่ในระดับ Investment Grade ที่มีเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ซึ่งอาจช่วยดึงดูดเงินทุนไหลเข้า และอาจช่วยลดแรงกดดันต่อรัฐบาลที่อยู่ระหว่างพิจารณาออก พ.ร.ก.กู้เงิน 500,000 ล้านบาท เพื่อหางบประมาณเพิ่มเติมในการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานโลก

กัมพูชา-จีน หารือยุทธศาสตร์ 2+2 เป็นครั้งแรก

แถลงการณ์ของ กต.กัมพูชา เมื่อ 21 เม.ย.69 ระบุว่า กัมพูชาเป็นเจ้าภาพจัดการหารือยุทธศาสตร์ 2+2 (2+2 Strategic Dialogue) ระหว่าง กต. และ กห. กัมพูชากับจีนเป็นครั้งแรก ที่ราชธานีพนมเปญ ใน 22 เม.ย.69 โดยนายปร๊ะ สุคน รมว.กต.กัมพูชา พล.อ.เตีย เซยฮา รมว.กห.กัมพูชา กับ นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน และ พล.ร.อ.ต่ง จุน รมว.กห.จีน จะเป็นประธานการหารือร่วมกัน การประชุมภายใต้กลไก 2+2 ดังกล่าวเป็นผลจากการเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เมื่อ เม.ย.68 โดยผู้นำทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะจัดตั้งกลไกการหารือ สื่อสาร ประสานงานระดับสูง เพื่อเพิ่มความไว้วางใจทางการเมือง ความมั่นคง และส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ทั้งยังเป็นพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นประเด็นภูมิภาค ระหว่างประเทศ และผลประโยชน์ร่วมของทั้งสองฝ่าย

ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกใต้เผชิญวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพจากความขัดแย้ง ตอ.กลาง

เว็บไซต์ สนข.Reuters รายงานเมื่อ 22 เม.ย.69 ว่า ประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคแปซิฟิกใต้เผชิญวิกฤตการณ์ขาดแคลนเชื้อเพลิงและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง จากความขัดแย้งใน ตอ.กลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเข้าถึงบริการสาธารณสุขพื้นฐานของประชาชน โดยปริมาณการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงใน เม.ย.69 ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับ มี.ค.69 ส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและค่าเดินทางสูงขึ้น จนประชาชนบางส่วนไม่สามารถเข้าถึงยารักษาโรคที่จำเป็นได้ ทั้งนี้ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคมีแนวโน้มชะลอตัวลงในปี 2569

จีนกังวลกรณีญี่ปุ่นแก้ไขกฎหมายอนุญาตให้ส่งออกยุทโธปกรณ์ไปยังต่างประเทศ

สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 21 เม.ย.69 อ้างโฆษก กต.จีน ตอบคำถามผู้สื่อข่าวแสดงความกังวลกรณีญี่ปุ่นแก้ไขกฎหมายอนุญาตให้ส่งออกยุทโธปกรณ์ไปยังต่างประเทศได้ว่า ญี่ปุ่นเคยก่ออาชญากรรมร้ายแรงต่อจีนและประเทศเพื่อนบ้านในห้วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงควรถูกปลดอาวุธอย่างสมบูรณ์ และไม่ควรได้รับอนุญาตให้สามารถพัฒนาอุตสาหกรรมด้านการป้องกันประเทศหรือส่งออกยุทโธปกรณ์ได้ ทั้งนี้ จีนกังวลว่า ญี่ปุ่นอาจละทิ้งแนวทางส่งเสริมสันติภาพ และกลับไปเป็นเครื่องจักรสงคราม รวมถึงอาจฟื้นฟูหลักนิยมทางทหารแบบเก่า ซึ่งจีนและประชาคมระหว่างประเทศจะติดตาม เฝ้าระวัง และต่อต้านความพยายามฟื้นฟูลัทธิทหารของญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด

เมียนมาเผชิญแรงกดดันด้านความมั่นคงทางอาหารจากราคาปุ๋ยและเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น

  สนข. The Irrawaddy รายงานเมื่อ 20 เม.ย.69 อ้างรายงานของโครงการอาหารโลก (World Food Programme (WFP) ว่า เมียนมาเผชิญแรงกดดันด้านความมั่นคงทางอาหารจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาปุ๋ยและเชื้อเพลิง   ส่งผลให้ราคาข้าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นซ้ำเติมวิกฤตความมั่นคงทางอาหารที่อยู่ในระดับรุนแรง ปัจจุบัน เกษตรกรจำนวนมากจำเป็นต้องลดการใช้ปุ๋ย   จึงอาจทำให้ผลผลิตข้าวลดลงร้อยละ 10–15  อย่างไรก็ดี ภาครัฐจะพยายามควบคุมราคาในบางพื้นที่ แต่ในความเป็นจริงราคาปุ๋ยในตลาดได้สูงถึง 150,000 จั๊ตต่อกระสอบ (ประมาณ 2,291 บาท)   ประกอบกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจนทำให้ต้นทุนเพาะปลูกเกิน 1 ล้านจั๊ตต่อเอเคอร์ (ประมาณ 15,276 บาท) ทำให้เกษตรกรบางส่วนลดการผลิต ส่งผลต่อราคาข้าวในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะแรงงานรายวัน