เมียนมาเร่งผลักดันโครงการเชื่อมโยงการค้าและคมนาคมกับประเทศเพื่อนบ้าน

สนข. The Irrawaddy รายงานเมื่อ 13 มิ.ย.69 ว่า นายมินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ให้คำมั่นจะดำเนินการก่อสร้างโครงการทางหลวงไตรภาคีอินเดีย–เมียนมา–ไทย (IMT Trilateral Highway) โครงการ Kaladan Multi-Modal Transit Transport Project (KMTTP) และผลักดันโครงการระเบียงเศรษฐกิจจีน–เมียนมา (CMEC) ให้มีความคืบหน้าและแล้วเสร็จภายในวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี อย่างไรก็ตาม ทั้งสามโครงการยังเผชิญข้อจำกัดด้านความมั่นคง เนื่องจากหลายพื้นที่ตามแนวเส้นทางยังอยู่ภายใต้การควบคุมหรือเป็นพื้นที่ปฏิบัติการของกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ ส่งผลให้การก่อสร้าง การเชื่อมโยงเส้นทางการค้า และการดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานยังไม่สามารถเดินหน้าได้ตามแผน

มาเลเซียตรวจสอบข่าวชาวอิสราเอลตั้ง Network School ให้พื้นที่ Forest City

นายออน ฮาฟิซ มุขมนตรีรัฐยะโฮร์ มาเลเซีย ยืนยันเมื่อ 14 ก.ค.69 ว่า รัฐบาลท้องถิ่นรัฐยะโฮร์ไม่อนุญาตให้องค์กรใด ๆ ใช้รัฐยะโฮร์เป็นพื้นที่เผยแพร่แนวคิดและอุดมการณ์ที่ขัดต่อกฎหมาย อธิปไตย และผลประโยชน์แห่งรัฐยะโฮร์และมาเลเซีย หลังมีข่าวว่า ชาวอิสราเอลจำนวนหนึ่งใช้หนังสือเดินทางของอีกประเทศหนึ่ง เดินทางเข้ามาเลเซีย และจัดตั้ง Network School หรือพื้นที่ทำงานร่วมกัน  สำหรับกลุ่มคนทำงานทางไกล  และผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี ภายในโครงการ Forest City โดยเบื้องต้น รัฐบาลรัฐยะโฮร์ประสานไปยังกระทรวงความมั่นคงภายใน สนง.ตรวจคนเข้าเมือง สนง.ตำรวจแห่งชาติ และกรมศุลกากร ให้เร่งตรวจสอบและระบุสัญชาติของผู้ที่เกี่ยวโยงกับ Network School ดังกล่าว

เรือบรรทุกน้ำมันดิบที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่น เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ

เรือบรรทุกน้ำมันดิบที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นทั้งหมด ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาค ตอ.กลาง เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและออกจากอ่าวเปอร์เซียได้สำเร็จ อย่างไรก็ดี มีเรือที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นอีก 4 ลำที่ยังติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย นอกจากนี้ รมว.กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น มีถ้อยแถลง เมื่อ 14 ก.ค.69 ว่า ญี่ปุ่นให้ความสำคัญสูงสุดกับการฟื้นฟูเสรีภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และอยู่ระหว่างติดตามความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

มาเลเซียสมัครเป็นสมาชิกไม่ถาวรของ UNSC วาระปี 2579-2580

ดาตุ๊ก ลูกานิสมัน อาวัง เซานี รมช.กต.มาเลเซีย ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 13 ก.ค.69 ว่า มาเลเซียยื่นใบสมัครอย่างเป็นทางการเพื่อกลับเข้าร่วมเป็นสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) วาระปี 2579-2580 โดยจุดยืนสำคัญ ได้แก่ 1) จำกัดการใช้สิทธิยับยั้ง (VETO) หากไม่สามารถยกเลิกสิทธิยับยั้งได้อย่างสมบูรณ์ และต้องไม่อนุญาตให้ใช้สิทธิดังกล่าวในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศที่เป็นความผิดร้ายแรง เช่น อาชญากรรมสงคราม การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์   2) สนับสนุนการขยายจำนวนสมาชิกถาวรและไม่ถาวรเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของทุกประเทศ 3) เห็นชอบมติสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่ 76/262 เมื่อปี 2565 ให้สมัชชาใหญ่ต้องเรียกประชุมโดยทันทีภายใน 10 วันทำการ หากสมาชิกถาวรของ UNSC ใช้สิทธิ VETO

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น

สนข. Reuters รายงานเมื่อ 13 ก.ค.69 ว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องถึงร้อยละ 3 โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ตลาดลอนดอนอยู่ที่ 78.35 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ที่ตลาดนิวยอร์กอยู่ที่ 73.62 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังการยกระดับการโจมตีครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยอิหร่านขยายการโจมตีไปยังกาตาร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ  ยืนยันว่าช่องแคบดังกล่าวเปิดให้เรือพาณิชย์สัญจรได้ แต่จำนวนเรือที่ผ่านช่องแคบลดลงเหลือเพียง 6 ลำ ซึ่งต่ำสุดตั้งแต่ มิ.ย.69 ทั้งนี้ ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า แม้ปริมาณน้ำมันโลกในห้วง มิ.ย.69 เพิ่มขึ้น 4.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายหลังการบรรลุข้อตกลงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่ยังต่ำกว่าระดับก่อนเกิดความขัดแย้ง ร

จีนเน้นย้ำสิทธิในทะเลจีนใต้

dต.จีน ออกแถลงการณ์เมื่อ 12 ก.ค.69 ยืนยันสิทธิในทะเลจีนใต้ และชี้แจงกรณี สหรัฐฯ ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย แคนาดา เอสโตเนีย เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น ลัตเวีย ลิทัวเนีย นิวซีแลนด์ โรมาเนีย สโลวีเนีย และสหราชอาณาจักรออก จัดทำแถลงการณ์ร่วมเพื่อรำลึกครบรอบ 10 ปีของคำตัดสินศาลอนุญาโตตุลาการว่าด้วยทะเลจีนใต้ วิจารณ์โจมตีจีน โดยจีนเน้นย้ำว่า 1) จีนมีอำนาจอธิปไตยเหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ รวมถึงหมู่เกาะตงซา หมู่เกาะซีซา หมู่เกาะจงซา และหมู่เกาะหนานซา อีกทั้งจีนครอบครองน่านน้ำภายในหมู่เกาะ น่านน้ำอาณาเขต เขตต่อเนื่อง เขตเศรษฐกิจจำเพาะ และไหล่ทวีปเหนือหมู่เกาะต่าง ๆ 2) ทะเลจีนใต้เป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัยที่สุดในโลก และทุกฝ่ายมีเสรีภาพในการเดินเรือและการบินผ่านพื้นที่ดังกล่าว 3) ปัญหาอาณาเขตทางบกไม่อยู่ในขอบเขตของ UNCLOS และข้อพิพาทเขตแดนทางทะเลถูกยกเว้นจากกระบวนการของ UNCLOS ตามประกาศของจีนเมื่อปี 2549  4) จีนไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการว่าด้วยทะเลจีนใต้  5) คำวินิจฉัยดังกล่าวไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง

อิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในภูมิภาค และประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ

กกล.พิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และกองทัพอิหร่าน ออกแถลงการณ์เมื่อ 12 ก.ค.69 ว่า ได้ปฏิบัติการยิงขีปนาวุธและโดรนเข้าไปโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้แก่ ฐานทัพอากาศ Prince Hassan ในจอร์แดน ฐานทัพอากาศ Al Udeid ในกาตาร์ ศูนย์ส่งกำลังบำรุงและเติมเชื้อเพลิงเรือที่ท่าเรือ Duqm ในโอมาน รวมถึงฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวตและบาห์เรน เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ต่อพื้นที่ทางใต้ของอิหร่านครั้งล่าสุด พร้อมทั้งระบุว่า หากสหรัฐฯ ยังคงปฏิบัติการทางทหารอีก อิหร่านจะตอบโต้อย่างรุนแรงยิ่งขึ้น ขณะที่เมื่อ 11 ก.ค.69 ทร.ของ IRGC ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม โดยระบุว่าช่องแคบดังกล่าวจะถูกปิดจนกว่าสหรัฐฯ จะยุติการแทรกแซงในภูมิภาค

เวียดนามเปิดสถานกงสุลใหญ่แห่งแรกใน จ.ภูเก็ต

เว็บไซต์ นสพ.Vietnam News รายงานเมื่อ 9 ก.ค.69 ว่า เมื่อวันเดียวกัน นายฟาม เวียด ฮุง (Phạm Việt Hùng) ออท.เวียดนาม ณ กรุงเทพฯ เข้าร่วมพิธีเปิด สกญ.เวียดนามแห่งแรกใน จ.ภูเก็ต ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมในยาง บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา อ.ถลาง สกญ.แห่งนี้มีขอบเขตอำนาจรับผิดชอบ 8 จังหวัดทางภาคใต้ของไทย ได้แก่ ภูเก็ต พังงา กระบี่ สตูล ระนอง สงขลา และสุราษฎร์ธานี โดยมีนายธเนศ ตันติพิริยะกิจ เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ ทั้งนี้ การจัดตั้ง สกญ.ดังกล่าวนับเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตทวิภาคีระหว่างเวียดนามกับไทย และสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของทั้งสองประเทศที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจพื้นที่ทะเลอันดามัน และอำนวยความสะดวกให้แก่ชุมชนชาวเวียดนามในพื้นที่ตอนใต้ของไทย

เศรษฐกิจเวียดนามจะเติบโตร้อยละ 7.2 ในปี 2569

สนข.VGP ของทางการเวียดนาม รายงานเมื่อ 9 ก.ค.69 อ้างการประเมินของธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามในปี 2569 จะอยู่ที่ร้อยละ 7.2 หรือมากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ซึ่งจะเติบโตเฉลี่ยที่ร้อยละ 4.9 แต่เศรษฐกิจเวียดนามในปี 2570 จะหดตัวเหลือร้อยละ 7 จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์รอบใหม่ ความผันผวนของตลาดพลังงานเรื้อรัง เงื่อนไขทางการเงินที่ซับซ้อนขึ้น การปรับราคาหุ้นที่เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความซบเซาของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจีน

ไทยและอินโดนีเซียเน้นคุณภาพนักท่องเที่ยวมากกว่าปริมาณ

The Diplomat ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของภาคการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. โดยไทยซึ่งเป็นปลายทางที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มากที่สุดมาโดยตลอด แต่ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวลดลง ขณะที่ประเทศคู่แข่งเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเวียดนาม อย่างไรก็ตาม แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม ซึ่งรวมถึงไทยและอินโดนีเซียกำลังเผชิญกับผลกระทบด้านลบ เช่น การเสื่อมโทรมของทรัพยากร ปัญหาอาชญากรรม การจราจร และมลพิษ จึงเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณนักท่องเที่ยว สะท้อนว่าตลาดท่องเที่ยวขนาดใหญ่มีความรอบคอบมากขึ้นในการดึงดูดนักท่องเที่ยว แม้ยังคงต้องการรายได้จากต่างประเทศ แต่ต้องการลดปัญหาที่มาพร้อมกับการท่องเที่ยวเช่นกัน