EU เห็นชอบมาตรการคว่ำบาตรผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลในเวสต์แบงก์

เว็บไซต์ Eureporter รายงานเมื่อ 14 พ.ค.69 อ้างถ้อยแถลงของนางกายา กัลลัส ผู้แทนระดับสูงด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคงของสหภาพยุโรป (EU) ระบุว่า รมว.กต. EU เห็นชอบให้ใช้มาตรการคว่ำบาตรผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรงต่อชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ รวมถึงอนุมัติมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อแกนนำกลุ่มฮะมาส ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวทางการทูตยังให้ข้อมูลว่า รัฐบาลฮังการีชุดใหม่ภายใต้การนำของนายปีเตอร์ มาจาร์ ซึ่งมีจุดยืนสนับสนุน EU มากขึ้น ช่วยให้สามารถบรรลุฉันทามติในประเด็นดังกล่าวได้ หลังรัฐบาลฮังการีของอดีต นรม.วิกเตอร์ ออร์บาน เคยคัดค้านมาตรการต่ออิสราเอลมาโดยตลอด

มาเลเซียตรวจพบเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านลักลอบขนถ่ายน้ำมันจากเรือสู่เรือในทะเลจีนใต้

 มีรายงานเมื่อ 14 พ.ค.69 ว่า หน่วยบังคับใช้กฎหมายทางทะเลมาเลเซีย (MMEA) มาเลเซีย ตรวจพบเรือบรรทุกน้ำมันที่เชื่อมโยงกับอิหร่านใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายลักลอบขนถ่ายน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ จากเรือสู่เรือ ห่างจากชายฝั่งรัฐยะโฮร์ประมาณ 70 กม. ในเขตท่าเรือนอกชายฝั่ง ตอ. (Eastern Outer Port Limit-EOPL) ในทะเลจีนใต้  ก่อนหน้านี้ กลุ่ม United Against Nuclear Iran (UANI) ของสหรัฐฯ เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมพบเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านลักลอบขนถ่ายน้ำมันจากเรือสู่เรือกว่า 42 ครั้งในพื้นที่ EOPL นับตั้งแต่ที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน เมื่อ 28 ก.พ.69 พร้อมตำหนิว่า การที่มาเลเซียไม่ดำเนินการใด ๆ ต่อกิจกรรมผิดกฎหมายนี้ ถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับอิหร่าน จีน และกลุ่มเรือขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย อย่างไรก็ดี ผอ.MMEA ยืนยันว่า มาเลเซียไม่สนับสนุนการถ่ายโอนน้ำมันจากเรือสู่เรือที่ดำเนินการนอกเขตที่ได้รับอนุญาต เพราะมีความเสี่ยงสูงที่อาจเกิดการรั่วไหลของน้ำมันในน่านน้ำห่างไกล

ไต้หวันคัดค้านท่าทีของประธานาธิบดีจีนในประเด็นสถานะของไต้หวัน

นายเซียว กวง เว่ย (Hsiao Kuang-Wei) โฆษก กต.ไต้หวัน แสดงท่าทีคัดค้านกรณีประธานาธิบดีจีน กล่าวถึงสถานะของไต้หวันว่า เป็นส่วนหนึ่งของจีน ระหว่างการพบหารือกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อ 14 พ.ค.69 ว่า จีนไม่มีความชอบธรรมในการอ้างสิทธิเหนือไต้หวัน ทั้งย้ำว่า หากพิจารณาจากกิจกรรมทางทะเลของจีนห้วงที่ผ่านมา ประเมินว่า จีนเป็นภัยคุกคามเดียวที่ส่งผลต่อสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค โดยไต้หวันจะร่วมมือกับสหรัฐฯ และประเทศที่ให้ความสำคัญกับเสรีภาพและประชาธิปไตยสร้างกรอบความร่วมมือที่มั่นคงในภูมิภาคต่อไป

สหรัฐฯ กำลังเจรจากับเดนมาร์กเพื่อตั้ง 3 ฐานทัพใหม่ในกรีนแลนด์

สนข. BBC รายงานเมื่อ 12 พ.ค.69 ว่า  กห.สหรัฐฯ พยายามเจรจากับทางการเดนมาร์กเพื่อจัดตั้งฐานทัพใหม่ 3 แห่งทางตอนใต้ของดินแดนกรีนแลนด์ โดยมุ่งหวังประโยชน์ด้านการสอดแนม และติดตามความเคลื่อนไหวทางทะเลของจีนและรัสเซีย ในน่านน้ำระหว่างกรีนแลนด์ ไอซ์แลนด์ และสหราชอาณาจักร หรือช่อง GIUK ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าหนึ่งในสามฐานทัพที่จะจัดตั้งใหม่ จะอยู่ที่เมืองนาร์ซาร์ซูอัค ซึ่งสหรัฐฯ เคยใช้เป็นฐานทัพในอดีตและมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานทางการทหาร อนึ่ง สหรัฐฯ โดยกองบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศอเมริกาเหนือ (NORAD) เคยตั้งฐานทัพถึง 17 ฐาน ในห้วงสงครามเย็น เพื่อเฝ้าระวังภัยทางอากาศและการปล่อยขีปนาวุธจากสหภาพโซเวียต

อิตาลีเตรียมออกกฎหมายรื้อฟื้นโครงการพลังงานนิวเคลียร์

 ถ้อยแถลงของนางจอร์เจีย เมโลนี นรม.ของอิตาลี เมื่อ 13 พ.ค.69 ระบุว่า รัฐบาลจะออกกรอบกฎหมายภายใน มิ.ย.-ส.ค.69 เพื่อฟื้นฟูการผลิตพลังงานนิวเคลียร์อีกครั้ง หลังยุติการใช้พลังงานนิวเคลียร์มาตั้งแต่ปี 2529 จากผลประชามติภายหลังเกิดเหตุภัยพิบัติเชอร์โนบิล โดยรัฐบาลมีแผนนำเทคโนโลยีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กรุ่นใหม่จากภาคเอกชนกลับมาใช้ (Small Modular Reactors-SMRs) เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน ลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ และลดต้นทุนพลังงาน ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน   ด้านพรรคฝ่ายค้าน บางฝ่ายสนับสนุนแนวทางเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน ขณะที่บางฝ่ายกังวลเรื่องต้นทุน พลังงานหมุนเวียน และปริมาณกากนิวเคลียร์ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำนโยบายพลังงานและอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมมากขึ้น

ญี่ปุ่นยืนยันมีพลังงานเพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ

 ถ้อยแถลงของนายโคบายาชิ เค็น ประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (Japan Chamber of Commerce and Industry) เมื่อ 13 พ.ค.69  ยืนยันว่าญี่ปุ่นมีพลังงานเพียงพอ เนื่องจากรัฐบาลดำเนินมาตรการต่าง ๆ เช่น นำน้ำมันจากคลังสำรองน้ำมันออกมาใช้ และแสวงหาแหล่งพลังงานทางเลือกอื่น ทั้งนี้ ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นในห้วงที่ภาคธุรกิจและภาคประชาชนห่วงกังวลมากขึ้นว่าญี่ปุ่นจะมีแนฟทา (Naphtha) ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ เนื่องจากสถานการณ์ในภูมิภาค ตอ.กลางยืดเยื้อ

กห.สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงการจัดหายุทโธปกรณ์กับบริษัทค้าอาวุธ

เว็บไซต์ กห.สหรัฐฯ รายงานเมื่อ 13 พ.ค.69 ว่า ได้บรรลุข้อตกลงการจัดหายุทโธปกรณ์กับบริษัท Anduril บริษัท CoAspire บริษัท Leidos และบริษัท Zone 5  ที่จะเริ่มพัฒนาและผลิตขีปนาวุธราคาต่ำบรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ (Low-Cost Containerized Missles – LCCM) ในจำนวนมากกว่า 10,000 ชุดภายในปี 2572  รวมทั้งข้อตกลงกับบริษัท Castelion ที่จะจัดส่งระบบขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง “Blackbeard” จำนวน 500 ลูกให้กับกองทัพในระยะเวลา 2 ปี หากสามารถทำการทดสอบระบบอาวุธดังกล่าวได้สำเร็จ และพยายามขออนุมัติเพิ่มการจัดซื้อระบบอาวุธดังกล่าวเป็น 12,000 ลูก ในอีก 5 ปีข้างหน้า

รัสเซียผ่านร่างกฎหมายให้กองทัพปฏิบัติการนอกประเทศเพื่อปกป้องพลเรือน

สนข. Tass รายงานเมื่อ 13 พ.ค.69 ว่า สภาผู้แทนราษฎรรัสเซีย (สภาดูมา) มีมติเอกฉันท์อนุมัติร่างกฎหมายให้ประธานาธิบดีรัสเซียมีอำนาจสั่งการกองทัพรัสเซียในการปฏิบัติการทางทหารนอกประเทศเพื่อปกป้องพลเรือนรัสเซียในต่างประเทศ อาทิ กรณีถูกจับกุมหรือควบคุมตัว และถูกดำเนินคดีทางอาญาหรือภายใต้กฎหมายอื่นในศาลต่างประเทศ รวมถึงให้อำนาจสั่งการหน่วยงานของรัฐตามดุลยพินิจในการดำเนินมาตรการเพื่อปกป้องพลเรือนในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน โดยร่างกฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ภายใน 10 วันหลังประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ลงนาม

คิวบาขาดแคลนน้ำมันดีเซลและน้ำมันเชื้อเพลิง

เว็บไซต์ นสพ. The Guardian และ El País รายงานเมื่อ 14 พ.ค.69 อ้างนายบีเซนเต เด ลา โอ เลบี รมว.กระทรวงพลังงานและเหมืองแร่คิวบา ยอมรับว่า คิวบาขาดแคลนน้ำมันดีเซลและน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างสิ้นเชิง หลังใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าจากต่างประเทศล็อตสุดท้ายหมดแล้ว ส่วนระบบโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศอยู่ในภาวะวิกฤต เนื่องจากขาดพลังงานผลิตกระแสไฟฟ้า ส่งผลให้หลายพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงกรุงฮาวานา ไม่มีไฟฟ้าใช้เป็นเวลานาน 20- 22 ชม. ต่อวัน และสถานการณ์มีแนวโน้มทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม คิวบาจะยังพยายามเจรจากับประเทศที่สามารถส่งออกเชื้อเพลิงให้คิวบาได้ แม้สหรัฐฯ ยังคงใช้มาตรการปิดล้อมและคว่ำบาตรด้านพลังงานต่อคิวบา

ประธานาธิบดีรัสเซียเตรียมเยือนจีนอย่างเป็นทางการ

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เตรียมเยือนจีน  ซึ่งยังไม่ได้กำหนดเวลาที่ชัดเจน ส่วนการเจรจายุติความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน รัสเซียยังยืนยันจุดยืนเดิมว่าพร้อมยุติสงคราม และยอมรับกรอบการเจรจา 3 ฝ่ายที่สหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ย ปัจจุบันกระบวนการสันติภาพคืบหน้าอย่างมาก นอกจากนี้ ประธานาธิบดีปูติน พร้อมพบหารือประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ที่กรุงมอสโก