จีนให้การรับรอง รมว.กต.อิหร่าน เยือนกรุงปักกิ่ง

นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน ให้การรับรองการเยือนกรุงปักกิ่งของนายอับบาส อะราคชี รมว.กต.อิหร่าน ใน  6 พ.ค.69 ซึ่งเป็นการเยือนจีนครั้งแรกนับแต่เกิดสงครามโจมตีอิหร่านเมื่อ ก.พ.69 และก่อนการเยือนจีนของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใน 14 พ.ค.69  สื่อจีนรายงานว่า จีนเป็นฝ่ายริเริ่มการเชิญเยือน และหลายฝ่ายคาดว่าจะหารือกันในประเด็นความมั่นคงในภูมิภาค ตอ.กลาง และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนที่ผู้นำจีนจะพบกับผู้นำสหรัฐฯ หลังจากนี้ ขณะที่ ฝ่ายอิหร่านให้ข้อมูลว่า ตั้งแต่เกิดสงครามโจมตีอิหร่าน รมว.กต.จีน-รมว.กต.อิหร่าน ได้โทรศัพท์หารือกันอย่างน้อย 3 ครั้ง

นรม.อินเดียเยือนยุโรป 4 ประเทศ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

  นายนเรนทรา โมดิ นรม.อินเดียจะเยือนเนเธอร์แลนด์ สวีเดน นอร์เวย์ อิตาลี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระหว่าง 15 – 20 พ.ค.69 โดยจะมุ่งเน้นความร่วมมือด้านการค้าและความมั่นคง ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และ ตอ.กลาง รวมถึงการรับมือกับการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานและการค้า ทั้งนี้ จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอินเดีย – นอร์ดิก ครั้งที่ 3 ที่นอร์เวย์  การเยือนเนเธอร์แลนด์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือ อาทิ การค้า น้ำ สุขภาพ พลังงานสะอาด ความมั่นคง และอาจมีความคืบหน้าเกี่ยวกับความร่วมมือด้านเซมิคอนดักเตอร์   การเยือนสวีเดนเป็นโอกาสในการทบทวนความร่วมมือในด้านสำคัญ เช่น การค้า นวัตกรรม และเทคโนโลยี การเยือนอิตาลีจะมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างความร่วมมือในด้านการค้า ความมั่นคง ไปจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน  การเยือนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นโอกาสทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างกัน เฉพาะอย่างยิ่ง การเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและหารือเกี่ยวกับการประชุมสุดยอดกลุ่ม BRICS ที่อินเดียจะเป็นเจ้าภาพในห้วง ก.ย.69

การประชุมสุดยอดประชาคมการเมืองยุโรปเน้นย้ำเอกภาพ และการรับมือความท้าทาย

การประชุมสุดยอดประชาคมการเมืองยุโรป (European Political Community-EPC) ครั้งที่ 8 เมื่อ 4 พ.ค.69 ที่กรุงเยเรวาน อาร์มีเนีย ซึ่งมีนาย António Costa ประธานคณะมนตรียุโรป และนาย Nikol Pashinyan นรม.อาร์มีเนีย เป็นประธานร่วม มีผู้นำยุโรปกว่า 40 ประเทศเข้าร่วม อาทิ ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร อิตาลี โปแลนด์ สเปน ยูเครน และสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงแคนาดา ในฐานะผู้แทนจากนอกภูมิภาคยุโรป โดยที่ประชุมเน้นย้ำการเสริมเอกภาพและเสถียรภาพของยุโรป ท่ามกลางความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์ เฉพาะอย่างยิ่งสงครามยูเครนและความขัดแย้งตะวันออกกลาง พร้อมผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคงแบบรอบด้าน การเสริมความยืดหยุ่นของระบอบประชาธิปไตย ตลอดจนความมั่นคงพลังงานและการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานระหว่างประเทศ

ไทยอยู่ระหว่างพิจารณาให้นักท่องเที่ยวต่างชาติทำประกันการเดินทางแบบบังคับ

Channel News Asia ของสิงคโปร์ เผยแพร่บทความกรณีไทยอยู่ระหว่างพิจารณาให้นักท่องเที่ยวต่างชาติทำประกันการเดินทางแบบบังคับ เพื่อลดภาระต่อระบบสาธารณสุข ด้านผู้เชี่ยวชาญแสดงความเห็นว่า แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการปรับนโยบายด้านการท่องเที่ยวของไทย โดยถ่ายโอนภาระทางการเงินบางส่วนจากรัฐไปยังนักท่องเที่ยว ซึ่งหลายประเทศมีมาตรการในลักษณะเดียวกัน ขณะที่ความท้าทายสำคัญคือการบังคับใช้นโยบายโดยไม่กระทบต่อกระบวนการเข้าประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวในห้วงที่ภูมิภาคมีการแข่งขันสูง

ผบ.ทสส.เมียนมา หารือกับ ผบ.ทร.อินเดีย เกี่ยวกับการกระชับความร่วมด้านการทหาร

พล.อ.เยวินอู ผบ.ทสส.เมียนมา ให้การต้อนรับ พล.ร.อ.Dinesh Kumar Tripathi ผบ.ทร.อินเดีย เมื่อ 4 พ.ค.69 และได้หารือร่วมกันในหลายประเด็น ได้แก่ การเสริมสร้างความสัมพันธ์และกระชับความร่วมมือด้านการทหาร การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับผู้นำทั้งฝ่ายรัฐและฝ่ายทหาร การฝึกร่วมทางเรือเพื่อยกระดับขีดความสามารถการปฏิบัติการของกำลังพล ความร่วมมือด้านความมั่นคงชายแดนเพื่อปราบปรามกลุ่มก่อการร้าย การแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมและกีฬาระหว่างกองทัพ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรผ่านการฝึกอบรม การส่งเสริมการค้าทางทะเล ตลอดจนมุมมองต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งของเมียนมา

ญี่ปุ่น-ออสเตรเลีย ส่งเสริมความร่วมมือด้านแร่สำคัญและความมั่นคงทางพลังงาน

นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น พบหารือกับนายแอนโทนี อัลบาเนซี นรม.ออสเตรเลีย เมื่อ 4 พ.ค.69  ที่กรุงแคนเบอร์รา ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ลงนามถ้อยแถลงร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และออกแถลงการณ์ร่วม  2 ฉบับ เกี่ยวกับความร่วมมือด้านแร่ที่มีความสำคัญ และความมั่นคงด้านพลังงาน  ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องเสริมสร้างความร่วมมือด้านการทหารให้แน่นแฟ้นขึ้น รวมถึงเห็นพ้องการเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ด้านไซเบอร์ญี่ปุ่น-ออสเตรเลีย (Japan-Australia Strategic Cyber Partnership)

UNSC เตรียมพิจารณาร่างข้อมติที่เสนอโดยสหรัฐฯ และประเทศรอบอ่าวอาหรับ เพื่อประณามอิหร่าน

  สนข. Reuters รายงานเมื่อ 4 พ.ค.69 ว่า สหรัฐฯ ร่วมกับ บาห์เรน คูเวต กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย กำลังร่างข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ฉบับใหม่ เพื่อประณามอิหร่านที่ปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ และให้อิหร่านยุติการโจมตีเรือสินค้าและการพยายามเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมทั้งจะเรียกร้องให้อิหร่านหยุดวางทุ่นระเบิดในทะเลและเปิดเผยตำแหน่งของทุ่นระเบิด ทั้งนี้ นาย Mike Waltz ผู้แทนถาวรสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติระบุว่า การเจรจาเกี่ยวกับร่างข้อมติดังกล่าวจะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ หลังจากที่รัสเซียและจีนซึ่งเป็นสมาชิกถาวร UNSC ใช้สิทธิ์ยับยั้ง (Veto) ร่างข้อมติ UNSC ที่เสนอโดยบาห์เรน เมื่อ เม.ย.69 โดยคาดหวังว่าร่างข้อมติฉบับใหม่จะเป็นแรงผลักดันให้เกิดความพยายามระหว่างประเทศในการฟื้นฟูเสรีภาพในการเดินเรือ

ฟิลิปปินส์เข้มงวดการ รปภ.ในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียน

ถ้อยแถลงของ พล.ต.ท. Jose Melencio Nartatez Jr. ผบ.ตร.ฟิลิปปินส์ ว่า ได้ประจำการ จนท. กว่า 7,300 นาย จากหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานรับมือเหตุฉุกเฉินของรัฐ เพื่อรักษาความปลอดภัยแก่ผู้นำประเทศในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 48 ระหว่าง 7-8 พ.ค.69  ที่เมืองเซบู โดยการวางกำลังจะครอบคลุมการ รปภ.ในพื้นที่ การคุ้มครองขบวนยานพาหนะ การเฝ้าระวังชายฝั่งและน่านฟ้า การจราจร การตอบสนองทางการแพทย์ฉุกเฉิน รวมถึงการจัดการต่อเหตุการณ์อย่างรวดเร็ว

OPEC+ เห็นชอบในหลักการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบสำหรับห้วง มิ.ย.69

ที่ประชุมสมาชิก OPEC+ 7 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน เมื่อ 3 พ.ค.69 เห็นชอบในหลักการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบ 188,000 บาร์เรลต่อวันในห้วง มิ.ย.69 แม้จะยังไม่ผลิตได้จริง เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของสมาชิก OPEC+ ได้รับความเสียหายจากการถูกโจมตีจากอิหร่าน และการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้น แต่เพื่อแสดงให้เห็นว่า OPEC+ พร้อมดำเนินการผลิตน้ำมันดิบ หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยุติลง และเป็นการส่งสัญญาณว่าการถอนตัวของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อ 1 พ.ค.69 ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ OPEC+

สหรัฐฯ อนุมัติการขายอาวุธให้กับประเทศในตะวันออกกลาง

กต.สหรัฐฯ อนุมัติการขายระบบอาวุธ และยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ให้แก่บางประเทศต่าง ๆ ในตะวันออกกลาง มูลค่ารวม 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมระบบอาวุธสำคัญ ดังนี้ (1) ระบบจรวดนำวิธีที่พัฒนาจากจรวด Hydra 70 หรือ Advanced Precision Kill Weapon System (APKWS)