เครือข่ายค้ามนุษย์ชาวอินโดนีเซียใช้ไทยและสิงคโปร์เป็นทางผ่านลักลอบเข้ามาเลเซีย

นสพ.New Straits Times รายงานเมื่อ 26 เม.ย.69 อ้างแถลงการณ์ของ สตม.มาเลเซีย ยืนยันการปราบปรามเครือข่ายค้ามนุษย์แรงงานชาวอินโดนีเซียที่ใช้ไทยและสิงคโปร์เป็นทางผ่านเพื่อลักลอบเข้ามาเลเซีย จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า เครือข่ายดังกล่าวปรับเปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนไหวจากเดิมที่เดินทางทางทะเล เป็นวิธีการที่ซับซ้อนมากขึ้นผ่านเส้นทางทางอากาศและทางบก หลีกเลี่ยงการบินตรงมายังมาเลเซีย โดยแบ่งเป็น 2 เส้นทาง ได้แก่ 1) เส้นทางอินโดนีเซีย-สิงคโปร์ แล้วลักลอบเข้ามาเลเซียที่รัฐยะโฮร์ และ 2) เส้นทางอินโดนีเซีย-ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ จ.สงขลา แล้วพักคอยในฝั่งไทย ก่อนลักลอบเข้ามาเลเซียที่รัฐกลันตันบริเวณหมู่บ้านบูกิต บังกา อ.ตาเนาะห์แมเราะห์ ตรงข้าม อ.แว้ง จ.นราธิวาส จากนั้นเดินทางด้วยรถโดยสารด่วนข้ามคืนเข้ากรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยเรียกเงินค่านายหน้าจากแรงงานข้ามชาติ 3,500-4,000 ริงกิต/คน (ประมาณ 28,600-32,700 บาท)

ไต้หวันยืนยันมอริเชียสอนุมัติให้เครื่องบินของผู้นำไต้หวันผ่านน่านฟ้าได้

โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน แถลงเมื่อ 26 เม.ย.69 เครื่องบินของประธานาธิบดีไต้หวันได้ดำเนินการขออนุญาตและได้รับอนุมัติให้บินผ่านน่านฟ้ามอริเชียสและประเทศอื่น ๆ เสร็จสิ้นตั้งแต่เมื่อห้วงกลาง เม.ย.69 ไปเอสวาตีนีแล้ว พร้อมกับ ปฏิเสธรายงานของ นสพ. L’Express ของมอริเชียส ที่อ้างว่าไม่ได้อนุญาตไต้หวันตั้งแต่ต้นแล้ว เนื่องจากมอริเชียสจะไม่ยอมดำเนินการใด ๆ ที่จะกระทบต่อความสัมพันธ์มอริเชียส-จีน

กรุงโตเกียว เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเครือข่ายเมืองระดับโลกเพื่อความยั่งยืน

กรุงโตเกียว ของญี่ปุ่น เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเครือข่ายเมืองระดับโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Global City Network for Sustainability Leaders Summit-G-NETS Leaders Summit) ระหว่าง 27-29 เม.ย.69 โดยมีผู้นำจากเมืองสำคัญทั่วโลกประมาณ 50 เมืองเข้าร่วมเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและเสริมสร้างความร่วมมือในประเด็นสำคัญ อาทิ การรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีดิจิทัล การส่งเสริมวัฒนธรรม กีฬา และความบันเทิง รวมถึงการขับเคลื่อนโครงการด้านสิ่งแวดล้อม อนึ่ง เครือข่าย G-NETS จัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลกรุงโตเกียวเมื่อปี 2565

ประธานาธิบดีรัสเซียจะพบหารือกับ รมว.กต.อิหร่าน ที่กรุงมอสโก

สนข.Tass รายงานอ้างโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย เมื่อ 26 เม.ย.69 ว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย มีกำหนดพบหารือกับนายอับบาส อะราคชี รมว.กต.อิหร่านใน 27 เม.ย.69 ในประเด็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง  ซึ้งตอนนี้สหรัฐฯ ได้ยกระดับจากมาตรการทางการทูตไปสู่การ “กดดันทางเศรษฐกิจและทหาร” หลังจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในปากีสถานล้มเหลว ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นเขตปฏิบัติการทางทหาร ที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า นับตั้งแต่เริ่มมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน เมื่อ 13 เม.ย. 69 กองเรือสหรัฐฯ ได้สกัดกั้นและบังคับให้เรือพาณิชย์และเรือบรรทุกน้ำมันรวม 38 ลำ ต้องเปลี่ยนเส้นทางหรือเดินทางกลับท่าเรือต้นทาง เพื่อสกัดกั้นการขนส่งสินค้าเข้า-ออกจากท่าเรือของอิหร่าน

ประธานาธิบดีทรัมป์ให้สัมภาษณ์หลังเกิดเหตุยิงในงานเลี้ยงอาหารค่ำสมาคมผู้สื่อข่าว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ภายหลังเกิดเหตุยิงในงานเลี้ยงอาหารค่ำสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่โรงแรม Washington Hilton เมื่อ 25 เม.ย.69 ว่า ผู้ก่อเหตุถูกจับกุม 1 รายเป็นชายจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ติดอาวุธปืนหลายกระบอก และ จนท.Secret Service บาดเจ็บ 1 นาย โดยทางการกำลังทำการสอบสวนสาเหตุและแรงจูงใจ รวมถึงการเข้าบุกค้นที่พักของผู้ก่อเหตุ  ทั้งนี้ ทางการไม่ได้รับคำข่มขู่ก่อนการก่อเหตุ กับทั้งเชื่อว่าเป็นการก่อเหตุเพียงลำพัง (lone wolf) และไม่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศหรือบุคคลใด นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายและกลุ่มอุดมการณ์ในสหรัฐฯ เลือกที่จะแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี กับทั้งระบุไม่กังวลหากมีความพยายามลอบสังหารตนอีกในอนาคต

จนท.อาวุโสอาเซียนหารือเตรียมการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียนสมัยพิเศษ

เฟซบุ๊กสำนักเลขาธิการอาเซียน รายงานเมื่อ 25 เม.ย.69 ว่า อาเซียนจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านพลังงานแบบเฉพาะกิจ (Ad-Hoc Senior Officials Meeting on Energy-SOME) เพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียนสมัยพิเศษ (Special ASEAN Ministers on Energy Meeting-AMEM) พร้อมด้วยการประชุมหารือเฉพาะกิจของ SOME กับประเทศคู่เจรจา ผ่านระบบการประชุมทางไกล เมื่อ 24 เม.ย.69 ที่ประชุมได้ประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางต่อความมั่นคงทางพลังงาน และหารือถึงการขับเคลื่อนการดำเนินการตามกรอบความตกลงว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียมอาเซียน (ASEAN Framework Agreement on Petroleum Security-APSA) ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ รวมถึงการเร่งรัดกระบวนการให้สัตยาบันของประเทศสมาชิก การพัฒนากลไกการประสานงานชั่วคราว และการจัดตั้งกลไกมาตรการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินในลักษณะประสาน (The Coordinated Emergency Response Measures-CERM) ตลอดจนมาตรการเชิงรูปธรรมเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นด้านพลังงานของภูมิภาค ขณะที่ การหารือกับประเทศคู่เจรจา ได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานทั่วโลกและโอกาสในการเสริมสร้างความร่วมมือให้เกิดเป็นรูปธรรม

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยกเลิกการส่งคณะเจรจาไปปากีสถาน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศผ่าน Truth Social เมื่อ 25 เม.ย.69 ระงับการส่งคณะผู้แทนเจรจาไปยังปากีสถาน หลังจากนายอับบาส อารักชี รมว.กต.อิหร่าน เดินทางออกจากปากีสถาน โดยระบุว่าการส่งคณะเจรจาไปปากีสถานขณะที่ผู้แทนอิหร่านไม่อยู่แล้วเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ อีกทั้งยังมีความขัดแย้งและไม่ชัดเจนเกี่ยวกับผู้นำของอิหร่าน ทั้งนี้ หากอิหร่านต้องการเจรจาสามารถโทรศัพท์แทนได้

เลขาธิการอาเซียนจะเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีอาเซียน-EU ที่บรูไน

เว็บไซต์สำนักเลขาธิการอาเซียน รายงานเมื่อ 24 เม.ย.69 ว่า นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน จะนำคณะผู้แทนจากสำนักเลขาธิการอาเซียนเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน–สหภาพยุโรป (ASEAN-EU Ministerial Meeting) ครั้งที่ 25 ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน บรูไน ระหว่าง 27-28 เม.ย.69 ตามคำเชิญของ Dato Erywan Pehin Yusof รมช.กต.บรูไน ในฐานะประเทศผู้ประสานงานความสัมพันธ์คู่เจรจาอาเซียน–EU ทั้งนี้ เลขาธิการอาเซียนมีกำหนดเข้าร่วมการหารือทวิภาคีหลายรายการ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นที่มีความสนใจและห่วงกังวลร่วมกัน ตลอดจนแนวทางการส่งเสริมความสัมพันธ์อาเซียน–EU ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

กัมพูชา-ญี่ปุ่นเห็นพ้องกระชับความสัมพันธ์ด้านการทหารทวิภาคี

สนข.AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 24 เม.ย.69 ว่า พล.อ.เมา โซะพัน ผบ.ทบ.กัมพูชา พบหารือทวิภาคีกับ พล.อ.มาซาโยชิ อาราอิ ผบ.ทบ.ญี่ปุ่น ผ่านระบบทางไกล เมื่อ 23 เม.ย.69 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือทางทหารให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมุ่งเน้นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งการฝึกอบรมโดยยกระดับหลักสูตรการฝึกทางวิชาชีพเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร เพิ่มการแลกเปลี่ยนการเยือน พร้อมเสริมสร้างความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกองทัพทั้งสองฝ่าย เพื่อยกระดับความเป็นพันธมิตรของ ทบ.ทั้งสองประเทศให้แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

รมว.ทบวง ทร.สหรัฐฯ ถูกปลดจากตำแหน่ง

นายฌอน พาร์เนลล์ โฆษก กห.สหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 23 เม.ย.69 ว่า นายจอห์น ฟีแลน ถูกปลดจากตำแหน่ง รมว.ทบวง ทร.สหรัฐฯ แล้วโดยไม่ระบุสาเหตุ  และนายหง เฉา ปลัดทบวง ทร. จะรักษาการ รมว. ทบวง ทร. ทั้งนี้ สื่อสหรัฐฯ รายงานสาเหตุการปลดนายฟีแลนอย่างหลากหลาย อาทิ มีความเห็นขัดแย้งกับนายปีเตอร์ เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ และนายสตีเฟน ไฟน์เบิร์ก รอง รมว.กห.สหรัฐฯ การบริหารจัดการที่ไม่สอดรับกับกลุ่มนายพลของ ทร.สหรัฐฯ  รวมถึงโครงการต่อเรือประจันบาญติดขีปนาวุธ ชั้นทรัมป์ (Trump class guided missile battleship – BBG(X)) และ ความล่าช้าในการต่อเรือรบ