ฝรั่งเศสประณามการโจมตีทางไซเบอร์หน่วยงานรัฐและเอกชน

สนข.Euronews รายงานเมื่อ 1 พ.ค.68 อ้างรายงานของ French National Cyber Security Agency (ANSSI) ว่า กลุ่มแฮกเกอร์ APT28 หรือ Fancy Bear ที่มีความเชื่อมโยงกับหน่วยข่าวกรองทางทหารของรัสเซีย (GRU)  โจมตีทางไซเบอร์ต่อหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของฝรั่งเศสกว่า 12 แห่ง ตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ สถาบันการเงิน แคมเปญเลือกตั้งประธานาธิบดีของนายเอ็มมานูเอล มาครง เมื่อปี 2560 และองค์กรกีฬาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกที่กรุงปารีส เมื่อปี 2567 นอกจากนี้ ยังโจมตีต่อหน่วยงานในยูเครน ยุโรป และอเมริกาเหนือ โดยมีเป้าหมายเพื่อรวบรวมข่าวกรอง ส่วน กต.ฝรั่งเศสออกแถลงการณ์ประณามการกระทำดังกล่าว และยืนยันว่าฝรั่งเศสจะร่วมกับพันธมิตรตอบโต้ภัยคุกคามไซเบอร์นี้อย่างจริงจัง ด้านรัสเซียยังไม่แสดงความเห็นต่อรายงานดังกล่าว

อินโดนีเซียระบุการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดลงไม่น่ากังวล

นาย Airlangga Hartarto รมว.ประสานงานด้านเศรษฐกิจ อินโดนีเซียแถลง เมื่อ 5 พ.ค.68 ว่า ข้อมูลการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 4.87 แม้จะเป็นสถิติการเติบโตต่ำที่สุดในรอบสามปี แต่หากเทียบกับประเทศอื่น ๆ ไม่น่ากังวล โดยมีอัตราที่สูงเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มประเทศ G20 รองจากจีน ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 5.4 และสูงกว่าหลายประเทศนอกกลุ่ม เช่น  มาเลเซีย (ร้อยละ 4.4) สิงคโปร์ (ร้อยละ 3.3) สเปน (ร้อยละ 2.9) แต่ตามหลังเวียดนาม ซึ่งเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ ร้อยละ 6.93 นอกจากนี้ ยังแสดงความเชื่อมั่นว่างบประมาณรัฐในไตรมาสที่ 2 ซึ่งมีแนวโน้มใช้จ่ายมากขึ้นจะช่วยรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศได้

สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีคว่ำบาตร พ.อ.ซอชิตตู่ ผู้นำกองกำลังกะเหรี่ยงในเมียนมา

สนข. Reuters รายงานเมื่อ 5 พ.ค.68 ว่า กค.สหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีคว่ำบาตรกองทัพแห่งชนชาติกะเหรี่ยง ( Karen National Army-KNA)/อดีตกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) กลุ่ม พ.อ.ซอชิตตู่ และบุคคลสัญชาติเมียนมา 3 คน ได้แก่ พ.อ.ซอชิตตู่ ผู้นำ KNA พร้อมด้วยบุตรชาย 2 คน ได้แก่ นายซอทูเอมู (Saw Htoo Eh Moo/อายุ 32 ปี) และนายซอชิตชิต (Saw Chit Chit/อายุ 28 ปี) ฐานเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ เนื่องจากมีบทบาทอำนวยความสะดวกให้กับเครือข่ายหลอกลวงทางไซเบอร์ ที่มุ่งเป้าหมายต่อพลเมืองสหรัฐฯ การค้ามนุษย์ การเข้าเมืองผิดกฎหมาย และการลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายข้ามแดนบริเวณพื้นที่ควบคุมของ KNA ในรัฐกะเหรี่ยง ชายแดนไทย-เมียนมา ส่งผลให้ทรัพย์สินและผลประโยชน์ทางการเงินของบุคคลดังกล่าว ทั้งที่อยู่ในสหรัฐฯ หรือการควบคุมของสถาบันการเงินสหรัฐฯ จะถูกอายัด พร้อมห้ามพลเมืองสหรัฐฯ ทำธุรกรรมกับบุคคลและองค์กรดังกล่าว ทั้งนี้…

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ และภริยาจะเยือนรัสเซีย

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 6 พ.ค.68 ว่า พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) รักษาการประธานาธิบดี และ ผบ.ทสส.เมียนมาจะนำคณะเยือนรัสเซีย ตามคำเชิญของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เพื่อเข้าร่วมงานครบรอบ 80 ปี วันแห่งชัยชนะของรัสเซีย โดยจะเข้าร่วมงานเลี้ยงและพิธีสวนสนามที่กรุงมอสโก ใน 9 พ.ค.68 รวมถึงเข้าร่วมหารือกับผู้นำประเทศต่าง ๆ ที่เดินทางไปร่วมงานดังกล่าว   พร้อมกับหารือกับฝ่ายรัสเซียเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ อาทิ ความสัมพันธ์ทางการทูต เศรษฐกิจ และความมั่นคง ขณะเดียวกัน นางดอว์จูจูหละ ภริยาของ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ จะร่วมคณะเดินทางไปด้วยตามคำเชิญของนาง Valentina Matvienko สตรีหมายเลข 1 ของรัสเซีย ก่อนหน้านี้ ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย แถลงเมื่อ 4 พ.ค.68 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง…

ราคายางพาราของไทยได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษียานยนต์ของสหรัฐฯ

  สนข.Nikkei Asia ของญี่ปุ่นรายงานว่า ราคายางพาราของไทยในห้วงปัจจุบันอยู่ที่ 55-58 บาทต่อกิโลกรัม ลดลงร้อยละ 10-20 เมื่อเปรียบเทียบกับห้วง มี.ค. 67 ที่มีราคา 68 บาทต่อกิโลกรัม สาเหตุุที่ราคาลดลง เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของไทยและผลกระทบจากมาตรการภาษีต่อสหรัฐฯ โดยเฉพาะการขึ้นภาษียานยนต์นำเข้าร้อยละ 25 ทำให้ความต้องการชิ้นส่วนยานยนต์ลดลง ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงราคายางพารา นักเศรษฐศาสตร์ของสถาบัน Marubeni ของญี่ปุ่น ประเมินว่า ราคายางพาราในตลาดโลกขึ้นอยู่กับผลกระทบจากการบังคับใช้มาตรการภาษี ซึ่งสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนออกไป 90 วัน รวมถึงผลการเจรจาระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ด้วย

จังหวัดมุกดาหารพบผู้เสี่ยงติดเชื้อแอนแทรกซ์ 377 ราย

สถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อแอนแทรกซ์ ในพื้นที่ จ.มุกดาหาร ล่าสุดพบผู้ป่วยเพิ่มอีก 3 ราย และมีผู้ที่เสี่ยงติดเชื้ออีกจำนวน 377 ราย ประกอบด้วยผู้ชำแหละเนื้อวัว 28 ราย  ผู้รับประทานเนื้อที่ติดเชื้อ 232 ราย และผู้สัมผัสโดยอยู่ร่วมบ้านเดียวกันกับผู้ชำแหละอีก 117 ราย   ทุกคนได้รับการตรวจคัดกรอง และได้รับยาป้องกันแล้ว ทั้งนี้ ยังไม่พบการระบาดในหมู่บ้านอื่นในพื้นที่ ด้านมาตรการยังคงเฝ้าระวังเข้มงวด โดยเฉพาะการแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ไม่ให้นำเนื้อวัวที่มีความเสี่ยงมาปรุงอาหาร  และไม่ให้รับประทานเนื้อดิบ

สถานการณ์โรคแอนแทรกซ์ในพื้นที่ภาค ตอ.น.

กรณีพบบุคคลเสี่ยงติดเชื้อแอนแทรกซ์มีจำนวนเพิ่มกว่า 650 คน ใน จ.มุกดาหาร กาฬสินธุ์ และอำนาจเจริญ รวมทั้งกรณีพบวัวตาย 3 ตัว ในพื้นที่ติดชายแดนฝั่งลาว ต.นาดี อ.ด่านซ้าย จ.เลย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดดังกล่าว และจังหวัดอื่นมีพื้นที่ติดกับลาว เช่น เลย นครพนม ได้ดำเนินการควบคุมเฝ้าระวังโรคอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ดี สื่อมวลชนรายงานว่าประชาชนในพื้นที่ยังไม่มีความเข้าใจกับโรคแอนแทรกซ์ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรค ขณะที่ประชาชนส่วนหนึ่งไม่ได้ตระหนักในการเฝ้าระวังโรค ยังคงรับประทานเนื้อสัตว์ดิบ ด้านประชาชนในโซเชียลมีเดียที่สนใจในประเด็นดังกล่าว ส่วนใหญ่กังวลถึงสถานการณ์ของโรคที่มีการระบาดหนัก หลังพบผู้เสี่ยงติดเชื้อแอนแทรกซ์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์และเปิดเผยข้อมูลสถานการณ์โรคที่รวดเร็วและตรงไปตรงมา เพื่อที่ประชาชนจะได้เตรียมพร้อมในการเฝ้าระวังป้องกันได้ทัน ทั้งนี้ หากสถานการณ์โรคแอนแทรกซ์ยังระบาดที่ขยายวงกว้างเพิ่มขึ้น ไม่สอดคล้องกับการชี้แจงของหน่วยงานภาครัฐ ทำให้มีแนวโน้มที่จะถูกกลุ่มที่เห็นต่างจากรัฐบาลขยายผล

หลายฝ่ายยังกังวลต่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่ จชต. เพิ่มมากขึ้น

จากกรณีเกิดเหตุยิงสามเณรและประชาชนในพื้นที่ จชต. ทำให้คนในพื้นที่กังวลเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น ผลการสำรวจของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) สำรวจความเห็นคนในพื้นที่ จชต.เรื่องความปลอดภัยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 33.45 เห็นว่า ไม่มีความปลอดภัยเหมือนเดิม และร้อยละ 42.36 เห็นว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาจริง ซึ่งในประเด็นนี้ พบกลุ่มการเมือง และภาคประชาสังคม อาทิ นายกัณวีร์ สืบแสง สส.พรรค ปร. นายอามูนา ปินจอร์ สส.พรรค ปชบ. นายฮากิม พงตีกอ แกนนำ The Patani นำไปขยายผลวิจารณ์รัฐบาลว่า ไม่ผลักดันกระบวนการพูดคุยสันติสุขอย่างจริงจัง และไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลขอเปลี่ยนผู้แทนพูดคุยจากฝ่ายการเมืองของ BRN มาเป็นผู้นำองค์กรโดยตรง เพราะอาจทำให้กระบวนการล่าช้าไปอีก ด้านสื่อท้องถิ่นและกลุ่มแนวร่วม จาก Wartani เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ JASAD ยังคงเผยแพร่ข่าวสารโจมตีกิจการทำงานของ จนท.รัฐ ภายใต้กฎหมายพิเศษ โดยปิดล้อมพื้นที่เพื่อตรวจค้นควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย และตั้งด่านตรวจค้นหรือเก็บ DNA ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิและกดขี่คนในพื้นที่

ยูเครนระบุว่าข้อตกลงแร่หายากกับสหรัฐฯ จะให้ผลประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน

ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เมื่อ 1 พ.ค.68 ระบุว่า ข้อตกลงแร่หายากระหว่างยูเครนกับสหรัฐฯ จะให้ผลประโยชน์แก่ทั้งสองประเทศเท่าเทียมกัน เนื่องจากจะสร้างโอกาสการลงทุนในยูเครน และไม่ทำให้เกิดหนี้ รวมถึงการจัดตั้งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูร่วมภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว จะนำไปสู่การลงทุนและสร้างรายได้ให้ยูเครน โดยยูเครนและสหรัฐฯ จะแบ่งปันรายระหว่างกัน ร้อยละ 50 จากการดำเนินกิจการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมแร่หายากในยูเครน ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากผู้แทนสหรัฐฯ และยูเครน ร่วมลงนามข้อตกลงเมื่อ 30 เม.ย.68 ซึ่งครอบคลุมถึงการจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุนเพื่อการฟื้นฟูระหว่างสหรัฐฯ กับยูเครน ที่จะเปิดโอกาสให้สหรัฐฯ เข้าถึงแร่หายาก รวมถึงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในยูเครน อย่างไรก็ดี รัฐสภาของยูเครนยังไม่เห็นชอบข้อตกลงดังกล่าว

หน่วยต่อต้านข่าวกรองรัสเซียยับยั้งเหตุก่อการร้ายในสาธารณรัฐดาเกสตาน

สนข.Tass รายงานเมื่อ 2 พ.ค. 68 ว่า หน่วยต่อต้านข่าวกรองรัสเซีย (FSB) ได้ยับยั้งเหตุก่อการร้ายที่มีเป้าหมายเป็นอาคารของหน่วยงานรักษากฎหมาย ที่เขต Khasavyurtovsky ในสาธารณรัฐดาเกสตาน โดย FSB และ มท.รัสเซีย ร่วมมือกันจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เป็นสตรีสัญชาติรัสเซีย (อายุ 29 ปี/ปี 2568) ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติที่มีหมายจับในรัสเซีย และวางแผนจะจุดระเบิดที่สร้างขึ้นเอง บริเวณอาคารของหน่วยงานรักษากฎหมายใน 9 พ.ค. 68 ซึ่งตรงกับห้วงการเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะครบรอบ 80 ปี ทั้งนี้ FSB ยึดของกลางที่เป็นอุปกรณ์ประกอบระเบิด พร้อมหลักฐานที่บ่งชี้ว่าผู้ต้องสงสัยติดต่อและปวารณาตนเข้าร่วมกลุ่มก่อการร้าย